💡 กำลังหาข้อมูลทำวิจัยอยู่ใช่ไหม? อ่านบทความนี้จบ ทำตามได้เลย!
แต่ถ้า "ไม่มีเวลา" ให้เราช่วยดูแลให้ไหม?
📋 ประเมินราคาวิจัย (ฟรี)

หลายคนเริ่มเขียนบทความวิจัยด้วยความเข้าใจว่า

“แค่เอางานวิจัยที่ทำมาเขียนสรุปให้อ่านรู้เรื่องก็พอ”

แต่ในความเป็นจริง บทความวิจัย (Research Article) เป็นผลงานทางวิชาการที่มีมาตรฐานเฉพาะ ไม่ว่าจะเป็น

  • โครงสร้าง

  • วิธีการนำเสนอ

  • ภาษา

  • ตรรกะ

  • การอ้างอิง

บทความวิจัยที่เขียนไม่เป็นระบบ แม้ข้อมูลจะดี ก็อาจ

  • ไม่ผ่านการประเมิน

  • ไม่ผ่านการพิจารณาตีพิมพ์

  • หรือถูกส่งกลับมาให้แก้ไขหลายรอบ

บทความนี้จะพาคุณเรียนรู้ เทคนิคการเขียนบทความวิจัยให้ได้มาตรฐาน ตั้งแต่แนวคิดพื้นฐาน ไปจนถึงเทคนิคเชิงลึก เพื่อให้คุณสามารถ

  • เขียนงานวิจัยอย่างมั่นใจ

  • สื่อสารผลงานได้ชัดเจน

  • และเพิ่มโอกาสผ่านการประเมินหรือการตีพิมพ์


Table of Contents

เข้าใจก่อน: บทความวิจัยที่ได้มาตรฐานคืออะไร

ความหมายของบทความวิจัย

บทความวิจัย คือการนำเสนอผลการศึกษาที่เกิดจากกระบวนการวิจัยอย่างเป็นระบบ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อ

  • สร้างองค์ความรู้ใหม่

  • ตรวจสอบหรือยืนยันแนวคิดเดิม

  • หรือประยุกต์ความรู้กับบริบทเฉพาะ

บทความวิจัยที่ได้มาตรฐาน ต้องมี

  • โครงสร้างชัดเจน

  • กระบวนการวิจัยที่ตรวจสอบได้

  • การวิเคราะห์ที่มีเหตุผล

  • และการอ้างอิงที่ถูกต้องตามหลักวิชาการ


โครงสร้างมาตรฐานของบทความวิจัย

แม้ว่ารายละเอียดอาจแตกต่างกันเล็กน้อยตามวารสาร แต่โครงสร้างหลักมักประกอบด้วย

  1. ชื่อเรื่อง (Title)

  2. บทคัดย่อ (Abstract)

  3. คำสำคัญ (Keywords)

  4. บทนำ (Introduction)

  5. วัตถุประสงค์และสมมติฐาน (ถ้ามี)

  6. วิธีดำเนินการวิจัย (Methodology)

  7. ผลการวิจัย (Results)

  8. อภิปรายผล (Discussion)

  9. สรุปและข้อเสนอแนะ (Conclusion)

  10. เอกสารอ้างอิง (References)

การเขียนตามโครงสร้างนี้ คือก้าวแรกของการเขียนให้ได้มาตรฐาน


เทคนิคที่ 1 การตั้งชื่อเรื่องให้ชัด กระชับ และสะท้อนงานวิจัย

ชื่อเรื่องคือด่านแรกของผู้อ่านและผู้ประเมิน

ชื่อเรื่องที่ดีควร

  • บอกชัดว่า “วิจัยเรื่องอะไร”

  • ระบุขอบเขตการศึกษา

  • ไม่กว้างหรือคลุมเครือ

ตัวอย่างชื่อเรื่องที่ดี

  • “ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อความพึงพอใจในการเรียนออนไลน์ของนักศึกษามหาวิทยาลัยรัฐในประเทศไทย”

