แต่ถ้า "ไม่มีเวลา" ให้เราช่วยดูแลให้ไหม?
Regression Analysis เป็นหนึ่งในเครื่องมือทางสถิติที่นักวิจัยใช้กันอย่างแพร่หลายในงานวิจัยเชิงปริมาณ เนื่องจากสามารถอธิบายความสัมพันธ์และทดสอบอิทธิพลของตัวแปรต่าง ๆ ได้อย่างเป็นระบบ อย่างไรก็ตาม ความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนซึ่งพบบ่อย คือ Regression ใช้ได้เฉพาะกับข้อมูลเชิงปริมาณเท่านั้น ในความเป็นจริง Regression Analysis สามารถนำมาใช้กับ ข้อมูลเชิงคุณภาพ ได้เช่นกัน หากมีการจัดการข้อมูลอย่างเหมาะสม
บทความนี้จะอธิบายอย่างละเอียดเกี่ยวกับ การใช้ Regression กับข้อมูลเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ ตั้งแต่ความแตกต่างของชนิดข้อมูล หลักการแปลงข้อมูลเชิงคุณภาพให้เหมาะกับ Regression การเลือกประเภท Regression ที่เหมาะสม ตัวอย่างการใช้งานจริง ไปจนถึงข้อควรระวังทางสถิติ เพื่อให้นักวิจัยสามารถใช้ Regression ได้อย่างถูกต้องและมั่นใจ
ทำความเข้าใจข้อมูลเชิงปริมาณและข้อมูลเชิงคุณภาพ
ก่อนเข้าสู่การวิเคราะห์ จำเป็นต้องเข้าใจชนิดของข้อมูลให้ชัดเจน
ข้อมูลเชิงปริมาณ (Quantitative Data)
เป็นข้อมูลที่สามารถวัดค่าเป็นตัวเลขได้โดยตรง เช่น
-
รายได้
-
อายุ
-
คะแนนสอบ
-
จำนวนครั้งการซื้อ
-
ยอดขาย
ข้อมูลประเภทนี้เหมาะกับ Regression Analysis โดยตรง
ข้อมูลเชิงคุณภาพ (Qualitative Data)
เป็นข้อมูลที่แสดงลักษณะหรือประเภท ไม่ใช่ตัวเลขโดยตรง เช่น
-
เพศ
-
ระดับการศึกษา
-
อาชีพ
-
ประเภทสินค้า
-
ระดับความพึงพอใจ (ต่ำ–ปานกลาง–สูง)
แม้จะไม่ใช่ตัวเลข แต่ข้อมูลเชิงคุณภาพ สามารถนำมาใช้ใน Regression ได้ หากมีการแปลงข้อมูลอย่างถูกต้อง
เหตุใด Regression จึงสามารถใช้กับข้อมูลเชิงคุณภาพได้
Regression Analysis ทำงานกับ “ตัวเลข” แต่ไม่ได้จำกัดว่าตัวเลขนั้นต้องมาจากการวัดเชิงปริมาณเท่านั้น หากนักวิจัยสามารถแปลงข้อมูลเชิงคุณภาพให้เป็นตัวเลขที่มีความหมายเชิงสถิติได้ Regression ก็สามารถนำมาใช้ได้
ตัวอย่างเช่น
-
เพศ: ชาย = 0, หญิง = 1
-
ผ่านการอบรม: ไม่ผ่าน = 0, ผ่าน = 1
การแปลงลักษณะนี้เรียกว่า การสร้างตัวแปรจำลอง (Dummy Variables)
การใช้ Regression กับข้อมูลเชิงปริมาณ
ลักษณะทั่วไป
-
ตัวแปรอิสระและตัวแปรตามเป็นตัวเลข
-
ใช้ Linear Regression หรือ Multiple Regression
-
เหมาะกับงานวิจัยเชิงปริมาณแบบดั้งเดิม
ตัวอย่าง
วิเคราะห์ผลของรายได้ ชั่วโมงทำงาน และประสบการณ์ ต่อประสิทธิภาพการทำงาน
ข้อดี
-
วิเคราะห์ง่าย
-
แปลผลชัดเจน
-
ตรงตามสมมติฐานของ Regression แบบคลาสสิก
การใช้ Regression กับข้อมูลเชิงคุณภาพ
ข้อมูลเชิงคุณภาพไม่สามารถใส่เข้า Regression โดยตรง จำเป็นต้องจัดการข้อมูลก่อน
1. การแปลงข้อมูลเชิงคุณภาพเป็น Dummy Variables
กรณีตัวแปร 2 กลุ่ม
เช่น
-
เพศ: ชาย = 0, หญิง = 1
-
การอบรม: ไม่เข้าร่วม = 0, เข้าร่วม = 1
สามารถนำเข้า Regression ได้ทันที
กรณีตัวแปรมากกว่า 2 กลุ่ม
เช่น ระดับการศึกษา
-
มัธยม
-
ปริญญาตรี
-
ปริญญาโท
ต้องสร้าง Dummy Variables เช่น
-
D1 = ปริญญาตรี (1 = ใช่, 0 = ไม่ใช่)
-
D2 = ปริญญาโท (1 = ใช่, 0 = ไม่ใช่)
โดยกำหนด “มัธยม” เป็นกลุ่มอ้างอิง (Reference Group)
2. การใช้ Regression เพื่อเปรียบเทียบกลุ่ม
Regression ที่มี Dummy Variables สามารถใช้แทน t-test หรือ ANOVA ได้ โดยมีความยืดหยุ่นมากกว่า และสามารถควบคุมตัวแปรอื่นร่วมด้วย
การใช้ Regression กับข้อมูลผสม (เชิงปริมาณ + เชิงคุณภาพ)
