💡 กำลังหาข้อมูลทำวิจัยอยู่ใช่ไหม? อ่านบทความนี้จบ ทำตามได้เลย!
แต่ถ้า "ไม่มีเวลา" ให้เราช่วยดูแลให้ไหม?
📋 ประเมินราคาวิจัย (ฟรี)

บทที่ 2: ทฤษฎีและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง
ถือเป็นหนึ่งในบทที่น้อง ๆ หลายคนบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า

“อ่านเยอะ เขียนยาก และไม่รู้จะเริ่มตรงไหนก่อน”

แต่จริง ๆ แล้ว ถ้าน้องเข้าใจโครงสร้างและลำดับความคิด
บทที่ 2 จะไม่ใช่บทที่น่ากลัวอย่างที่คิดเลย

วันนี้พี่จะพาน้อง ๆ มาดู 7 ขั้นตอนสำคัญ
ที่จะช่วยให้น้องเขียนบทที่ 2 ได้เป็นระบบ และไม่หลุดประเด็น


ขั้นตอนที่ 1 : กำหนดวัตถุประสงค์ของบทที่ 2 ให้ชัด

ก่อนจะเริ่มเขียน น้องต้องตอบตัวเองให้ได้ก่อนว่า

“บทที่ 2 ของงานเรามีไว้เพื่ออะไร”

คำตอบหลัก ๆ คือ

  • อธิบายแนวคิดและทฤษฎีที่เกี่ยวข้อง

  • แสดงให้เห็นว่างานวิจัยของเรามีที่มาอย่างไร

  • ปูพื้นฐานไปสู่กรอบแนวคิดและสมมติฐาน

ถ้าวัตถุประสงค์ยังไม่ชัด
เขียนไปเท่าไรก็จะรู้สึกว่า “ไม่เข้าที่” ครับ


ขั้นตอนที่ 2 : รวบรวมทฤษฎีและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง

ในขั้นตอนนี้ น้องควรค้นคว้า

  • หนังสือ

  • บทความวิชาการ

  • วารสาร

  • งานวิจัยในประเทศ

  • งานวิจัยต่างประเทศ

อย่าเพิ่งรีบเขียนนะครับ
ให้ อ่านเยอะกว่าที่จะใช้จริง แล้วค่อยคัดเลือกเฉพาะส่วนที่ “เกี่ยวกับงานเราโดยตรง”


ขั้นตอนที่ 3 : วิเคราะห์ ไม่ใช่แค่เล่า

ข้อผิดพลาดที่พี่เจอบ่อยมาก คือ
น้องเอางานวิจัยมา “เล่าเรียงต่อกัน” แต่ไม่ได้ วิเคราะห์

สิ่งที่น้องควรถามตัวเองทุกครั้งคือ

  • งานนี้เกี่ยวข้องกับตัวแปรของเรายังไง

  • งานนี้สนับสนุนหรือขัดแย้งกับงานเราไหม

  • งานเดิมยังมีช่องว่างอะไรที่เราจะศึกษาเพิ่มได้

ตรงนี้แหละ คือหัวใจของบทที่ 2


📌 พี่ขอแทรกนิดหนึ่งนะครับ

น้อง ๆ หลายคนอ่านงานวิจัยมาเยอะ แต่ยังไม่รู้จะเรียบเรียงยังไงให้เป็นระบบ
ตรงจุดนี้ ถ้ามีคนช่วย รับวิเคราะห์–จัดโครง–เชื่อมทฤษฎีกับตัวแปร
จะช่วยลดเวลาการเขียนบทที่ 2 ไปได้เยอะมาก และลดการโดนอาจารย์แก้ซ้ำ ๆ ด้วย
พี่ รับทำวิจัย โดยเฉพาะบทที่ 2 นี่ พี่เชี่ยวชาญมาก ๆ ทักได้นะ


