💡 กำลังหาข้อมูลทำวิจัยอยู่ใช่ไหม? อ่านบทความนี้จบ ทำตามได้เลย!
แต่ถ้า "ไม่มีเวลา" ให้เราช่วยดูแลให้ไหม?
📋 ประเมินราคาวิจัย (ฟรี)

Table of Contents

1. ที่มาและความสำคัญ ไม่ใช่บทเล่าเรื่องยาวๆ นะครับ

น้องๆ เคยไหมครับ
เขียน ที่มาและความสำคัญของงานวิจัย ไปหลายหน้า
แต่อาจารย์ถามกลับแค่ว่า

“แล้วจำเป็นต้องทำเรื่องนี้ตรงไหน?” 😅

พี่ขอพูดตรงๆ แบบพี่ชายใจดีเลยนะครับ
บทนี้ ไม่ใช่บทโชว์ภาษา
แต่คือบทที่ต้องทำให้อาจารย์เชื่อว่า

งานนี้ มีเหตุผลพอ ที่จะให้ทำต่อครับ

บทความนี้พี่สรุปให้ชัดๆ
👉 6 เคล็ดลับที่พี่ใช้จริงมา 15 ปี
👉 เขียนแล้วลดรอบแก้
👉 ใช้ได้ทุกสาขาครับ


2. 6 เคล็ดลับในการเขียน “ที่มาและความสำคัญ” ให้งานวิจัยยืนได้

🔑 เคล็ดลับที่ 1: เริ่มจาก “ปัญหาจริง” ไม่ใช่ทฤษฎีก่อน

พี่แนะนำเลยครับ
อย่าเปิดบทด้วยนิยามยาวๆ จากตำรา

ให้เริ่มจาก

  • สถานการณ์จริง
  • ปัญหาที่เกิดขึ้นจริง
  • หรือปรากฏการณ์ที่เห็นชัดในสังคม/องค์กร

เพราะอาจารย์อยากรู้ก่อนว่า

“มีอะไรผิดปกติ จนต้องทำวิจัย?”


🔑 เคล็ดลับที่ 2: เขียนจากภาพกว้าง → แคบ → งานของเรา

โครงสร้างที่อ่านลื่นที่สุดคือ

ภาพรวมของปัญหา
→ ปัญหาเฉพาะในบริบท
→ ช่องว่างของความรู้
→ งานวิจัยของเรา

ถ้าน้องเปิดมาด้วยรายละเอียดเฉพาะจุดเลย
คนอ่านจะงงว่า

“แล้วมันสำคัญยังไงกับภาพใหญ่?”


🔑 เคล็ดลับที่ 3: แทรก “หลักฐาน” ให้พอดี

คำว่า “สำคัญ” ต้องมีเหตุผลรองรับครับ
เช่น

  • สถิติ
  • งานวิจัยเดิม
  • รายงานจากหน่วยงานที่น่าเชื่อถือ

ไม่ต้องเยอะ
แต่ต้อง พอดีและตรงประเด็น
เพื่อให้ที่มาของปัญหาดูจริง ไม่ใช่ความเห็นลอยๆ ครับ


🔑 เคล็ดลับที่ 4: ชี้ Research Gap ให้เห็นชัด

นี่คือหัวใจของบทนี้เลยครับ

อย่าเขียนแค่ว่า

“ยังไม่มีใครศึกษาเรื่องนี้มาก่อน” ❌

ให้เขียนว่า

  • งานเดิมศึกษาอะไร
  • แล้ว ยังขาดอะไร
  • และงานของเราจะเติมตรงไหน

ถ้า Gap ชัด
บทที่เหลือจะเขียนง่ายขึ้นทันทีครับ


⚡ เขียนแล้วรู้สึกยังไม่คม อย่าฝืนครับ

ถ้าน้องอ่านมาถึงตรงนี้แล้ว
ยังรู้สึกว่า “รู้หลัก แต่เรียบเรียงไม่ลงตัว”
หรืออยากให้พี่ช่วย ปรับที่มาและความสำคัญให้คมแบบวิชาการ ในรูปแบบ [รับทำวิจัย]
พี่ช่วยชี้ Gap และเรียบเรียงให้ผ่านตั้งแต่ต้นครับ


