💡 กำลังหาข้อมูลทำวิจัยอยู่ใช่ไหม? อ่านบทความนี้จบ ทำตามได้เลย!
แต่ถ้า "ไม่มีเวลา" ให้เราช่วยดูแลให้ไหม?
📋 ประเมินราคาวิจัย (ฟรี)

เกริ่นนำก่อนนะครับ 😊

น้อง ๆ หลายคนที่เรียนสายการตลาด บริหารธุรกิจ หรือ MBA
พอถึงเวลาต้องเลือกหัวข้อวิจัยทีไร จะมีคำถามคลาสสิกวนกลับมาเสมอว่า

“หัวข้อนี้ดีพอไหม?”
“ทำแล้วข้อมูลจะหาได้หรือเปล่า?”
“อาจารย์จะให้ผ่านไหม หรือให้แก้หัวข้ออีกรอบ?”

พี่บอกเลยครับ…
หัวข้อวิจัยที่ดี ไม่จำเป็นต้องยาก
แต่ต้อง ชัด ทำได้จริง และตอบโจทย์ทางวิชาการ

บทความนี้พี่เลยรวบรวม 5 กลุ่มหัวข้อวิจัยยอดนิยมด้านการตลาด
ที่เอาไปต่อยอดทำวิจัยได้จริง ใช้ได้ทั้ง ป.ตรี / ป.โท / IS / วิทยานิพนธ์ ครับ


1️⃣ การศึกษาพฤติกรรมผู้บริโภค (Consumer Behavior)

กลุ่มนี้ถือว่าเป็น “ของตาย แต่ยังขายได้” ในวงการวิจัยการตลาดครับ
เพราะพฤติกรรมผู้บริโภค เปลี่ยนตลอดเวลา

ตัวอย่างประเด็นที่น้อง ๆ เอาไปใช้ได้เลย เช่น

  • วิเคราะห์ว่าปัจจัยใดมีอิทธิพลต่อการตัดสินใจซื้อสินค้าแต่ละประเภท

  • ศึกษาว่าแพลตฟอร์มออนไลน์ใดเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้ดีที่สุด

  • วิเคราะห์ความพึงพอใจของลูกค้าที่มีต่อสินค้า หรือบริการ

พี่แนะนำว่า กลุ่มนี้เหมาะมากกับงานที่ใช้
📊 แบบสอบถาม + สถิติ t-test, ANOVA, Regression ครับ


2️⃣ การศึกษาประสิทธิภาพของกลยุทธ์ทางการตลาด

หัวข้อสายนี้ อาจารย์สายธุรกิจชอบมากครับ
เพราะผลวิจัย เอาไปใช้จริงได้

แนวทางที่นิยม เช่น

  • เปรียบเทียบกลยุทธ์การตลาดแบบดั้งเดิมกับการตลาดดิจิทัล

  • ศึกษาแคมเปญโฆษณาใดดึงดูดลูกค้าได้มากที่สุด

  • วิเคราะห์กลยุทธ์การดึงดูดลูกค้าใหม่ (Customer Acquisition)

พี่กระซิบเลยว่า
ถ้าน้องมีเคสธุรกิจจริง หรือเลือกแบรนด์ที่คนรู้จัก
คะแนนความน่าสนใจจะเพิ่มขึ้นทันทีครับ 😉


💡พี่ขอแทรกนิดหนึ่งนะ

น้อง ๆ หลายคนเลือกหัวข้อได้ดีแล้ว
แต่ไปสะดุดตรง

  • วางตัวแปรไม่ชัด

  • เลือกสถิติไม่ตรง

  • อธิบายกรอบแนวคิดไม่ผ่านอาจารย์

ถ้าอยากให้หัวข้อ “ดีบนกระดาษ” และ “ผ่านในห้องสอบ”
การปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้าน รับทำวิจัย หรือที่ปรึกษางานวิจัย
จะช่วยประหยัดเวลาน้องไปได้เยอะมากครับ


3️⃣ การศึกษาเทรนด์ (Trend Analysis)

กลุ่มนี้เหมาะกับน้องที่ชอบความทันสมัย
และอยากให้วิจัยดู “อินกับยุค”

