💡 กำลังหาข้อมูลทำวิจัยอยู่ใช่ไหม? อ่านบทความนี้จบ ทำตามได้เลย!
แต่ถ้า "ไม่มีเวลา" ให้เราช่วยดูแลให้ไหม?
📋 ประเมินราคาวิจัย (ฟรี)

น้องๆ เคยไหมครับ…
ตั้งหัวข้อวิจัยอยู่ดีๆ อาจารย์พูดแค่คำเดียวว่า

“หัวข้อนี้ยังไม่ชัดนะ”

แล้วชีวิตก็เริ่มมึน ตั้งใหม่ แก้ใหม่ วนไปเป็นเดือน 😅
บอกตรงๆ เลยนะครับ ปัญหานี้พี่เจอมาเยอะมากในช่วง 15 ปีที่ผ่านมา

บทความนี้พี่จะพาน้องๆ มาดู เทคนิคการตั้งหัวข้อวิจัย แบบที่

  • อาจารย์อ่านแล้วเข้าใจ
  • ทำได้จริง ไม่พังกลางทาง
  • ลดโอกาสแก้หัวข้อซ้ำซาก

อ่านจบ น้องจะเห็นภาพทันทีว่าควรเริ่มยังไงครับ


เทคนิคการตั้งหัวข้อวิจัยให้ประสบความสำเร็จ (ทำตามนี้ โอกาสผ่านสูงมากครับ)

1. เริ่มจาก “สิ่งที่เราสนใจจริง”

พี่แนะนำว่า อย่าเริ่มจากหัวข้อเท่ๆ ก่อนนะครับ
เริ่มจากถามตัวเองง่ายๆ ว่า

  • เราสนใจเรื่องอะไรจริง
  • อ่านแล้วไม่เบื่อ
  • ทำแล้วไม่อยากหนี

หัวข้อที่มาจากความสนใจ จะช่วยให้น้องมีแรงทำต่อ แม้งานจะหนักแค่ไหนก็ตามครับ
เพราะเชื่อพี่เถอะ งานวิจัยไม่ได้จบใน 1–2 สัปดาห์แน่นอน


2. ตั้งเป้าหมายให้ชัด ว่าทำวิจัยไปเพื่ออะไร

ลองดูนะครับ ว่าเราทำวิจัยเพื่ออะไร เช่น

  • ใช้ต่อยอดงานจริง
  • ใช้สมัครงาน
  • ใช้แก้ปัญหาในองค์กร

ถ้าน้องตั้งเป้าชัด หัวข้อวิจัยจะไม่ลอย และไม่หลุดกรอบ
อาจารย์เองก็จะมองเห็น “คุณค่า” ของงานชัดขึ้นครับ


3. กำหนดขอบเขตให้แคบลง (อันนี้สำคัญมาก)

หัวข้อที่พังบ่อยที่สุด คือ กว้างเกินไป ครับ

พี่แนะนำว่า

  • เลือกกลุ่มตัวอย่างให้ชัด
  • กำหนดพื้นที่ เวลา หรือบริบทให้แคบ
  • ตอบคำถามวิจัยให้ตรงจุดเดียว

หัวข้อที่แคบ = วิเคราะห์ง่าย = เขียนง่าย = จบไวครับ


4. ⚡ เช็กความเป็นไปได้ก่อน ไม่ใช่ตั้งแล้วค่อยมาคิด

หลายคนตั้งหัวข้อไปก่อน แล้วค่อยคิดทีหลังว่า

“เก็บข้อมูลยังไงดีนะ?”

พี่บอกเลยครับ แบบนี้เสี่ยงมาก
ลองดูนะครับว่า

  • มีข้อมูลให้เก็บจริงไหม
  • มีเวลาเพียงพอไหม
  • มีงบประมาณไหม

ถ้าเริ่มจากหัวข้อที่ “ทำได้จริง” งานจะไม่สะดุดกลางทางครับ

ถ้าอ่านมาถึงตรงนี้แล้วยังรู้สึกมึนๆ หรืออยากหาคนช่วย [รับทำวิจัย] แบบมืออาชีพ ที่การันตีผลงาน ทักหาพี่ได้เลยนะครับ


