💡 กำลังหาข้อมูลทำวิจัยอยู่ใช่ไหม? อ่านบทความนี้จบ ทำตามได้เลย!
แต่ถ้า "ไม่มีเวลา" ให้เราช่วยดูแลให้ไหม?
📋 ประเมินราคาวิจัย (ฟรี)

ในการทำวิจัยเชิงปริมาณ “ระดับนัยสำคัญทางสถิติ” เป็นแนวคิดสำคัญที่นักวิจัยแทบทุกคนต้องเผชิญ ไม่ว่าจะเป็นการทดสอบสมมติฐาน การวิเคราะห์ความแตกต่าง หรือการวิเคราะห์ความสัมพันธ์ คำถามที่พบบ่อยคือ ควรใช้ระดับนัยสำคัญเท่าใด ระหว่าง ระดับ .05 ระดับ .01 และระดับ .001 และแต่ละระดับมีความหมายแตกต่างกันอย่างไร

นักศึกษาและนักวิจัยจำนวนไม่น้อยมักใช้ระดับ .05 เป็นค่าเริ่มต้นโดยอัตโนมัติ โดยไม่ได้ทำความเข้าใจความหมายเชิงลึก หรือเหตุผลว่าทำไมบางงานจึงควรใช้ระดับ .01 หรือ .001 แทน การเลือกใช้ระดับนัยสำคัญอย่างไม่เหมาะสมอาจนำไปสู่การตีความผลที่คลาดเคลื่อน หรือการสรุปผลที่ไม่สอดคล้องกับบริบทของงานวิจัย

บทความนี้จะอธิบาย ความแตกต่างของระดับนัยสำคัญที่ระดับ .05 ระดับ .01 และระดับ .001 อย่างเป็นระบบ ตั้งแต่ความหมายพื้นฐาน หลักการทางสถิติ เหตุผลในการเลือกใช้ ตัวอย่างการตีความผล ไปจนถึงข้อควรระวัง เพื่อช่วยให้คุณใช้ระดับนัยสำคัญได้อย่างถูกต้องและเหมาะสมกับงานวิจัยของคุณ


Table of Contents

ระดับนัยสำคัญทางสถิติคืออะไร

ระดับนัยสำคัญทางสถิติ (Significance Level) มักเขียนแทนด้วยสัญลักษณ์ α (alpha) หมายถึง ความน่าจะเป็นสูงสุดที่นักวิจัยยอมรับได้ในการปฏิเสธสมมติฐานศูนย์ ทั้งที่สมมติฐานศูนย์นั้นเป็นจริง

กล่าวอีกนัยหนึ่ง ระดับนัยสำคัญคือ

“ระดับความเสี่ยงที่นักวิจัยยอมรับได้ในการสรุปผลผิดพลาด”

ระดับนัยสำคัญจึงเป็นเกณฑ์ที่ใช้เปรียบเทียบกับค่า p-value จากการทดสอบทางสถิติ หากค่า p-value น้อยกว่าหรือเท่ากับระดับนัยสำคัญที่กำหนดไว้ นักวิจัยจะสรุปว่า ผลการทดสอบมีนัยสำคัญทางสถิติ


ความสัมพันธ์ระหว่างระดับนัยสำคัญและ p-value

ในการรายงานผลวิจัย นักวิจัยมักกล่าวว่า

  • “ผลการวิจัยมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05”

  • “มีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01”

  • “มีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .001”

ข้อความเหล่านี้หมายความว่า ค่า p-value ที่ได้จากการวิเคราะห์ มีค่าน้อยกว่าระดับนัยสำคัญที่กำหนดไว้ เช่น

  • p ≤ .05

  • p ≤ .01

  • p ≤ .001

ยิ่งระดับนัยสำคัญต่ำเท่าใด ยิ่งต้องการหลักฐานที่เข้มงวดมากขึ้นในการปฏิเสธสมมติฐานศูนย์


ทำไมต้องมีหลายระดับนัยสำคัญ

การมีหลายระดับนัยสำคัญ ไม่ได้เกิดขึ้นโดยบังเอิญ แต่สะท้อนถึงระดับความเข้มงวดในการตัดสินใจของนักวิจัย งานวิจัยบางประเภทอาจยอมรับความเสี่ยงในการสรุปผิดพลาดได้มากกว่า ขณะที่งานบางประเภทต้องการความแม่นยำสูงมาก

