แต่ถ้า "ไม่มีเวลา" ให้เราช่วยดูแลให้ไหม?
น้องๆ เคยไหม…ทำการตลาดแทบตาย แต่ลูกค้าเงียบกริบ?
พี่ถามจริงนะครับ…เคยไหมที่เราคิดว่า “แคมเปญนี้ต้องปัง!” แต่ผลลัพธ์คือเงียบยิ่งกว่าห้องสอบปลายภาค 😅
ปัญหาส่วนใหญ่ไม่ได้มาจากงบไม่พอครับ แต่มาจาก “เราไม่รู้จักบัญชีหรือองค์กรเป้าหมายลึกพอ” นั่นเอง
วันนี้พี่จะพาน้องๆ มาเจาะลึกเรื่อง การวิจัยบัญชีใช้เครื่องมือวิเคราะห์เนื้อหาอย่างไร ให้เข้าใจแบบเอาไปใช้ได้จริง อ่านจบแล้วจะรู้ว่า
- การวิจัยบัญชีคืออะไร
- ทำไมมันถึงเปลี่ยนเกมธุรกิจได้
- และเครื่องมือไหนที่มืออาชีพเขาใช้กันครับ
การวิจัยบัญชีคืออะไร? (Account Research แบบเข้าใจง่าย)
การวิจัยบัญชี คือการวิเคราะห์ข้อมูลของ “บัญชีเป้าหมาย” ไม่ว่าจะเป็นองค์กร บริษัท หรือกลุ่มลูกค้าเฉพาะราย
ข้อมูลที่เอามาวิเคราะห์ เช่น
- พฤติกรรมบนโซเชียลมีเดีย
- การเข้าชมเว็บไซต์
- คำรีวิวหรือ Feedback
- คีย์เวิร์ดที่ใช้ค้นหา
พูดง่ายๆ คือ เราไม่ได้ยิงการตลาดแบบหว่านแหครับ แต่เรา “เจาะรายบัญชี” แบบแม่นยำ
นี่แหละครับที่เรียกว่า Account-Based Thinking แบบมืออาชีพครับ
การวิจัยบัญชีช่วยกลยุทธ์ธุรกิจยังไง?
พี่สรุปให้แบบตรงไปตรงมาเลยนะครับ
1. เข้าใจลูกค้าแบบลึกจริง
ไม่ใช่แค่รู้ว่าเขาเป็นใคร แต่รู้ว่าเขาสนใจอะไร กลัวอะไร ตัดสินใจยังไง
2. ทำแคมเปญแม่นขึ้น
เมื่อรู้ Insight จริง การยิงคอนเทนต์จะไม่มั่วอีกต่อไปครับ
3. วิเคราะห์คู่แข่งได้ชัด
เห็นจุดแข็ง-จุดอ่อน แล้วเราปรับเกมได้ทันที
4. เปิดตลาดใหม่ได้ก่อนใคร
บางทีข้อมูลบอกเลยว่า “เฮ้ย! กลุ่มนี้กำลังโตนะ” ถ้าไม่วิเคราะห์ เราจะไม่เห็นครับ
เครื่องมือวิเคราะห์เนื้อหาที่ใช้ในการวิจัยบัญชี
พี่คัดมาให้ 4 ตัวที่ใช้จริง ไม่มโนครับ
1️⃣ BuzzSumo
เหมาะสำหรับดูว่า
- คอนเทนต์ไหนไวรัล
- แบรนด์ถูกพูดถึงยังไง
- คู่แข่งโพสต์อะไรแล้วคนแชร์เยอะ
ถ้าจะทำ Social Insight นี่ตัวนี้ดีมากครับ
2️⃣ SEMrush
ตัวนี้สาย SEO รู้จักดีครับ
- วิเคราะห์ทราฟฟิกเว็บ
- ดูอันดับคีย์เวิร์ด
- ส่องกลยุทธ์คู่แข่ง
ถ้าทำวิจัยบัญชีเชิงดิจิทัล พี่แนะนำว่าต้องลองดูนะครับ
3️⃣ Ahrefs
เทพเรื่อง Backlink
ดูได้ว่าใครลิงก์หาใคร
คู่แข่งได้ลิงก์จากไหน
บางทีแค่ดู Backlink ก็รู้เลยว่าเขาไปทำ PR ที่ไหนมาครับ
4️⃣ Google Analytics
เครื่องมือฟรี แต่พลังโคตรแรงครับ
- ดูพฤติกรรมผู้ใช้
- ดูเส้นทางการเข้าชม
- วิเคราะห์ Conversion
ถ้าไม่ใช้ตัวนี้ เท่ากับปิดตาขับรถเลยนะครับ
⚡ จุดนี้สำคัญมาก!
