💡 กำลังหาข้อมูลทำวิจัยอยู่ใช่ไหม? อ่านบทความนี้จบ ทำตามได้เลย!
แต่ถ้า "ไม่มีเวลา" ให้เราช่วยดูแลให้ไหม?
📋 ประเมินราคาวิจัย (ฟรี)

ปัญหาวิจัยไม่ชัด งานจะไหลไม่ได้ครับ

น้องๆ เคยไหมครับ
นั่งเขียนบทที่ 1 อยู่ดีๆ แล้วรู้สึกว่า

“เขียนไปเรื่อยๆ แต่ไม่รู้ว่ากำลังจะตอบอะไร” 😵‍💫

พี่ขอพูดตรงๆ แบบพี่ชายใจดีเลยนะครับ
งานวิจัยที่แก้ไม่จบ
80% เริ่มจากการตั้งปัญหาวิจัยไม่ชัด

บทความนี้พี่จะพาน้องๆ มาดู
👉 5 แนวทางในการกำหนดปัญหางานวิจัย
👉 ใช้ได้จริงทุกสาขา
👉 และช่วยให้งานเขียนลื่นขึ้นทันทีครับ


2. 5 แนวทางในการกำหนดปัญหางานวิจัย (หัวใจของบทที่ 1)


🔍 แนวทางที่ 1: เริ่มจากปัญหาจริงในชีวิตหรือองค์กร

พี่แนะนำแนวนี้เป็นอันดับแรกเลยครับ
เพราะปัญหาจริง = เขียนง่าย + อภิปรายผลแรง

ตัวอย่างเช่น

  • นักเรียนเครียดจากการเรียนออนไลน์
  • ครูใช้เทคโนโลยี แต่ผลลัพธ์ไม่ตรงเป้า
  • พนักงานลาออกบ่อย ทั้งที่สวัสดิการดี

ลองถามตัวเองนะครับว่า

“มีอะไรที่เกิดขึ้นจริง แต่ยังอธิบายไม่ได้?”

ตรงนั้นแหละครับ คือจุดเริ่มต้นของปัญหาวิจัยที่ดี


📚 แนวทางที่ 2: วิเคราะห์จากงานวิจัยเดิม (Research Gap)

ปัญหาวิจัยที่อาจารย์ชอบมาก
คือปัญหาที่ ต่อยอดจากงานเดิม ครับ

วิธีง่ายๆ คือ

  • อ่านงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง
  • ดูว่าเขาทำอะไรไปแล้ว
  • แล้วถามว่า “ยังขาดอะไร?”

ถ้าน้องเจอจุดที่

  • ยังไม่เคยศึกษา
  • ศึกษาแต่ยังไม่ชัด
  • หรือยังไม่ตรงบริบทไทย

ตรงนั้นคือ Research Gap
และสามารถพัฒนาเป็นปัญหาวิจัยได้ทันทีครับ


🧠 แนวทางที่ 3: เริ่มจากทฤษฎีหรือแนวคิดทางวิชาการ

บางงานไม่ได้เริ่มจากปัญหาในชีวิตจริง
แต่เริ่มจากคำถามเชิงทฤษฎีครับ

เช่น

  • ทฤษฎีหนึ่งอธิบายพฤติกรรมได้จริงหรือไม่
  • แนวคิด A ยังใช้ได้ในบริบทปัจจุบันไหม
  • ตัวแปรสองตัวนี้สัมพันธ์กันอย่างไร

แนวนี้เหมาะมากกับ

  • งานเชิงวิชาการ
  • งานระดับ ป.โท / ป.เอก

แต่อย่าลืมนะครับ
ต้องอธิบายให้ได้ว่า ทำไมทฤษฎีนี้ถึงควรศึกษา


🌍 แนวทางที่ 4: ปรับบริบทใหม่จากงานเดิม

พี่ชอบแนวนี้มาก เพราะ ผ่านง่ายและปลอดภัย ครับ 😄

ตัวอย่างเช่น

  • งานเดิมศึกษาในต่างประเทศ → เราศึกษาในไทย
  • งานเดิมศึกษาองค์กรใหญ่ → เราศึกษาโรงเรียนหรือชุมชน
  • งานเดิมศึกษาในอดีต → เราศึกษาในยุคดิจิทัล