ตัวอย่างหัวข้อ เช่น

  • วิเคราะห์เทรนด์ล่าสุดในอุตสาหกรรมต่าง ๆ

  • ศึกษาผลกระทบของเทรนด์ต่อพฤติกรรมผู้บริโภค

  • คาดการณ์แนวโน้มธุรกิจในอนาคต

พี่แนะนำให้ใช้ข้อมูล
📈 Secondary data + แบบสอบถามเสริม
จะทำให้งานดูมีน้ำหนักมากขึ้นครับ


4️⃣ การศึกษาความเป็นไปได้ทางธุรกิจ (Feasibility Study)

หัวข้อนี้เหมาะมากกับ
น้องที่อยากทำวิจัยเชิงผู้ประกอบการ หรือ Startup

แนวคำถามที่ใช้ได้ เช่น

  • ธุรกิจใหม่ประเภทใดมีโอกาสประสบความสำเร็จ

  • ตลาดใดมีศักยภาพในการเติบโต

  • ควรขยายธุรกิจไปตลาดต่างประเทศหรือไม่

กลุ่มนี้อาจใช้ทั้ง
📊 เชิงปริมาณ + 📋 เชิงคุณภาพ ควบคู่กันครับ


5️⃣ การศึกษาเชิงเปรียบเทียบ (Comparative Study)

สายนี้พี่เรียกว่า “หัวข้อปลอดภัย”
เพราะโครงสร้างชัด อาจารย์ตรวจง่าย

ตัวอย่าง เช่น

  • เปรียบเทียบผลิตภัณฑ์หรือบริการที่คล้ายกัน

  • เปรียบเทียบกลยุทธ์การตลาดระหว่างแบรนด์

  • วิเคราะห์ว่าวิธีใดมีประสิทธิภาพมากกว่า

ถ้าน้องเลือกกลุ่มเปรียบเทียบชัด
งานจะเดินเร็วมากครับ


💡 มุมมองจากพี่ (ประสบการณ์ 15 ปี)

จากที่พี่ดูงานวิจัยมาหลายร้อยเล่ม
งานที่ “ไม่ผ่าน” ส่วนใหญ่ ไม่ได้พังที่การวิเคราะห์
แต่พังตั้งแต่
❌ เลือกหัวข้อกว้างเกิน
❌ ข้อมูลหาไม่ได้จริง
❌ ขอบเขตไม่ชัด

จำไว้เลยครับ

หัวข้อที่ทำได้จริง = งานที่มีโอกาสผ่านสูงที่สุด


สรุปสั้น ๆ ให้จำง่ายครับ

  • เลือกหัวข้อที่สนใจและมีข้อมูลรองรับ

  • กำหนดขอบเขตให้ชัดตั้งแต่ต้น

  • วางแผนวิจัยอย่างเป็นระบบ

  • วิเคราะห์ข้อมูลให้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์

ทำได้ตามนี้ งานวิจัยจะไม่หลงทางครับ 💪

“เลือกหัวข้อวิจัยการตลาดแล้วไม่มั่นใจ?
ให้ผู้เชี่ยวชาญด้าน รับทำวิจัย ช่วยวางกรอบให้ตั้งแต่ต้น งานผ่านง่ายขึ้นครับ”

ทักบอกพี่ได้เลยครับ

พี่ดูแลต่อให้จนผ่านครับ 👍

FAQ

หัวข้อวิจัยการตลาดควรกว้างแค่ไหน?

ไม่ควรกว้างเกินไป ควรเจาะกลุ่มเป้าหมายหรือบริบทให้ชัดเจนครับ

หัวข้อการตลาดต้องใช้สถิติอะไรบ้าง?

มักใช้ t-test, ANOVA, Regression หรือ SEM แล้วแต่ตัวแปรครับ

ถ้าไม่มีข้อมูลทุติยภูมิ ทำวิจัยได้ไหม?

ได้ครับ หากสามารถเก็บข้อมูลปฐมภูมิจากแบบสอบถามได้เพียงพอ

RESEARCH

⚡ อ่านจบแล้ว... ยังรู้สึกว่า "งานวิจัย" เป็นเรื่องยาก? ⚡

อย่าปล่อยให้ความเครียดเรื่องธีซิสกัดกินเวลาของคุณ ให้ทีมงานมืออาชีพจาก อิมเพรส เลกาซี่ เป็นที่ปรึกษา เราพร้อมดูแลคุณทุกขั้นตอน

Line ID: @impressedu | Tel: 092-476-6638
Scroll to Top