แต่ถ้า "ไม่มีเวลา" ให้เราช่วยดูแลให้ไหม?
บทที่ 2: ทฤษฎีและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง
ถือเป็นหนึ่งในบทที่น้อง ๆ หลายคนบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า
“อ่านเยอะ เขียนยาก และไม่รู้จะเริ่มตรงไหนก่อน”
แต่จริง ๆ แล้ว ถ้าน้องเข้าใจโครงสร้างและลำดับความคิด
บทที่ 2 จะไม่ใช่บทที่น่ากลัวอย่างที่คิดเลย
วันนี้พี่จะพาน้อง ๆ มาดู 7 ขั้นตอนสำคัญ
ที่จะช่วยให้น้องเขียนบทที่ 2 ได้เป็นระบบ และไม่หลุดประเด็น
ขั้นตอนที่ 1 : กำหนดวัตถุประสงค์ของบทที่ 2 ให้ชัด
ก่อนจะเริ่มเขียน น้องต้องตอบตัวเองให้ได้ก่อนว่า
“บทที่ 2 ของงานเรามีไว้เพื่ออะไร”
คำตอบหลัก ๆ คือ
-
อธิบายแนวคิดและทฤษฎีที่เกี่ยวข้อง
-
แสดงให้เห็นว่างานวิจัยของเรามีที่มาอย่างไร
-
ปูพื้นฐานไปสู่กรอบแนวคิดและสมมติฐาน
ถ้าวัตถุประสงค์ยังไม่ชัด
เขียนไปเท่าไรก็จะรู้สึกว่า “ไม่เข้าที่” ครับ
ขั้นตอนที่ 2 : รวบรวมทฤษฎีและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง
ในขั้นตอนนี้ น้องควรค้นคว้า
-
หนังสือ
-
บทความวิชาการ
-
วารสาร
-
งานวิจัยในประเทศ
-
งานวิจัยต่างประเทศ
อย่าเพิ่งรีบเขียนนะครับ
ให้ อ่านเยอะกว่าที่จะใช้จริง แล้วค่อยคัดเลือกเฉพาะส่วนที่ “เกี่ยวกับงานเราโดยตรง”
ขั้นตอนที่ 3 : วิเคราะห์ ไม่ใช่แค่เล่า
ข้อผิดพลาดที่พี่เจอบ่อยมาก คือ
น้องเอางานวิจัยมา “เล่าเรียงต่อกัน” แต่ไม่ได้ วิเคราะห์
สิ่งที่น้องควรถามตัวเองทุกครั้งคือ
-
งานนี้เกี่ยวข้องกับตัวแปรของเรายังไง
-
งานนี้สนับสนุนหรือขัดแย้งกับงานเราไหม
-
งานเดิมยังมีช่องว่างอะไรที่เราจะศึกษาเพิ่มได้
ตรงนี้แหละ คือหัวใจของบทที่ 2
📌 พี่ขอแทรกนิดหนึ่งนะครับ
น้อง ๆ หลายคนอ่านงานวิจัยมาเยอะ แต่ยังไม่รู้จะเรียบเรียงยังไงให้เป็นระบบ
ตรงจุดนี้ ถ้ามีคนช่วย รับวิเคราะห์–จัดโครง–เชื่อมทฤษฎีกับตัวแปร
จะช่วยลดเวลาการเขียนบทที่ 2 ไปได้เยอะมาก และลดการโดนอาจารย์แก้ซ้ำ ๆ ด้วย
พี่ รับทำวิจัย โดยเฉพาะบทที่ 2 นี่ พี่เชี่ยวชาญมาก ๆ ทักได้นะ
ขั้นตอนที่ 4 : สร้างกรอบแนวคิดการวิจัย
กรอบแนวคิด คือภาพรวมความสัมพันธ์ของตัวแปรทั้งหมดในงานวิจัย
ช่วยให้น้องเห็นว่า
-
ตัวแปรต้นคืออะไร
-
ตัวแปรตามคืออะไร
-
มีตัวแปรแทรกหรือไม่
กรอบแนวคิดที่ดี จะทำให้
-
บทที่ 2 → บทที่ 3 เชื่อมกัน
-
อาจารย์อ่านแล้ว “เห็นภาพทันที”
ขั้นตอนที่ 5 : เรียบเรียงจากกว้างไปแคบ
ลำดับการเขียนที่พี่แนะนำคือ
-
แนวคิดกว้าง ๆ ของเรื่องที่ศึกษา
-
ทฤษฎีที่เกี่ยวข้อง
-
งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง
-
เชื่อมเข้าสู่งานของเรา
ถ้าน้องเขียนแบบนี้
ผู้อ่านจะไม่งง และบทจะไหลเป็นธรรมชาติ
ขั้นตอนที่ 6 : เขียนด้วยภาษาของตัวเอง
จำไว้อย่างหนึ่งนะครับ
บทที่ 2 ไม่ใช่ที่รวมบทคัดย่อของคนอื่น
น้องต้อง
-
อ่าน
-
เข้าใจ
-
แล้ว “เรียบเรียงใหม่”
พร้อมอ้างอิงให้ถูกต้อง
แค่นี้ก็ลดความเสี่ยงเรื่องคัดลอกผลงานได้แล้ว
ขั้นตอนที่ 7 : ตรวจอ้างอิงให้ครบและตรงรูปแบบ
ก่อนส่งอาจารย์ อย่าลืมเช็กว่า
-
ทุกงานที่กล่าวถึง มีอ้างอิงครบ
-
รูปแบบอ้างอิงตรงตามคู่มือคณะ
-
ชื่อผู้แต่ง ปี พ.ศ./ค.ศ. ถูกต้อง
รายละเอียดเล็ก ๆ เหล่านี้
ส่งผลต่อความน่าเชื่อถือของงานมากกว่าที่คิดครับ
สรุป
บทที่ 2 ไม่ใช่บทที่เขียนยาก
แต่เป็นบทที่ ต้องใช้การคิดและการเชื่อมโยง
ถ้าน้องทำตาม 7 ขั้นตอนนี้
บทที่ 2 จะกลายเป็น “ฐานราก” ที่แข็งแรงของงานวิจัยทั้งเล่ม
และช่วยให้น้องเขียนบทที่ 3–5 ได้ง่ายขึ้นอย่างชัดเจน
ไม่อยากปวดหัวกับบทที่ 2 ทักหาคนช่วยคิด ช่วยเขียนได้เลยนะ พี่พร้อมมาก 👇
FAQ : คำถามที่น้อง ๆ ถามกันบ่อยเกี่ยวกับบทที่ 2
ไม่มีตายตัว ขึ้นกับระดับและความลึกของงาน แต่ขอให้ “ครบและเชื่อมกับงานตัวเอง”
ได้ แต่ควรมีงานใหม่ประกอบ เพื่อแสดงความทันสมัย
ส่วนใหญ่จำเป็น โดยเฉพาะงานระดับปริญญาโท–เอก
มีมาก เพราะเป็นบทที่อาจารย์ใช้ถามที่มาของงาน