💡 กำลังหาข้อมูลทำวิจัยอยู่ใช่ไหม? อ่านบทความนี้จบ ทำตามได้เลย!
แต่ถ้า "ไม่มีเวลา" ให้เราช่วยดูแลให้ไหม?
📋 ประเมินราคาวิจัย (ฟรี)

น้องๆ เคยไหมครับ…ทำวิจัยแทบตาย พิมพ์จนตาแฉะ
พอเอาไปเช็ก Turnitin ปุ๊บ…ขึ้น 40% แบบหัวใจหล่นไปอยู่ตาตุ่ม 😂

พี่เข้าใจเลยครับ เพราะ Turnitin นี่เหมือนอาจารย์อีกคนที่ไม่เคยยิ้มให้เราเลยครับ

วันนี้พี่จะมาบอกแบบตรงๆ ว่า ทำอย่างไรให้งานวิจัยผ่าน Turnitin 25% แบบถูกต้อง ไม่ใช่การหนีระบบนะครับ แต่เป็นการเขียนให้ “เป็นงานของเราเองจริงๆ” ครับ

ทำไม Turnitin ถึงขึ้นเปอร์เซ็นต์สูง?

ก่อนอื่นน้องๆ ต้องเข้าใจก่อนครับว่า Turnitin ไม่ได้จับว่า “เราลอก” อย่างเดียว
แต่มันจับว่า ข้อความเราคล้ายกับแหล่งอื่นมากแค่ไหน ครับ

สาเหตุหลักๆ ที่เจอบ่อยคือ

  • คัดลอกประโยคจากงานเก่าโดยไม่ปรับภาษา
  • อ้างอิงถูก แต่เขียนเหมือนต้นฉบับเกินไป
  • ใช้คำจำกัดความจากตำราแบบตรงตัว
  • ส่วนบรรณานุกรมก็โดนคิดเปอร์เซ็นต์ด้วยบางครั้งครับ

✅7 วิธีทำให้งานวิจัยผ่าน Turnitin 25% แบบมืออาชีพ

1. เขียนใหม่ด้วยภาษาของเราเอง

พี่แนะนำว่าอย่า “เปลี่ยนคำทีละคำ” นะครับ
ต้องอ่านให้เข้าใจ แล้วเล่าใหม่เหมือนเราอธิบายให้เพื่อนฟังครับ

2. ลดการ Copy Definition ตรงๆ

นิยามจากหนังสือมันจำเป็นครับ
แต่ให้ใช้วิธี “สรุปความ” แล้วใส่อ้างอิงแทนครับ

3. ใช้การอ้างอิงให้ถูกต้อง

การใส่ Citation ไม่ได้ทำให้ Turnitin เป็นศูนย์นะครับ
แต่มันช่วยให้อาจารย์เห็นว่าเราไม่ได้ขโมยความคิดครับ

4. ระวังบทที่ 2 (Review Literature)

บทนี้แหละครับ ตัวดีเลย
เพราะเต็มไปด้วยงานคนอื่น

เทคนิคคือ

  • สรุปหลายแหล่งรวมกัน
  • เปรียบเทียบแนวคิด
  • ใส่มุมมองของเราเพิ่มครับ

ถ้าอ่านมาถึงตรงนี้แล้วยังรู้สึกมึนๆ หรืออยากหาคนช่วย [รับทำวิจัย] แบบมืออาชีพ ที่การันตีผลงาน ทักหาพี่ได้เลยนะครับ

5. อย่าลืมเช็ก “References / Bibliography”

บางมหาวิทยาลัยให้ตัดบรรณานุกรมออกตอนตรวจครับ
เพราะมันทำให้เปอร์เซ็นต์พุ่งแบบไม่จำเป็นครับ