ตัวอย่างที่ควรหลีกเลี่ยง

  • “การศึกษาเรื่องการเรียนออนไลน์”


เทคนิคการตั้งชื่อเรื่อง

  • ใช้คำสำคัญ (Keyword) ที่สะท้อนตัวแปรหลัก

  • หลีกเลี่ยงคำฟุ่มเฟือย

  • ไม่ใช้ภาษากำกวม

  • ไม่ยาวเกินไป

ชื่อเรื่องที่ดีจะช่วยให้ผู้อ่านเข้าใจงานตั้งแต่ยังไม่เปิดอ่าน


เทคนิคที่ 2 การเขียนบทคัดย่อ (Abstract) ให้ครบในย่อหน้าเดียว

บทคัดย่อคือส่วนที่ถูกอ่านมากที่สุด และมักเป็นส่วนที่ผู้ประเมินใช้ตัดสินใจเบื้องต้น

บทคัดย่อที่ดีควรตอบ 5 คำถาม

  1. วิจัยเรื่องอะไร

  2. มีวัตถุประสงค์อะไร

  3. ใช้วิธีวิจัยแบบใด

  4. ผลการวิจัยคืออะไร

  5. ข้อค้นพบสำคัญคืออะไร

บทคัดย่อควร

  • เขียนเป็นย่อหน้าเดียว

  • ไม่อ้างอิงตารางหรือรูป

  • ใช้ภาษากระชับ ชัดเจน


เทคนิคที่ 3 เขียนบทนำให้ “เห็นปัญหา” และ “เห็นความสำคัญ”

บทนำที่ดีไม่ใช่แค่การเล่าที่มา แต่ต้อง

  • ชี้ให้เห็นปัญหาหรือช่องว่างความรู้

  • อธิบายความสำคัญของการวิจัย

  • เชื่อมโยงกับงานวิจัยเดิม

  • และนำไปสู่วัตถุประสงค์อย่างเป็นธรรมชาติ

โครงสร้างบทนำที่แนะนำ

  1. ภาพรวมของประเด็น

  2. ปัญหาหรือช่องว่างงานวิจัย

  3. ความสำคัญของการศึกษา

  4. วัตถุประสงค์การวิจัย


เทคนิคที่ 4 เขียนวัตถุประสงค์ให้ชัด วัดผลได้

วัตถุประสงค์คือหัวใจของบทความวิจัย
ควรเขียนให้

  • ชัดเจน

  • เฉพาะเจาะจง

  • สอดคล้องกับวิธีวิจัย

ตัวอย่างที่ดี

  • “เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างแรงจูงใจกับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนมัธยมศึกษา”

หลีกเลี่ยงวัตถุประสงค์ที่กว้างหรือคลุมเครือ


เทคนิคที่ 5 เขียนวิธีดำเนินการวิจัยให้ตรวจสอบได้

บทวิธีวิจัยต้องตอบคำถามว่า

“ถ้ามีคนอยากทำซ้ำ จะทำตามได้หรือไม่”

ควรระบุ

  • รูปแบบการวิจัย

  • ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง

  • เครื่องมือวิจัย

  • การเก็บรวบรวมข้อมูล

  • การวิเคราะห์ข้อมูล

ใช้ภาษาตรงไปตรงมา ไม่ต้องสวย แต่ต้องชัด


เทคนิคที่ 6 นำเสนอผลการวิจัยอย่างเป็นกลาง

บทผลการวิจัยควร

  • รายงานตามข้อมูลจริง

  • ไม่ใส่ความคิดเห็น

  • ใช้ตารางและตัวเลขอย่างเหมาะสม

หลักสำคัญ

  • อย่าแปลความในส่วนนี้

  • อย่าเลือกนำเสนอเฉพาะผลที่ “สวย”

