แต่ถ้า "ไม่มีเวลา" ให้เราช่วยดูแลให้ไหม?
บทที่ 2 คือด่านหินของงานวิจัยจริงไหมครับ?
ถ้าพูดกันตรงๆ นะครับน้องๆ
บทที่ 2 คือบทที่ทำให้หลายคน “หมดแรง” ตั้งแต่ยังไม่ครึ่งเล่ม 😅
ทั้งต้องทำงานประจำ
ทั้งต้องค้นงานวิจัย
ทั้งต้องเรียบเรียงใหม่ให้ไม่ซ้ำใคร
หลายคนเลยถามพี่ว่า
“พี่ครับ บทที่ 2 ต้องเขียนอะไรเยอะขนาดนี้เลยเหรอ?”
คำตอบคือ ใช่ครับ…แต่ถ้าเข้าใจโครงสร้าง มันจะง่ายขึ้นเยอะ
บทความนี้พี่จะพาน้องๆ มาดูว่า
👉 บทที่ 2 คืออะไร
👉 ต้องมีอะไรบ้าง
👉 และเขียนยังไงให้ “ครบ ถูก และน่าเชื่อถือ” แบบไม่หลงทางครับ
บทที่ 2 คืออะไร? เข้าใจให้ถูกก่อนเริ่มเขียนครับ
ถ้าอธิบายแบบบ้านๆ
บทที่ 2 คือบทที่เอา “ความรู้ของคนอื่น” มาสนับสนุนงานของเรา
ไม่ว่าจะเป็น
-
แนวคิด
-
ทฤษฎี
-
งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง
ผู้วิจัยต้องค้นคว้าจาก
งานวิจัย บทความ วารสาร หนังสือ เว็บไซต์
ทั้ง ในประเทศและต่างประเทศ
แล้วเอามาเรียบเรียงใหม่
👉 ด้วยภาษาของเราเอง
👉 พร้อมอ้างอิงให้ถูกต้อง
เป้าหมายของบทนี้คือ
ทำให้ผู้อ่านเชื่อว่า งานวิจัยของเรามีพื้นฐานทางวิชาการรองรับจริงครับ
1️⃣ เอกสารที่เกี่ยวข้อง (Literature Review)
ส่วนนี้คือ “ฐานราก” ของบทที่ 2 เลยครับ
ผู้วิจัยต้องรวบรวมเอกสารที่เกี่ยวข้องกับหัวข้อวิจัย เช่น
-
ตำรา
-
บทความวิชาการ
-
รายงานการวิจัย
-
วารสาร
-
ข้อมูลจากเว็บไซต์ที่เชื่อถือได้
แล้วนำมา
✔ อธิบายความหมาย
✔ แนวคิด
✔ ระเบียบวิธี
ที่ สอดคล้องกับงานของเรา
⚠️ จุดที่พลาดบ่อยมาก
-
คัดลอกคำคนอื่นมาใช้ตรงๆ
-
ไม่เก็บไฟล์ต้นฉบับไว้
-
อ้างอิงไม่ครบ
พี่ขอย้ำเลยนะครับ
ทุกครั้งที่ใช้ข้อมูลของคนอื่น ต้องอ้างอิงเสมอ
และต้องเขียนใหม่เป็นภาษาของตัวเองครับ
หลักการเขียน Literature Review ให้รอด
-
อ่าน วิเคราะห์ก่อนเขียน
-
เรียงจากกว้าง → แคบ
-
แบ่งเป็นประเด็น/คีย์เวิร์ด
-
เขียนใหม่ ไม่ลอก
-
จัดหมวดหมู่ให้เป็นระบบครับ
2️⃣ ทฤษฎีที่เกี่ยวข้อง (Related Theories)
ทฤษฎี คือ “กระดูกสันหลังทางวิชาการ” ของบทที่ 2 ครับ
เป็นองค์ความรู้ที่
นักวิชาการหรือนักวิจัยชื่อดัง
ใช้เวลาศึกษามานาน
จนสรุปออกมาเป็นหลักการหรือแบบจำลอง
ตัวอย่างที่น้องๆ คุ้นเคย
เช่น
ทฤษฎีส่วนประสมทางการตลาด 7Ps ของ Philip Kotler
ที่อธิบายปัจจัยด้าน
Product, Price, Place, Promotion, People, Process, Physical Evidence
ทฤษฎีแบบนี้
✔ ถูกใช้ซ้ำในงานวิจัยจำนวนมาก