แม้หัวข้อจะคล้าย
แต่บริบทที่เปลี่ยนไป
ทำให้เกิดปัญหาวิจัยใหม่ทันทีครับ


⏳ แนวทางที่ 5: มองจากการเปลี่ยนแปลงของยุคสมัย

โลกเปลี่ยนเร็วมากครับ
สิ่งที่เคยใช้ได้ อาจใช้ไม่ได้แล้ว

เช่น

  • หลังโควิด
  • การเรียนออนไลน์
  • เทคโนโลยี AI
  • พฤติกรรมคนรุ่นใหม่

ถ้าน้องตั้งคำถามว่า

“เมื่อบริบทเปลี่ยน ผลลัพธ์ยังเหมือนเดิมไหม?”

นั่นคือปัญหาวิจัยที่ ทันสมัย และมีคุณค่า ครับ


⚡ ตั้งปัญหายังไม่มั่นใจ อย่าฝืนครับ

ถ้าน้องอ่านมาถึงตรงนี้แล้ว
ยังรู้สึกว่า “พอเข้าใจ แต่เขียนออกมาไม่คม”
หรืออยากมีคนช่วยชี้ปัญหาวิจัยให้ชัดแบบมืออาชีพในรูปแบบ [รับทำวิจัย]
พี่ช่วยปรับให้ตรงโจทย์อาจารย์ และลดรอบแก้ได้จริงครับ


💡 มุมมองจากพี่ (ประสบการณ์ 15 ปี)

จากประสบการณ์พี่นะครับ
ปัญหาวิจัยที่ดี ไม่จำเป็นต้องยิ่งใหญ่

แต่ต้อง

  • ชัด
  • เชื่อมกับวัตถุประสงค์ได้
  • และตอบได้จริงด้วยวิธีวิจัยที่เลือก

พี่มักบอกน้องๆ เสมอว่า

“ถ้าอธิบายปัญหาวิจัยให้เพื่อนฟังแล้วเข้าใจ
อาจารย์ก็เข้าใจครับ”


6. สรุป 5 แนวทางแบบจำง่ายครับ

  • เริ่มจากปัญหาจริงใกล้ตัว
  • ต่อยอดจากงานวิจัยเดิม (Research Gap)
  • ตั้งคำถามจากทฤษฎี
  • เปลี่ยนบริบทจากงานเก่า
  • เชื่อมกับการเปลี่ยนแปลงของยุคสมัย

ถ้าเลือกแนวทางถูก
งานวิจัยจะเดินง่ายขึ้นกว่าครึ่งครับ

“ตั้งปัญหางานวิจัยไม่คม งานไม่เดิน ให้พี่ช่วยชี้ประเด็นและปรับให้ผ่านตั้งแต่ต้นครับ”

FAQ: คำถามที่น้องถามพี่บ่อยครับ

ปัญหาวิจัยยาวแค่ไหนกำลังดี?

ยาวพอให้อธิบายเหตุผล แต่ต้องชัด ไม่อ้อมครับ

ปัญหาวิจัยกับวัตถุประสงค์ต่างกันไหม?

ต่างครับ ปัญหาคือ “คำถาม” วัตถุประสงค์คือ “สิ่งที่ต้องการรู้”

ใช้หลายแนวทางพร้อมกันได้ไหม?

ได้ครับ และมักทำให้งานแข็งแรงขึ้น

ปัญหาวิจัยเปลี่ยนกลางทางได้ไหม?

ได้ครับ แต่ควรปรึกษาอาจารย์ก่อนทุกครั้ง

RESEARCH

⚡ อ่านจบแล้ว... ยังรู้สึกว่า "งานวิจัย" เป็นเรื่องยาก? ⚡

อย่าปล่อยให้ความเครียดเรื่องธีซิสกัดกินเวลาของคุณ ให้ทีมงานมืออาชีพจาก อิมเพรส เลกาซี่ เป็นที่ปรึกษา เราพร้อมดูแลคุณทุกขั้นตอน

Line ID: @impressedu | Tel: 092-476-6638
Scroll to Top