ดังนั้น ระดับนัยสำคัญจึงเป็นเครื่องมือที่ช่วยให้นักวิจัย

  • ควบคุมความเสี่ยงในการตัดสินใจ

  • ปรับความเข้มงวดให้เหมาะกับบริบทของงาน

  • สื่อสารความน่าเชื่อถือของผลการวิจัย


ระดับนัยสำคัญที่ระดับ .05 คืออะไร

ความหมายของระดับ .05

ระดับนัยสำคัญที่ระดับ .05 หมายความว่า นักวิจัยยอมรับความเสี่ยงในการปฏิเสธสมมติฐานศูนย์ผิดพลาดได้ไม่เกิน 5% หรือ 5 ครั้งใน 100 ครั้ง

ในทางปฏิบัติ หมายถึง หากค่า p-value ≤ .05 นักวิจัยจะสรุปว่าผลการวิจัยมีนัยสำคัญทางสถิติ

เหตุผลที่ระดับ .05 ได้รับความนิยม

ระดับ .05 เป็นระดับที่นิยมใช้มากที่สุดในงานวิจัยด้านสังคมศาสตร์ การศึกษา และพฤติกรรมศาสตร์ เนื่องจาก

  • เป็นจุดสมดุลระหว่างความเข้มงวดและความยืดหยุ่น

  • ไม่เข้มงวดจนเกินไปสำหรับงานวิจัยเชิงมนุษย์

  • เป็นมาตรฐานที่ได้รับการยอมรับอย่างแพร่หลาย

ตัวอย่างการตีความ

หากผลการทดสอบได้ p = .03 และกำหนดระดับนัยสำคัญที่ .05 นักวิจัยสามารถสรุปว่า

ผลการวิจัยมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05


ระดับนัยสำคัญที่ระดับ .01 คืออะไร

ความหมายของระดับ .01

ระดับนัยสำคัญที่ระดับ .01 หมายถึง นักวิจัยยอมรับความเสี่ยงในการสรุปผิดพลาดได้ไม่เกิน 1% หรือ 1 ครั้งใน 100 ครั้ง

กล่าวได้ว่า เป็นระดับที่เข้มงวดกว่าระดับ .05 ถึง 5 เท่า

เหตุผลในการใช้ระดับ .01

ระดับ .01 มักใช้ในกรณีที่

  • งานวิจัยมีผลกระทบสูง

  • ต้องการความน่าเชื่อถือมากขึ้น

  • ต้องการลดโอกาสการสรุปผลผิดพลาด

ตัวอย่างการตีความ

หากค่า p = .008

  • มีนัยสำคัญที่ระดับ .01

  • มีนัยสำคัญที่ระดับ .05

แต่หาก p = .03

  • มีนัยสำคัญที่ระดับ .05

  • ไม่มีนัยสำคัญที่ระดับ .01


ระดับนัยสำคัญที่ระดับ .001 คืออะไร

ความหมายของระดับ .001

ระดับนัยสำคัญที่ระดับ .001 หมายถึง นักวิจัยยอมรับความเสี่ยงในการปฏิเสธสมมติฐานศูนย์ผิดพลาดได้ไม่เกิน 0.1% หรือ 1 ครั้งใน 1,000 ครั้ง

ถือเป็นระดับที่เข้มงวดมากที่สุดในบรรดาระดับที่นิยมใช้ทั่วไป

เหตุผลในการใช้ระดับ .001

ระดับ .001 มักใช้ในงานที่

  • ต้องการความแม่นยำสูงมาก

  • มีผลกระทบรุนแรงหากสรุปผิดพลาด

  • ต้องการหลักฐานเชิงประจักษ์ที่แข็งแรง

ตัวอย่างการตีความ

หากค่า p = .0005
นักวิจัยสามารถสรุปว่า

ผลการวิจัยมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .001


เปรียบเทียบความแตกต่างของระดับ .05 .01 และ .001

ระดับนัยสำคัญ ความเสี่ยงที่ยอมรับได้ ความเข้มงวด การใช้งานทั่วไป
.05 5% ปานกลาง งานวิจัยทั่วไป
.01 1% สูง งานที่ต้องการความน่าเชื่อถือเพิ่ม
.001 0.1% สูงมาก งานที่ต้องการหลักฐานเข้มงวดมาก

จากตารางจะเห็นว่า ยิ่งระดับนัยสำคัญต่ำเท่าใด โอกาสที่จะพบผล “มีนัยสำคัญ” จะยิ่งยากขึ้น