ความเป็นกลาง คือหัวใจของบทผลการวิจัย


เทคนิคที่ 7 อภิปรายผลให้เชื่อมโยงกับทฤษฎีและงานวิจัยเดิม

บทอภิปรายผลคือส่วนที่แสดง “ความสามารถทางวิชาการ” ของผู้เขียน

ควร

  • อธิบายว่าผลที่ได้หมายความว่าอย่างไร

  • เปรียบเทียบกับงานวิจัยเดิม

  • อธิบายเหตุผลที่ผลเหมือนหรือต่าง

  • ชี้ให้เห็นนัยสำคัญเชิงทฤษฎีและปฏิบัติ


เทคนิคที่ 8 สรุปและเสนอแนะอย่างมีคุณค่า

บทสรุปไม่ควร

  • เขียนซ้ำบทผลการวิจัย

  • เพิ่มข้อมูลใหม่

แต่ควร

  • สรุปสาระสำคัญ

  • ชี้ประโยชน์ของงาน

  • เสนอแนวทางการวิจัยในอนาคต


เทคนิคที่ 9 การอ้างอิงและบรรณานุกรมต้องถูกต้อง

การอ้างอิงผิด คือเหตุผลยอดฮิตที่ทำให้งานถูกตีกลับ

ควร

  • ใช้รูปแบบเดียวทั้งบทความ (เช่น APA)

  • ตรวจความตรงกันระหว่างเนื้อหาและบรรณานุกรม

  • ใช้แหล่งอ้างอิงที่น่าเชื่อถือ

การใช้โปรแกรมจัดการบรรณานุกรม จะช่วยลดข้อผิดพลาดได้มาก


เทคนิคที่ 10 ใช้ภาษาเชิงวิชาการอย่างเหมาะสม

ภาษาในบทความวิจัยควร

  • เป็นทางการ

  • ไม่ใช้อารมณ์

  • ไม่ใช้ภาษาพูด

  • ไม่ใช้คำฟุ่มเฟือย

ประโยคควร

  • ชัด

  • กระชับ

  • มีเหตุผล


ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยในการเขียนบทความวิจัย

  • เขียนบทนำยาวแต่ไม่เห็นปัญหา

  • วัตถุประสงค์ไม่ตรงกับวิธีวิจัย

  • อภิปรายผลซ้ำกับผลการวิจัย

  • อ้างอิงไม่ครบหรือไม่ถูกต้อง

  • ภาษาไม่เป็นวิชาการ

การรู้ข้อผิดพลาดเหล่านี้ จะช่วยให้คุณหลีกเลี่ยงได้ตั้งแต่ต้น


Checklist สรุป: เทคนิคการเขียนบทความวิจัยให้ได้มาตรฐาน

  • โครงสร้างครบถ้วน

  • วัตถุประสงค์ชัด

  • วิธีวิจัยตรวจสอบได้

  • ผลการวิจัยเป็นกลาง

  • อภิปรายผลมีเหตุผล

  • อ้างอิงถูกต้อง

  • ภาษาเป็นวิชาการ


สรุป: บทความวิจัยที่ได้มาตรฐาน คือผลลัพธ์ของ “ระบบ” ไม่ใช่แค่ “ความเก่ง”

เทคนิคการเขียนบทความวิจัยให้ได้มาตรฐาน ไม่ใช่เรื่องของพรสวรรค์ แต่เป็นเรื่องของการเข้าใจโครงสร้าง หลักการ และฝึกฝนอย่างเป็นระบบ เมื่อคุณ

  • เขียนตามมาตรฐาน

  • คิดอย่างมีเหตุผล

  • และสื่อสารอย่างเป็นวิชาการ

บทความวิจัยของคุณจะมีคุณค่า น่าเชื่อถือ และพร้อมสำหรับการประเมินหรือตีพิมพ์อย่างแท้จริง

RESEARCH

⚡ อ่านจบแล้ว... ยังรู้สึกว่า "งานวิจัย" เป็นเรื่องยาก? ⚡

อย่าปล่อยให้ความเครียดเรื่องธีซิสกัดกินเวลาของคุณ ให้ทีมงานมืออาชีพจาก อิมเพรส เลกาซี่ เป็นที่ปรึกษา เราพร้อมดูแลคุณทุกขั้นตอน

Line ID: @impressedu | Tel: 092-476-6638
Scroll to Top