💡 กำลังหาข้อมูลทำวิจัยอยู่ใช่ไหม? อ่านบทความนี้จบ ทำตามได้เลย!
แต่ถ้า "ไม่มีเวลา" ให้เราช่วยดูแลให้ไหม?
📋 ประเมินราคาวิจัย (ฟรี)

น้องๆ เคยไหมครับ…ทำแบบสอบถามไปตั้งร้อยคน แต่กรรมการถามกลับว่า
“แล้วตัวอย่างมันเป็นตัวแทนประชากรจริงเหรอ?”

โอ้โห…จุกยิ่งกว่ากินชาไข่มุกแล้วดูดไม่ขึ้นครับ 😂

วันนี้พี่จะพาน้องๆ มารู้จัก การสุ่มตัวอย่างแบบแบ่งชั้น (Stratified Sampling) แบบเข้าใจง่าย พร้อมตัวอย่างชัดๆ ว่าใช้ยังไง ทำไมถึงสำคัญ และทำยังไงไม่ให้พลาดจนงานวิจัยสะดุดครับ

การสุ่มตัวอย่างแบบแบ่งชั้น คืออะไรครับ?

การสุ่มตัวอย่างแบบแบ่งชั้น คือเทคนิคที่ช่วยให้เราได้ “ตัวอย่างที่เป็นตัวแทนของประชากรจริงๆ” ครับ

หลักการง่ายมากคือ…

👉 แบ่งประชากรออกเป็นกลุ่มย่อยก่อน (เรียกว่า “ชั้น”)
👉 แล้วสุ่มเลือกตัวอย่างจากแต่ละชั้น

เหมือนทำข้าวผัดครับ ถ้าเราใส่แต่ข้าว ไม่ใส่ไข่ ไม่ใส่หมู มันก็ไม่ครบสูตรใช่ไหมครับ 😅

ทำไมต้องใช้การสุ่มตัวอย่างแบบแบ่งชั้นครับ?

พี่แนะนำว่า วิธีนี้เหมาะมาก เพราะมันช่วยลดปัญหาใหญ่ที่สุดในงานวิจัยคือ…

✅ ลดข้อผิดพลาดในการสุ่มตัวอย่าง

บางทีเราสุ่มผิด กลุ่มตัวอย่างไม่ตรงกับประชากรจริง ผลวิจัยก็เพี้ยนครับ

✅ ตัวอย่างเป็นตัวแทนประชากรได้ดีกว่า

เพราะแต่ละชั้นมีโอกาสถูกเลือกอย่างเหมาะสม ไม่ใช่กระจุกอยู่กลุ่มเดียวครับ

วิธีการสุ่มตัวอย่างแบบแบ่งชั้น (Step-by-Step)

พี่สรุปให้แบบเข้าใจง่ายเป็น 5 ขั้นตอนครับ

1) กำหนดประชากรให้ชัด

ก่อนอื่นต้องรู้ว่าเราจะศึกษาใคร เช่น

  • นักศึกษามหาวิทยาลัย 5,000 คน

2) ระบุ “ชั้น” หรือกลุ่มย่อย

ชั้นต้องแบ่งตามลักษณะที่เราสนใจ เช่น

  • ชั้นปี 1
  • ชั้นปี 2
  • ชั้นปี 3
  • ชั้นปี 4

3) กำหนดขนาดตัวอย่างแต่ละชั้น

เช่น ต้องการตัวอย่างทั้งหมด 400 คน

  • ปี 1 = 100 คน
  • ปี 2 = 100 คน
  • ปี 3 = 100 คน
  • ปี 4 = 100 คน

หรือจะให้ตามสัดส่วนจริงก็ได้ครับ

4) สุ่มเลือกตัวอย่างจากแต่ละชั้น

ตรงนี้สำคัญมาก ต้องสุ่มจริงๆ เช่น

  • สุ่มรายชื่อจากนักศึกษาปี 1 จำนวน 100 คน

5) วิเคราะห์ข้อมูลตามปกติ

พอได้ตัวอย่างครบ ก็เข้าสู่การวิเคราะห์ เช่น SPSS, Regression, ANOVA ได้เลยครับ

ถ้าอ่านมาถึงตรงนี้แล้วยังรู้สึกมึนๆ หรืออยากหาคนช่วย [รับทำวิจัย] แบบมืออาชีพ ที่การันตีผลงาน ทักหาพี่ได้เลยนะครับ