6. ใช้ Quote เฉพาะกรณีจำเป็นจริงๆ

ถ้าจำเป็นต้องยกคำพูดตรง
ให้ใส่เครื่องหมาย “…” และอ้างอิงให้ครบครับ

7. ตรวจ Turnitin เป็นรอบๆ อย่ารอวันสุดท้าย

พี่เจอมาหลายคนครับ
ตรวจคืนก่อนส่ง 1 วัน → ขึ้น 35% → แก้ไม่ทัน → น้ำตาไหลครับ 😅

พี่แนะนำให้ตรวจเป็นช่วงๆ ตั้งแต่ต้นครับ

💡มุมมองจากพี่ (ประสบการณ์ 15 ปี)

พี่เคยเจอน้องคนนึงครับ ทำวิทยานิพนธ์เสร็จแล้ว
Turnitin ขึ้น 52% เพราะบทที่ 2 แทบจะเหมือนตำราเป๊ะ

พี่เลยให้เขาปรับใหม่ด้วยสูตรง่ายๆ คือ
👉 “อ่าน 3 แหล่ง แล้วสรุปเป็นภาษาตัวเอง 1 ย่อหน้า”

สุดท้ายเปอร์เซ็นต์เหลือ 18% ผ่านฉลุยครับ
อาจารย์ยังชมว่า “ภาษาเป็นธรรมชาติขึ้นมาก” ด้วยครับ

นี่แหละครับ Turnitin ไม่ได้โหด ถ้าเราเขียนแบบเจ้าของงานจริงๆ ครับ

บทสรุป

  • Turnitin สูงไม่ได้แปลว่าลอกเสมอครับ
  • วิธีผ่าน 25% คือ “เขียนใหม่แบบเข้าใจ” ไม่ใช่แค่เปลี่ยนคำ
  • บทที่ 2 คือจุดเสี่ยงที่สุด ต้องสรุปและใส่มุมมองเรา
  • ตรวจเป็นรอบๆ จะได้ไม่แก้ตอนนาทีสุดท้ายครับ
    สู้ๆ นะครับ งานวิจัยผ่านได้แน่นอนครับ 💪

“Turnitin ขึ้นสูงจนเครียดใช่ไหม? ให้พี่ช่วยตรวจ-แก้ให้ผ่านเกณฑ์ ปรึกษาฟรีได้เลยครับ”

FAQ (คำถามที่พบบ่อย)

Q1: Turnitin 25% ถือว่าปลอดภัยไหม?

โดยทั่วไปถือว่าผ่านเกณฑ์ส่วนใหญ่ครับ แต่ต้องดูว่าเปอร์เซ็นต์มาจากส่วนไหนด้วยครับ

Q2: ใส่อ้างอิงแล้วทำไมยังขึ้นสูง?

เพราะ Turnitin ตรวจ “ความเหมือนของข้อความ” ไม่ได้ดูแค่ว่าเรามี Citation ครับ

Q3: บทที่ 2 ทำไมเปอร์เซ็นต์สูงสุด?

เพราะเป็นส่วนที่ใช้แนวคิดคนอื่นเยอะ ต้องสรุปใหม่ครับ

Q4: ใช้ Paraphrase Tool ได้ไหม?

พี่ไม่แนะนำครับ เพราะภาษาแข็งและเสี่ยงโดนจับว่า AI ครับ

Q5: ทำยังไงให้เปอร์เซ็นต์ลดเร็วที่สุด?

เริ่มจากแก้ย่อหน้าที่ยาวๆ และเหมือนต้นฉบับที่สุดก่อนครับ

RESEARCH

⚡ อ่านจบแล้ว... ยังรู้สึกว่า "งานวิจัย" เป็นเรื่องยาก? ⚡

อย่าปล่อยให้ความเครียดเรื่องธีซิสกัดกินเวลาของคุณ ให้ทีมงานมืออาชีพจาก อิมเพรส เลกาซี่ เป็นที่ปรึกษา เราพร้อมดูแลคุณทุกขั้นตอน

Line ID: @impressedu | Tel: 092-476-6638
Scroll to Top