ถ้าอ่านมาถึงตรงนี้แล้วยังรู้สึกมึนๆ หรืออยากหาคนช่วย [รับทำวิจัย] แบบมืออาชีพ ที่การันตีผลงาน ทักหาพี่ได้เลยนะครับ
พี่ดูแลตั้งแต่โครงร่างจนผ่าน ไม่ทิ้งงานกลางทางแน่นอนครับ
ทำยังไงให้การวิเคราะห์เนื้อหามีประสิทธิภาพ?
พี่แนะนำ 4 ขั้นตอนนี้ครับ
- ตั้งเป้าหมายให้ชัดก่อนวิเคราะห์
- เก็บข้อมูลหลายแหล่ง (อย่าเชื่อแหล่งเดียว)
- วิเคราะห์เชิงเปรียบเทียบกับคู่แข่ง
- สรุป Insight แล้วเอาไปใช้จริง
อย่าวิเคราะห์เพื่อความสบายใจนะครับ วิเคราะห์เพื่อ “ตัดสินใจ” ครับ
💡 มุมมองจากพี่ (ประสบการณ์ 15 ปี)
พี่เคยเจอเคสบริษัท B2B รายหนึ่งครับ เขาคิดว่าลูกค้าสนใจ “ราคา” มากที่สุด
แต่พอพี่วิเคราะห์ข้อมูลจาก SEO + Social Listening กลับพบว่า
ลูกค้าสนใจ “ความน่าเชื่อถือและรีวิวจากองค์กรใหญ่” มากกว่า
เขาเลยเปลี่ยนกลยุทธ์
จากโปรโมทราคา → เป็นโชว์ Case Study และ Client Reference
ยอดปิดดีลเพิ่มขึ้น 38% ภายใน 3 เดือนครับ
นี่แหละครับ…ข้อมูลไม่เคยโกหก แต่ถ้าเราไม่วิเคราะห์ เราจะเดาผิดตลอดครับ
สรุปแบบพี่ๆ สอนน้อง
- การวิจัยบัญชีคือการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกของบัญชีเป้าหมาย
- เครื่องมือวิเคราะห์เนื้อหาช่วยให้เห็น Insight ที่ตาเปล่ามองไม่เห็น
- ใช้ข้อมูลเพื่อปรับกลยุทธ์ ไม่ใช่ทำการตลาดแบบเดา
ยุคนี้ใครมีข้อมูลและใช้เป็น คนนั้นชนะครับ
น้องๆ อย่ากลัวเครื่องมือครับ กลัวอย่างเดียวคือ “ไม่ลงมือวิเคราะห์” ครับ
“วิเคราะห์บัญชีลูกค้าไม่แม่น = เสียโอกาส! ให้พี่ช่วยวางกลยุทธ์วิจัยแบบมืออาชีพ ปรึกษาฟรีครับ”
FAQ: คำถามที่น้องๆ ชอบถาม
เหมาะมากกับ B2B และธุรกิจที่ต้องการเจาะลูกค้าเฉพาะรายครับ
ไม่จำเป็นเสมอไปครับ เริ่มจาก Google Analytics ก่อนก็ได้
พี่แนะนำอย่างน้อยเดือนละครั้ง หรือก่อนวางแผนแคมเปญใหญ่ครับ
วิจัยตลาดดูภาพรวมครับ แต่การวิจัยบัญชีเจาะลึกระดับองค์กรหรือบัญชีเฉพาะรายครับ