ระดับนัยสำคัญสัมพันธ์กับข้อผิดพลาดแบบที่ 1 อย่างไร

ข้อผิดพลาดแบบที่ 1 (Type I Error) คือ การปฏิเสธสมมติฐานศูนย์ ทั้งที่สมมติฐานศูนย์เป็นจริง

ระดับนัยสำคัญคือค่าที่กำหนดโอกาสเกิดข้อผิดพลาดแบบที่ 1

  • ระดับ .05 → โอกาสผิดพลาด 5%

  • ระดับ .01 → โอกาสผิดพลาด 1%

  • ระดับ .001 → โอกาสผิดพลาด 0.1%

ดังนั้น การเลือกระดับนัยสำคัญที่ต่ำลง จะช่วยลดโอกาสเกิดข้อผิดพลาดแบบที่ 1 แต่ก็อาจเพิ่มความเสี่ยงของข้อผิดพลาดแบบที่ 2


ควรเลือกใช้ระดับนัยสำคัญระดับใด

ไม่มีระดับนัยสำคัญที่ “ดีที่สุด” สำหรับทุกงานวิจัย การเลือกควรพิจารณาจาก

  • วัตถุประสงค์ของงานวิจัย

  • สาขาวิชา

  • ผลกระทบของการสรุปผิดพลาด

  • มาตรฐานที่สาขานั้นยอมรับ

แนวทางทั่วไป

  • งานวิจัยทางสังคมศาสตร์และการศึกษา → มักใช้ .05

  • งานที่ต้องการความเข้มงวดมากขึ้น → อาจใช้ .01

  • งานที่มีผลกระทบสูงมาก → อาจใช้ .001


ข้อควรระวังในการใช้ระดับนัยสำคัญ

  • ระดับนัยสำคัญไม่ใช่ตัวบ่งชี้ “ความสำคัญเชิงปฏิบัติ”

  • ผลที่มีนัยสำคัญทางสถิติ อาจไม่มีนัยสำคัญทางการใช้งานจริง

  • ไม่ควรเปลี่ยนระดับนัยสำคัญหลังดูผลแล้ว

  • ควรระบุระดับนัยสำคัญไว้ล่วงหน้าในแผนการวิจัย


ตัวอย่างการรายงานผลอย่างถูกต้อง

ตัวอย่างการเขียนรายงานผล เช่น

ผลการวิเคราะห์พบว่า ตัวแปร X มีความสัมพันธ์กับตัวแปร Y อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 (p = .008)

การรายงานลักษณะนี้ช่วยให้ผู้อ่านเข้าใจทั้งระดับนัยสำคัญและค่า p-value


ความเข้าใจผิดที่พบบ่อยเกี่ยวกับระดับนัยสำคัญ

  • คิดว่าระดับ .001 “ดีกว่า” เสมอ

  • คิดว่าผลที่ไม่มีนัยสำคัญคือผลที่ไม่มีค่า

  • คิดว่าระดับนัยสำคัญคือความน่าจะเป็นที่สมมติฐานศูนย์เป็นจริง

ความเข้าใจผิดเหล่านี้อาจทำให้การตีความผลวิจัยคลาดเคลื่อน


สรุป

ความแตกต่างของระดับนัยสำคัญที่ระดับ .05 ระดับ .01 และระดับ .001 อยู่ที่ระดับความเข้มงวดในการตัดสินใจและความเสี่ยงในการสรุปผลผิดพลาด ระดับ .05 เป็นมาตรฐานที่นิยมใช้ทั่วไป ระดับ .01 และ .001 ให้ความเข้มงวดมากขึ้นตามลำดับ การเลือกใช้ระดับใดควรพิจารณาจากบริบท วัตถุประสงค์ และผลกระทบของงานวิจัย

การเข้าใจความหมายของระดับนัยสำคัญอย่างถูกต้อง จะช่วยให้นักวิจัยตีความผลได้อย่างมีเหตุผล รายงานผลได้อย่างเป็นมืออาชีพ และสร้างความน่าเชื่อถือให้กับงานวิจัยในระยะยาว

RESEARCH

⚡ อ่านจบแล้ว... ยังรู้สึกว่า "งานวิจัย" เป็นเรื่องยาก? ⚡

อย่าปล่อยให้ความเครียดเรื่องธีซิสกัดกินเวลาของคุณ ให้ทีมงานมืออาชีพจาก อิมเพรส เลกาซี่ เป็นที่ปรึกษา เราพร้อมดูแลคุณทุกขั้นตอน

Line ID: @impressedu | Tel: 092-476-6638
Scroll to Top