ขั้นตอนที่ 4 : สร้างกรอบแนวคิดการวิจัย

กรอบแนวคิด คือภาพรวมความสัมพันธ์ของตัวแปรทั้งหมดในงานวิจัย
ช่วยให้น้องเห็นว่า

  • ตัวแปรต้นคืออะไร

  • ตัวแปรตามคืออะไร

  • มีตัวแปรแทรกหรือไม่

กรอบแนวคิดที่ดี จะทำให้

  • บทที่ 2 → บทที่ 3 เชื่อมกัน

  • อาจารย์อ่านแล้ว “เห็นภาพทันที”


ขั้นตอนที่ 5 : เรียบเรียงจากกว้างไปแคบ

ลำดับการเขียนที่พี่แนะนำคือ

  1. แนวคิดกว้าง ๆ ของเรื่องที่ศึกษา

  2. ทฤษฎีที่เกี่ยวข้อง

  3. งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง

  4. เชื่อมเข้าสู่งานของเรา

ถ้าน้องเขียนแบบนี้
ผู้อ่านจะไม่งง และบทจะไหลเป็นธรรมชาติ


ขั้นตอนที่ 6 : เขียนด้วยภาษาของตัวเอง

จำไว้อย่างหนึ่งนะครับ

บทที่ 2 ไม่ใช่ที่รวมบทคัดย่อของคนอื่น

น้องต้อง

  • อ่าน

  • เข้าใจ

  • แล้ว “เรียบเรียงใหม่”

พร้อมอ้างอิงให้ถูกต้อง
แค่นี้ก็ลดความเสี่ยงเรื่องคัดลอกผลงานได้แล้ว


ขั้นตอนที่ 7 : ตรวจอ้างอิงให้ครบและตรงรูปแบบ

ก่อนส่งอาจารย์ อย่าลืมเช็กว่า

  • ทุกงานที่กล่าวถึง มีอ้างอิงครบ

  • รูปแบบอ้างอิงตรงตามคู่มือคณะ

  • ชื่อผู้แต่ง ปี พ.ศ./ค.ศ. ถูกต้อง

รายละเอียดเล็ก ๆ เหล่านี้
ส่งผลต่อความน่าเชื่อถือของงานมากกว่าที่คิดครับ


สรุป

บทที่ 2 ไม่ใช่บทที่เขียนยาก
แต่เป็นบทที่ ต้องใช้การคิดและการเชื่อมโยง

ถ้าน้องทำตาม 7 ขั้นตอนนี้
บทที่ 2 จะกลายเป็น “ฐานราก” ที่แข็งแรงของงานวิจัยทั้งเล่ม
และช่วยให้น้องเขียนบทที่ 3–5 ได้ง่ายขึ้นอย่างชัดเจน

ไม่อยากปวดหัวกับบทที่ 2 ทักหาคนช่วยคิด ช่วยเขียนได้เลยนะ พี่พร้อมมาก 👇

FAQ : คำถามที่น้อง ๆ ถามกันบ่อยเกี่ยวกับบทที่ 2

บทที่ 2 ต้องมีกี่หน้า?

ไม่มีตายตัว ขึ้นกับระดับและความลึกของงาน แต่ขอให้ “ครบและเชื่อมกับงานตัวเอง”

ใช้งานวิจัยเก่าได้ไหม?

ได้ แต่ควรมีงานใหม่ประกอบ เพื่อแสดงความทันสมัย

จำเป็นต้องมีงานวิจัยต่างประเทศไหม?

ส่วนใหญ่จำเป็น โดยเฉพาะงานระดับปริญญาโท–เอก

บทที่ 2 มีผลต่อการสอบป้องกันไหม?

มีมาก เพราะเป็นบทที่อาจารย์ใช้ถามที่มาของงาน

RESEARCH

⚡ อ่านจบแล้ว... ยังรู้สึกว่า "งานวิจัย" เป็นเรื่องยาก? ⚡

อย่าปล่อยให้ความเครียดเรื่องธีซิสกัดกินเวลาของคุณ ให้ทีมงานมืออาชีพจาก อิมเพรส เลกาซี่ เป็นที่ปรึกษา เราพร้อมดูแลคุณทุกขั้นตอน

Line ID: @impressedu | Tel: 092-476-6638
Scroll to Top