✔ และมีความน่าเชื่อถือสูง
หลักการเลือกทฤษฎีให้ถูก
-
เลือกให้ตรงกับ ตัวแปรวิจัย
-
สอดคล้องกับ วัตถุประสงค์การวิจัย
-
เรียงตามความสำคัญ
-
ใช้ทฤษฎีที่ทันสมัยและเชื่อถือได้ครับ
⚡ พี่ขอแทรกตรงนี้นิดหนึ่งนะครับ
ถ้าน้องๆ อ่านมาถึงตรงนี้แล้วรู้สึกว่า
“บทที่ 2 มันเยอะ มันซับซ้อน และกลัวเขียนพลาด”
หรืออยากให้มีคนช่วย
✔ วางโครงบทที่ 2
✔ คัดทฤษฎีให้ตรงตัวแปร
✔ เรียบเรียงให้ผ่านอาจารย์
ถ้าอ่านมาถึงตรงนี้แล้วยังรู้สึกมึนๆ
หรืออยากหาคนช่วย [รับทำวิจัย] แบบมืออาชีพ
ทักหาพี่ได้เลยนะครับ พี่ช่วยดูเป็นรายเคส ไม่มั่วแน่นอนครับ
3️⃣ งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง (Related Research)
ส่วนนี้คือการนำ
ผลงานวิจัยที่เคยทำมาแล้ว
มาเชื่อมโยงกับงานของเรา
โดยควรเลือกงานที่
-
หัวข้อใกล้เคียง
-
วิธีการคล้ายกัน
-
หรือใช้ตัวแปรเดียวกัน
หลักการเขียนงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง
-
อ่านและวิเคราะห์หลายงาน
-
มีทั้งงานวิจัยในประเทศและต่างประเทศ
-
สรุปสาระสำคัญ เช่น
-
วัตถุประสงค์
-
วิธีวิจัย
-
ผลการวิจัย
-
และที่สำคัญ
👉 สรุปด้วยภาษาของผู้วิจัยเองทุกครั้ง
เพื่อแสดงมุมมองและการเชื่อมโยงครับ
💡 มุมมองจากพี่ (ประสบการณ์ 15 ปี)
พี่เจอนักศึกษาหลายคน
บทที่ 1 ดีมาก
แต่บทที่ 2 กลายเป็น “ก๊อปงานคนอื่นมาเรียง”
ผลคือ
❌ โดนทัก
❌ โดนแก้
❌ เสียเวลายาว
จำไว้เลยครับ
บทที่ 2 ที่ดี ไม่ใช่บทที่ยาว
แต่คือบทที่ “เชื่อมความรู้เก่า → งานของเราได้ชัด” ครับ
🧾 สรุปสั้นๆ ก่อนลงมือเขียนบทที่ 2
-
บทที่ 2 คือฐานความน่าเชื่อถือของงานวิจัย
-
ต้องมี 3 ส่วนหลัก
-
เอกสารที่เกี่ยวข้อง
-
ทฤษฎีที่เกี่ยวข้อง
-
งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง
-
-
เขียนใหม่ด้วยภาษาของตัวเอง
-
อ้างอิงให้ถูกต้องครบถ้วนครับ
ทำครบตามนี้
บทที่ 2 จะไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไปครับ 💪
“บทที่ 2 ยังไม่ผ่าน? ให้พี่ช่วยวางโครง เรียบเรียง และตรวจให้ตรงมาตรฐาน ปรึกษาฟรีครับ”
ถ้าน้องๆ อยากให้พี่
✔ ช่วยจัดโครงบทที่ 2
✔ คัดทฤษฎีให้ตรงตัวแปร
✔ หรือเรียบเรียงใหม่ให้ผ่านอาจารย์
ส่งมาได้เลยครับ พี่ดูให้แบบจริงใจเหมือนพี่เลี้ยงครับ 😊
❓ FAQ: คำถามที่น้องๆ ถามพี่บ่อยมาก
ไม่มีกำหนดตายตัวครับ ขอให้ครบและเชื่อมกับงานวิจัยได้ครับ
ได้ครับ แต่ควรมีงานใหม่ประกอบด้วย
ได้ครับ ถ้าเป็นเว็บที่เชื่อถือได้และเป็นทางวิชาการ