แต่ถ้า "ไม่มีเวลา" ให้เราช่วยดูแลให้ไหม?
หลายคนเริ่มเขียนบทความวิจัยด้วยความเข้าใจว่า
“แค่เอางานวิจัยที่ทำมาเขียนสรุปให้อ่านรู้เรื่องก็พอ”
แต่ในความเป็นจริง บทความวิจัย (Research Article) เป็นผลงานทางวิชาการที่มีมาตรฐานเฉพาะ ไม่ว่าจะเป็น
-
โครงสร้าง
-
วิธีการนำเสนอ
-
ภาษา
-
ตรรกะ
-
การอ้างอิง
บทความวิจัยที่เขียนไม่เป็นระบบ แม้ข้อมูลจะดี ก็อาจ
-
ไม่ผ่านการประเมิน
-
ไม่ผ่านการพิจารณาตีพิมพ์
-
หรือถูกส่งกลับมาให้แก้ไขหลายรอบ
บทความนี้จะพาคุณเรียนรู้ เทคนิคการเขียนบทความวิจัยให้ได้มาตรฐาน ตั้งแต่แนวคิดพื้นฐาน ไปจนถึงเทคนิคเชิงลึก เพื่อให้คุณสามารถ
-
เขียนงานวิจัยอย่างมั่นใจ
-
สื่อสารผลงานได้ชัดเจน
-
และเพิ่มโอกาสผ่านการประเมินหรือการตีพิมพ์
เข้าใจก่อน: บทความวิจัยที่ได้มาตรฐานคืออะไร
ความหมายของบทความวิจัย
บทความวิจัย คือการนำเสนอผลการศึกษาที่เกิดจากกระบวนการวิจัยอย่างเป็นระบบ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อ
-
สร้างองค์ความรู้ใหม่
-
ตรวจสอบหรือยืนยันแนวคิดเดิม
-
หรือประยุกต์ความรู้กับบริบทเฉพาะ
บทความวิจัยที่ได้มาตรฐาน ต้องมี
-
โครงสร้างชัดเจน
-
กระบวนการวิจัยที่ตรวจสอบได้
-
การวิเคราะห์ที่มีเหตุผล
-
และการอ้างอิงที่ถูกต้องตามหลักวิชาการ
โครงสร้างมาตรฐานของบทความวิจัย
แม้ว่ารายละเอียดอาจแตกต่างกันเล็กน้อยตามวารสาร แต่โครงสร้างหลักมักประกอบด้วย
-
ชื่อเรื่อง (Title)
-
บทคัดย่อ (Abstract)
-
คำสำคัญ (Keywords)
-
บทนำ (Introduction)
-
วัตถุประสงค์และสมมติฐาน (ถ้ามี)
-
วิธีดำเนินการวิจัย (Methodology)
-
ผลการวิจัย (Results)
-
อภิปรายผล (Discussion)
-
สรุปและข้อเสนอแนะ (Conclusion)
-
เอกสารอ้างอิง (References)
การเขียนตามโครงสร้างนี้ คือก้าวแรกของการเขียนให้ได้มาตรฐาน
เทคนิคที่ 1 การตั้งชื่อเรื่องให้ชัด กระชับ และสะท้อนงานวิจัย
ชื่อเรื่องคือด่านแรกของผู้อ่านและผู้ประเมิน
ชื่อเรื่องที่ดีควร
-
บอกชัดว่า “วิจัยเรื่องอะไร”
-
ระบุขอบเขตการศึกษา
-
ไม่กว้างหรือคลุมเครือ
ตัวอย่างชื่อเรื่องที่ดี
-
“ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อความพึงพอใจในการเรียนออนไลน์ของนักศึกษามหาวิทยาลัยรัฐในประเทศไทย”
ตัวอย่างที่ควรหลีกเลี่ยง
-
“การศึกษาเรื่องการเรียนออนไลน์”
เทคนิคการตั้งชื่อเรื่อง
-
ใช้คำสำคัญ (Keyword) ที่สะท้อนตัวแปรหลัก
-
หลีกเลี่ยงคำฟุ่มเฟือย
-
ไม่ใช้ภาษากำกวม
-
ไม่ยาวเกินไป
ชื่อเรื่องที่ดีจะช่วยให้ผู้อ่านเข้าใจงานตั้งแต่ยังไม่เปิดอ่าน
เทคนิคที่ 2 การเขียนบทคัดย่อ (Abstract) ให้ครบในย่อหน้าเดียว
บทคัดย่อคือส่วนที่ถูกอ่านมากที่สุด และมักเป็นส่วนที่ผู้ประเมินใช้ตัดสินใจเบื้องต้น
บทคัดย่อที่ดีควรตอบ 5 คำถาม
-
วิจัยเรื่องอะไร
-
มีวัตถุประสงค์อะไร
-
ใช้วิธีวิจัยแบบใด
-
ผลการวิจัยคืออะไร
-
ข้อค้นพบสำคัญคืออะไร
บทคัดย่อควร
-
เขียนเป็นย่อหน้าเดียว
-
ไม่อ้างอิงตารางหรือรูป
-
ใช้ภาษากระชับ ชัดเจน
เทคนิคที่ 3 เขียนบทนำให้ “เห็นปัญหา” และ “เห็นความสำคัญ”
บทนำที่ดีไม่ใช่แค่การเล่าที่มา แต่ต้อง
-
ชี้ให้เห็นปัญหาหรือช่องว่างความรู้
-
อธิบายความสำคัญของการวิจัย
-
เชื่อมโยงกับงานวิจัยเดิม
-
และนำไปสู่วัตถุประสงค์อย่างเป็นธรรมชาติ