ข้อดี vs ข้อเสีย ของการสุ่มตัวอย่างแบบแบ่งชั้น

ข้อดี

✅ ลด Sampling Error ได้ดีมากครับ
✅ ได้ตัวอย่างที่แทนประชากรจริง
✅ เหมาะกับงานที่ประชากรมีความหลากหลาย

ข้อเสีย

❌ ใช้เวลามากกว่าวิธีสุ่มธรรมดา
❌ ต้องรู้ข้อมูลประชากรล่วงหน้า
❌ ถ้าแบ่งชั้นผิด งานจะเพี้ยนทันทีครับ

💡 มุมมองจากพี่ (ประสบการณ์ 15 ปี)

พี่เคยเจอน้องคนนึงทำวิจัยเรื่อง “ความพึงพอใจของนักศึกษา”
แต่สุ่มตัวอย่างจากปี 4 อย่างเดียวครับ

กรรมการถามทันทีว่า…
“แล้วปี 1 ปี 2 หายไปไหน?”

สุดท้ายต้องกลับไปเก็บข้อมูลใหม่ เสียเวลาไป 2 เดือนเต็มครับ 😭

พี่เลยอยากฝากว่า…
📌 ถ้าประชากรมีหลายกลุ่ม อย่าสุ่มรวมมั่วๆ
ใช้ การสุ่มตัวอย่างแบบแบ่งชั้น จะปลอดภัยที่สุดครับ

สรุป

การสุ่มตัวอย่างแบบแบ่งชั้น คือวิธีสุ่มที่ช่วยให้ตัวอย่างเป็นตัวแทนประชากรจริงครับ
หลักสำคัญคือ “แบ่งกลุ่มก่อน แล้วสุ่มจากทุกกลุ่ม”
ช่วยลดความผิดพลาด เพิ่มความน่าเชื่อถือของงานวิจัย
ทำถูกตั้งแต่แรก = ผ่านง่าย ไม่ต้องแก้งานซ้ำครับ 💪

📌 “สุ่มตัวอย่างผิด งานวิจัยพังทั้งเล่ม! ให้พี่ช่วยวางแผนกลุ่มตัวอย่าง ปรึกษาฟรีได้ที่ Line ครับ”

FAQ (คำถามที่พบบ่อย)

Q1: การสุ่มตัวอย่างแบบแบ่งชั้นต่างจากสุ่มแบบง่ายยังไง?

A: แบบง่ายสุ่มจากประชากรเลย แต่แบบแบ่งชั้นจะแบ่งกลุ่มก่อน แล้วสุ่มจากทุกกลุ่มครับ

Q2: จำเป็นต้องแบ่งชั้นเสมอไหม?

A: ถ้าประชากรหลากหลายมาก พี่แนะนำว่าแบ่งชั้นจะดีที่สุดครับ

Q3: แบ่งชั้นตามอะไรได้บ้าง?

A: ได้หลายแบบ เช่น เพศ อายุ ชั้นปี รายได้ ภูมิภาคครับ

Q4: ถ้าชั้นมีขนาดไม่เท่ากันต้องทำยังไง?

A: ใช้การสุ่มตามสัดส่วน (Proportionate Stratified Sampling) ครับ

Q5: งานวิจัยเชิงคุณภาพใช้ได้ไหม?

A: ส่วนใหญ่ใช้ในเชิงปริมาณมากกว่า แต่บางกรณีก็ประยุกต์ได้ครับ

RESEARCH

⚡ อ่านจบแล้ว... ยังรู้สึกว่า "งานวิจัย" เป็นเรื่องยาก? ⚡

อย่าปล่อยให้ความเครียดเรื่องธีซิสกัดกินเวลาของคุณ ให้ทีมงานมืออาชีพจาก อิมเพรส เลกาซี่ เป็นที่ปรึกษา เราพร้อมดูแลคุณทุกขั้นตอน

Line ID: @impressedu | Tel: 092-476-6638
Scroll to Top