5. มองหาช่องว่างจากงานวิจัยเดิม

พี่แนะนำว่า อย่าเริ่มจากศูนย์ครับ
ลองไปอ่านงานวิจัยที่ใกล้เคียง แล้วถามตัวเองว่า

  • เขายังไม่ได้ตอบอะไร
  • มีประเด็นไหนยังขาด
  • ถ้าเราเติมเข้าไป งานจะสมบูรณ์ขึ้นไหม

หัวข้อที่ดี ไม่จำเป็นต้องใหม่ทั้งโลก
แค่ “ต่อยอดให้ลึกขึ้น” ก็ผ่านได้แล้วครับ


6. ปรึกษาอาจารย์หรือผู้เชี่ยวชาญให้เร็ว

อย่ากลัวอาจารย์นะครับ 😄
อาจารย์ไม่ได้อยากดุ แต่เขาไม่อยากให้น้องเสียเวลา

พี่แนะนำว่า

  • เอาโครงคร่าวๆ ไปคุยก่อน
  • ฟังคำแนะนำ แล้วค่อยปรับ
  • อย่ารอให้หัวข้อสมบูรณ์ 100%

คุยเร็ว แก้เร็ว จบเร็วครับ


7. เปิดใจปรับหัวข้อ ถ้าจำเป็น

หัวข้อวิจัยไม่ใช่ของตายครับ
ระหว่างทำ น้องอาจเจอว่า

  • ข้อมูลไม่พอ
  • สถานการณ์เปลี่ยน
  • แนวคิดใหม่ดีกว่าเดิม

พี่แนะนำว่า อย่ายึดติด
ปรับหัวข้อเล็กน้อย ดีกว่าฝืนทำแล้วงานพังครับ


💡 มุมมองจากพี่ (ประสบการณ์ 15 ปี)

พี่เคยเจอน้องคนนึง ตั้งหัวข้อโคตรเท่ แต่กว้างมาก
พอทำจริง เก็บข้อมูลไม่ได้ สุดท้ายต้องเปลี่ยนหัวข้อใหม่ทั้งชุด

หลังจากพี่ช่วยปรับให้แคบลง เหลือกลุ่มเดียว ประเด็นเดียว
งานจากที่ค้างมาเป็นปี จบได้ใน 3 เดือนครับ

บทเรียนคือ

หัวข้อที่ “ทำได้จริง” สำคัญกว่าหัวข้อที่ “ดูเทพ” เสมอครับ


สรุปสั้นๆ จำง่าย

  • เลือกหัวข้อจากความสนใจจริง
  • กำหนดเป้าหมายให้ชัด
  • ตั้งขอบเขตให้แคบ
  • เช็กความเป็นไปได้ก่อน
  • ปรึกษาอาจารย์เร็ว อย่าดื้อ

ทำตามนี้ โอกาสผ่านสูงขึ้นเยอะครับ ✌️

“ตั้งหัวข้อวิจัยแล้วไม่ผ่านสักที? ให้พี่ช่วยดูหัวข้อให้ตรงจุด ปรึกษาฟรีครับ”

FAQ คำถามที่พบบ่อย

Q: หัวข้อวิจัยควรกว้างหรือแคบดี?

A: แคบไว้ก่อนครับ ทำง่าย แก้ง่าย อาจารย์ชอบ

Q: ตั้งหัวข้อแล้วเปลี่ยนได้ไหม?

A: ได้ครับ ถ้ามีเหตุผลและยังอยู่ในกรอบวิชา

Q: หัวข้อจำเป็นต้องใหม่มากไหม?

A: ไม่จำเป็น แค่มีมุมต่อยอดก็พอครับ

Q: ยังไม่แน่ใจหัวข้อ ควรทำยังไงดี?

A: ลองคุยกับที่ปรึกษาหรือผู้มีประสบการณ์ก่อนครับ

RESEARCH

⚡ อ่านจบแล้ว... ยังรู้สึกว่า "งานวิจัย" เป็นเรื่องยาก? ⚡

อย่าปล่อยให้ความเครียดเรื่องธีซิสกัดกินเวลาของคุณ ให้ทีมงานมืออาชีพจาก อิมเพรส เลกาซี่ เป็นที่ปรึกษา เราพร้อมดูแลคุณทุกขั้นตอน

Line ID: @impressedu | Tel: 092-476-6638
Scroll to Top