โครงสร้างบทนำที่แนะนำ
-
ภาพรวมของประเด็น
-
ปัญหาหรือช่องว่างงานวิจัย
-
ความสำคัญของการศึกษา
-
วัตถุประสงค์การวิจัย
เทคนิคที่ 4 เขียนวัตถุประสงค์ให้ชัด วัดผลได้
วัตถุประสงค์คือหัวใจของบทความวิจัย
ควรเขียนให้
-
ชัดเจน
-
เฉพาะเจาะจง
-
สอดคล้องกับวิธีวิจัย
ตัวอย่างที่ดี
-
“เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างแรงจูงใจกับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนมัธยมศึกษา”
หลีกเลี่ยงวัตถุประสงค์ที่กว้างหรือคลุมเครือ
เทคนิคที่ 5 เขียนวิธีดำเนินการวิจัยให้ตรวจสอบได้
บทวิธีวิจัยต้องตอบคำถามว่า
“ถ้ามีคนอยากทำซ้ำ จะทำตามได้หรือไม่”
ควรระบุ
-
รูปแบบการวิจัย
-
ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง
-
เครื่องมือวิจัย
-
การเก็บรวบรวมข้อมูล
-
การวิเคราะห์ข้อมูล
ใช้ภาษาตรงไปตรงมา ไม่ต้องสวย แต่ต้องชัด
เทคนิคที่ 6 นำเสนอผลการวิจัยอย่างเป็นกลาง
บทผลการวิจัยควร
-
รายงานตามข้อมูลจริง
-
ไม่ใส่ความคิดเห็น
-
ใช้ตารางและตัวเลขอย่างเหมาะสม
หลักสำคัญ
-
อย่าแปลความในส่วนนี้
-
อย่าเลือกนำเสนอเฉพาะผลที่ “สวย”
ความเป็นกลาง คือหัวใจของบทผลการวิจัย
เทคนิคที่ 7 อภิปรายผลให้เชื่อมโยงกับทฤษฎีและงานวิจัยเดิม
บทอภิปรายผลคือส่วนที่แสดง “ความสามารถทางวิชาการ” ของผู้เขียน
ควร
-
อธิบายว่าผลที่ได้หมายความว่าอย่างไร
-
เปรียบเทียบกับงานวิจัยเดิม
-
อธิบายเหตุผลที่ผลเหมือนหรือต่าง
-
ชี้ให้เห็นนัยสำคัญเชิงทฤษฎีและปฏิบัติ
เทคนิคที่ 8 สรุปและเสนอแนะอย่างมีคุณค่า
บทสรุปไม่ควร
-
เขียนซ้ำบทผลการวิจัย
-
เพิ่มข้อมูลใหม่
แต่ควร
-
สรุปสาระสำคัญ
-
ชี้ประโยชน์ของงาน
-
เสนอแนวทางการวิจัยในอนาคต
เทคนิคที่ 9 การอ้างอิงและบรรณานุกรมต้องถูกต้อง
การอ้างอิงผิด คือเหตุผลยอดฮิตที่ทำให้งานถูกตีกลับ
ควร
-
ใช้รูปแบบเดียวทั้งบทความ (เช่น APA)
-
ตรวจความตรงกันระหว่างเนื้อหาและบรรณานุกรม
-
ใช้แหล่งอ้างอิงที่น่าเชื่อถือ
การใช้โปรแกรมจัดการบรรณานุกรม จะช่วยลดข้อผิดพลาดได้มาก
เทคนิคที่ 10 ใช้ภาษาเชิงวิชาการอย่างเหมาะสม
ภาษาในบทความวิจัยควร
-
เป็นทางการ
-
ไม่ใช้อารมณ์
-
ไม่ใช้ภาษาพูด
-
ไม่ใช้คำฟุ่มเฟือย
ประโยคควร
-
ชัด
-
กระชับ
-
มีเหตุผล
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยในการเขียนบทความวิจัย
-
เขียนบทนำยาวแต่ไม่เห็นปัญหา
-
วัตถุประสงค์ไม่ตรงกับวิธีวิจัย
-
อภิปรายผลซ้ำกับผลการวิจัย
-
อ้างอิงไม่ครบหรือไม่ถูกต้อง
-
ภาษาไม่เป็นวิชาการ
การรู้ข้อผิดพลาดเหล่านี้ จะช่วยให้คุณหลีกเลี่ยงได้ตั้งแต่ต้น
Checklist สรุป: เทคนิคการเขียนบทความวิจัยให้ได้มาตรฐาน
-
โครงสร้างครบถ้วน
-
วัตถุประสงค์ชัด
-
วิธีวิจัยตรวจสอบได้
-
ผลการวิจัยเป็นกลาง
-
อภิปรายผลมีเหตุผล
-
อ้างอิงถูกต้อง
-
ภาษาเป็นวิชาการ
สรุป: บทความวิจัยที่ได้มาตรฐาน คือผลลัพธ์ของ “ระบบ” ไม่ใช่แค่ “ความเก่ง”
เทคนิคการเขียนบทความวิจัยให้ได้มาตรฐาน ไม่ใช่เรื่องของพรสวรรค์ แต่เป็นเรื่องของการเข้าใจโครงสร้าง หลักการ และฝึกฝนอย่างเป็นระบบ เมื่อคุณ
-
เขียนตามมาตรฐาน
-
คิดอย่างมีเหตุผล
-
และสื่อสารอย่างเป็นวิชาการ
บทความวิจัยของคุณจะมีคุณค่า น่าเชื่อถือ และพร้อมสำหรับการประเมินหรือตีพิมพ์อย่างแท้จริง