แต่ถ้า "ไม่มีเวลา" ให้เราช่วยดูแลให้ไหม?
น้องๆ เคยไหมครับ…
บทที่ 1 ผ่านฉลุย
บทที่ 3 เริ่มเห็นทาง
แต่พอถึง บทที่ 2 ทฤษฎีและการวิจัยที่เกี่ยวข้อง เท่านั้นแหละ…
เอกสารกองเป็นตั้ง แต่ เขียนไม่ออก 😵💫
บางคนเขียนไปเหมือน
- รวมบทความ
- เล่าใครทำอะไรมาบ้างแบบไม่มีทิศ
- หรือหนักสุดคือ “ลอกแล้วเรียงใหม่”
พี่ขอพูดตรงๆ แบบพี่สอนน้องนะครับ
บทที่ 2 ไม่ใช่ที่โชว์ว่าหานักวิชาการเก่ง
แต่คือที่โชว์ว่าเรา ‘คิดเป็น’ ในเชิงวิจัย
บทความนี้พี่จะเจาะลึกแบบเป็นขั้นเป็นตอน
อ่านจบแล้วน้องๆ จะรู้ว่า บทที่ 2 ต้องเขียนยังไงให้กรรมการอ่านแล้วไม่ถอนหายใจครับ
🔍 บทที่ 2 คืออะไร (เอาให้เข้าใจก่อนครับ)
บทที่ 2 ทฤษฎีและการวิจัยที่เกี่ยวข้อง
คือบทที่ทำหน้าที่
- ปูพื้นแนวคิด
- เชื่อมโยงทฤษฎีกับงานวิจัยเดิม
- และนำไปสู่กรอบแนวคิดและสมมติฐานของเรา
พูดง่ายๆ นะครับ
📌 บทที่ 2 = ฐานเหตุผลของงานวิจัยทั้งเล่ม
ถ้าฐานไม่แน่น บทที่ 4–5 จะโยกหมดครับ
🧱 โครงสร้างบทที่ 2 ที่พี่แนะนำ (ใช้ได้จริง)
1️⃣ แนวคิดและทฤษฎีที่เกี่ยวข้อง
ตรงนี้ ไม่ใช่เล่าให้ครบทุกทฤษฎีในโลก
แต่เลือกเฉพาะทฤษฎีที่
- อธิบายตัวแปรของเราได้
- เชื่อมโยงกับโจทย์วิจัย
ตัวอย่างเช่น
- วิจัยแรงจูงใจ → ใช้ Motivation Theory
- วิจัยการยอมรับเทคโนโลยี → ใช้ TAM / UTAUT
❗ อย่าเขียนแบบ “ใส่มาเพราะมันดัง” นะครับ
2️⃣ แนวคิดและนิยามตัวแปร
ส่วนนี้คือการ
- อธิบายความหมายของตัวแปรตามนักวิชาการ
- คัดนิยามที่เหมาะกับบริบทงานเรา
พี่แนะนำว่า
อย่าใส่นิยามเยอะ แต่ให้ใส่นิยามที่ ‘เราใช้จริง’
แล้วอย่าลืมโยงว่า
นิยามนี้ → ใช้เป็นฐานในการสร้างเครื่องมือวัดครับ
3️⃣ งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง (หัวใจของบทนี้เลยครับ)
นี่คือจุดที่หลายคนพลาดหนักที่สุด
❌ สิ่งที่ไม่ควรทำ
- เรียงปี เรียงประเทศ แบบรายงานข่าว
- สรุปงานวิจัยแบบไม่โยงกับงานตัวเอง
✅ สิ่งที่ควรทำ
- จัดกลุ่มงานวิจัยตาม “ตัวแปร”
- หรือ “ประเด็น” ที่เกี่ยวข้องกับงานเรา
เช่น
- งานวิจัยเกี่ยวกับภาวะผู้นำ
- งานวิจัยเกี่ยวกับประสิทธิภาพ
- งานวิจัยที่เชื่อมโยง X → Y
แล้วปิดท้ายแต่ละกลุ่มด้วย
“จากการทบทวนงานวิจัยข้างต้น พบว่า…”
เพื่อปูไปสู่กรอบแนวคิดครับ
⚡ พี่ขอแทรกนิดหนึ่งนะครับ
ถ้าอ่านมาถึงตรงนี้แล้ว
ยังรู้สึกว่า
“รู้โครง แต่ยังเรียบเรียงไม่เป็น”
หรือกลัวว่า บทที่ 2 จะกลายเป็นบทลอกงานคนอื่น
ถ้าอยากได้คนช่วย [รับทำวิจัย] แบบมืออาชีพ
ตั้งแต่จัดโครงบทที่ 2 จนเชื่อมไปบทที่ 3 ให้ลื่น
ทักพี่ได้เลยนะครับ
💡 มุมมองจากพี่ (ประสบการณ์ 15 ปี)
พี่เจองานระดับเอกมาหลายเล่มครับ
ปัญหาไม่ใช่เอกสารน้อย
แต่คือ อ่านมาเยอะ แต่ไม่กลั่น
กรรมการเคยพูดประโยคหนึ่งที่พี่จำขึ้นใจ
“บทที่ 2 นี้ เหมือนรู้ทุกอย่าง
แต่ยังไม่รู้ว่า ‘ผู้วิจัยคิดอะไร’”
ตั้งแต่นั้นพี่จะย้ำเสมอว่า
📌 บทที่ 2 ที่ดี ต้องมีเสียงของเราแทรกอยู่
ไม่ใช่แค่เสียงนักวิชาการครับ
🧾 Summary (สรุปให้จำง่าย)
- บทที่ 2 คือฐานเหตุผลของงานวิจัย
- อย่าใส่ทฤษฎีเพราะมันดัง ให้ใส่เพราะมันจำเป็น
- งานวิจัยที่เกี่ยวข้องต้อง “จัดกลุ่มและวิเคราะห์”
- บทที่ 2 ที่ดี ต้องพาไปสู่กรอบแนวคิดได้อย่างเป็นธรรมชาติครับ
ถ้าน้องๆ เข้าใจบทนี้
งานวิจัยจะดูโตขึ้นทันทีครับ 💪
“บทที่ 2 เขียนแล้วไม่มั่นใจ ให้พี่ช่วยจัดโครง วิเคราะห์ และเรียบเรียงให้ผ่านกรรมการ ปรึกษาฟรีครับ”
❓ FAQ: คำถามที่น้องๆ ถามบ่อย
ไม่มีตายตัวครับ ดูที่ความครบและความลึก
แนะนำไม่เกิน 5–10 ปี ยกเว้นงานคลาสสิกครับ
แนะนำมากครับ จะช่วยให้งานดูมีน้ำหนัก
ถ้าโท–เอก ควรมีบ้างครับ จะดูเป็นนักวิจัยจริง