ในงานวิจัยจริง นักวิจัยมักพบข้อมูลแบบผสมมากที่สุด
ตัวอย่างโครงสร้างข้อมูล
-
ตัวแปรตาม: รายได้ (เชิงปริมาณ)
-
ตัวแปรอิสระ:
-
อายุ (เชิงปริมาณ)
-
ประสบการณ์ทำงาน (เชิงปริมาณ)
-
เพศ (เชิงคุณภาพ → Dummy)
-
ระดับการศึกษา (เชิงคุณภาพ → Dummy)
-
Regression Analysis สามารถวิเคราะห์ข้อมูลลักษณะนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
การเลือกประเภท Regression ให้เหมาะกับชนิดข้อมูล
1. Linear / Multiple Regression
ใช้เมื่อ
-
ตัวแปรตามเป็นเชิงปริมาณต่อเนื่อง
-
ตัวแปรอิสระเป็นเชิงปริมาณหรือ Dummy Variables
2. Logistic Regression
ใช้เมื่อ
-
ตัวแปรตามเป็นเชิงคุณภาพ (เช่น ผ่าน/ไม่ผ่าน)
-
ตัวแปรอิสระเป็นเชิงปริมาณหรือเชิงคุณภาพก็ได้
ตัวอย่าง
วิเคราะห์ปัจจัยที่มีผลต่อการตัดสินใจซื้อ (ซื้อ = 1, ไม่ซื้อ = 0)
ตัวอย่างการใช้ Regression กับข้อมูลเชิงคุณภาพ
ตัวอย่างงานวิจัย
ปัจจัยที่มีผลต่อการตัดสินใจซื้อสินค้าออนไลน์
ตัวแปร
-
ตัวแปรตาม: การตัดสินใจซื้อ (0 = ไม่ซื้อ, 1 = ซื้อ)
-
ตัวแปรอิสระ:
-
รายได้ (เชิงปริมาณ)
-
เพศ (Dummy)
-
ประสบการณ์ซื้อออนไลน์ (เชิงปริมาณ)
-
วิธีวิเคราะห์
-
ใช้ Logistic Regression
การแปลผล (ตัวอย่าง)
ผลการวิเคราะห์พบว่า รายได้และประสบการณ์ซื้อออนไลน์มีผลต่อการตัดสินใจซื้ออย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่เพศไม่มีอิทธิพลอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ
การแปลผล Regression เมื่อมีข้อมูลเชิงคุณภาพ
การแปลผล Dummy Variables ต้องระมัดระวัง
หลักการสำคัญ
-
ค่าสัมประสิทธิ์ของ Dummy แสดงความแตกต่างจากกลุ่มอ้างอิง
-
ไม่ใช่การเพิ่ม–ลดเชิงปริมาณเหมือนตัวแปรตัวเลข
ตัวอย่าง
ค่า β = 0.35 สำหรับเพศ (หญิง = 1) หมายความว่า เมื่อเทียบกับเพศชาย เพศหญิงมีแนวโน้มคะแนนสูงกว่า
ข้อควรระวังในการใช้ Regression กับข้อมูลเชิงคุณภาพ
-
ห้ามใส่รหัสตัวเลขแทนกลุ่มโดยไม่สร้าง Dummy
-
เช่น มัธยม = 1, ปริญญาตรี = 2, ปริญญาโท = 3 ❌
-
-
ต้องกำหนดกลุ่มอ้างอิงให้ชัดเจน
-
ระวัง Multicollinearity ระหว่าง Dummy Variables
-
แปลผลตาม “ความแตกต่างของกลุ่ม” ไม่ใช่ปริมาณ
Regression กับงานวิจัยเชิงผสม (Mixed Methods)
ในงานวิจัยเชิงผสม
-
ข้อมูลเชิงคุณภาพ → ใช้เพื่อสร้างตัวแปรหรือสมมติฐาน
-
ข้อมูลเชิงปริมาณ → ใช้ Regression เพื่อทดสอบเชิงสถิติ
Regression จึงเป็นสะพานเชื่อมข้อมูลเชิงคุณภาพสู่การวิเคราะห์เชิงปริมาณอย่างเป็นระบบ
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย
-
เข้าใจผิดว่า Regression ใช้กับข้อมูลเชิงคุณภาพไม่ได้
-
แปลงข้อมูลเชิงคุณภาพผิดวิธี
-
แปลผล Dummy Variables ผิดความหมาย
-
เลือก Regression ผิดประเภท
-
ไม่อธิบายเหตุผลในการแปลงข้อมูลในรายงานวิจัย
บทสรุป
การใช้ Regression กับข้อมูลเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ เป็นแนวทางที่ช่วยให้นักวิจัยสามารถวิเคราะห์ข้อมูลได้อย่างครอบคลุมและยืดหยุ่น Regression Analysis ไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะข้อมูลเชิงตัวเลขเท่านั้น แต่สามารถรองรับข้อมูลเชิงคุณภาพได้ หากมีการแปลงข้อมูลและเลือกประเภท Regression อย่างถูกต้อง
กุญแจสำคัญคือ
-
เข้าใจชนิดข้อมูล
-
จัดการข้อมูลเชิงคุณภาพอย่างเป็นระบบ
-
แปลผลอย่างระมัดระวังและมีเหตุผลทางวิชาการ
หากทำได้ครบถ้วน Regression Analysis จะเป็นเครื่องมือที่ทรงพลัง ช่วยยกระดับคุณภาพงานวิจัยทั้งในเชิงทฤษฎีและเชิงปฏิบัติได้อย่างแท้จริง