🔑 เคล็ดลับที่ 5: เชื่อมไปยังวัตถุประสงค์แบบเนียนๆ

ตอนท้ายของบท
ควรทำให้ผู้อ่าน “เดาออก” ว่า
งานนี้กำลังจะไปศึกษาอะไรต่อ

ไม่ต้องเขียนวัตถุประสงค์ตรงๆ
แต่ให้เห็นทิศทางว่า

ปัญหานี้ควรถูกศึกษาในมุมใด

ถ้าบทนี้จบแล้ว
วัตถุประสงค์โผล่มาแบบไม่ขัด
แปลว่าน้องเขียนถูกทางแล้วครับ


🔑 เคล็ดลับที่ 6: ใช้ภาษาชวนเชื่อเชิงวิชาการ ไม่ใช่อารมณ์

ที่มาและความสำคัญ
คือการ ชวนเชื่อด้วยเหตุผล ไม่ใช่ความรู้สึก

หลีกเลี่ยงคำว่า

  • น่าจะ
  • คงจะ
  • รู้สึกว่า

แล้วแทนด้วย

  • จากการศึกษา
  • จากข้อมูล
  • จากบริบทปัจจุบัน

งานจะดูเป็นวิชาการขึ้นทันทีครับ

💡 มุมมองจากพี่ (ประสบการณ์ 15 ปี)

จากที่พี่ตรวจงานมาหลายร้อยเล่มนะครับ
บทที่ โดนแก้หนักที่สุด คือที่มาและความสำคัญ

ไม่ใช่เพราะเขียนไม่เก่ง
แต่เพราะ

“ยังไม่รู้ว่ากำลังจะโน้มน้าวใคร และเพื่ออะไร”

ถ้าน้องจำไว้อย่างหนึ่งว่า

บทนี้เขียนเพื่อให้อาจารย์เชื่อว่า งานนี้ควรเกิดขึ้น

โทนการเขียนจะเปลี่ยนทันทีครับ


6. สรุป 6 เคล็ดลับแบบจำง่ายครับ

  • เริ่มจากปัญหาจริง
  • เขียนจากกว้างไปแคบ
  • ใช้หลักฐานสนับสนุน
  • ชี้ Research Gap ให้ชัด
  • เชื่อมไปวัตถุประสงค์
  • ใช้เหตุผลเชิงวิชาการ

ทำครบ
ที่มาและความสำคัญจะ “ยืนด้วยตัวเอง” ครับ

“ที่มาและความสำคัญยังไม่คม งานไม่เดิน ให้พี่ช่วยปรับให้ผ่านตั้งแต่ต้นครับ”

FAQ: คำถามที่น้องถามพี่บ่อยครับ

ที่มาและความสำคัญควรยาวกี่หน้า?

โดยทั่วไป 2–4 หน้า ขึ้นกับระดับและเกณฑ์สถาบันครับ

ต้องใส่อ้างอิงเยอะไหม?

ไม่ต้องเยอะ แต่ต้องตรงจุดและน่าเชื่อถือครับ

ใช้คำถามเชิงวาทศิลป์ได้ไหม?

ได้ครับ 1 คำถามกำลังดี อย่าใช้พร่ำเพรื่อ

เขียนก่อนบทที่ 2 ได้ไหม?

ได้ครับ แต่ต้องอ่านงานเดิมคร่าวๆ ก่อน

RESEARCH

⚡ อ่านจบแล้ว... ยังรู้สึกว่า "งานวิจัย" เป็นเรื่องยาก? ⚡

อย่าปล่อยให้ความเครียดเรื่องธีซิสกัดกินเวลาของคุณ ให้ทีมงานมืออาชีพจาก อิมเพรส เลกาซี่ เป็นที่ปรึกษา เราพร้อมดูแลคุณทุกขั้นตอน

Line ID: @impressedu | Tel: 092-476-6638
Scroll to Top