💡 กำลังหาข้อมูลทำวิจัยอยู่ใช่ไหม? อ่านบทความนี้จบ ทำตามได้เลย!
แต่ถ้า "ไม่มีเวลา" ให้เราช่วยดูแลให้ไหม?
📋 ประเมินราคาวิจัย (ฟรี)

Table of Contents

ปัญหาที่นักศึกษาจำนวนมากไม่กล้าพูด

“อาจารย์อธิบายแล้ว แต่ยังไม่เข้าใจว่าต้องแก้อะไร”
“ฟังแล้วเหมือนเข้าใจ แต่พอไปแก้จริงกลับโดนบอกว่ายังไม่ตรง”
“กลัวถามซ้ำ เพราะกลัวอาจารย์คิดว่าไม่ตั้งใจ”

ประโยคเหล่านี้คือ ความรู้สึกลึก ๆ ของนักศึกษาจำนวนมาก ที่กำลังทำงานวิจัยหรือวิทยานิพนธ์ แต่ไม่กล้าพูดออกมาตรง ๆ ทั้งที่ความจริงแล้ว ปัญหา ฟังคำแนะนำจากอาจารย์ที่ปรึกษาไม่เข้าใจ เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้กับทุกคน ไม่ว่าจะเป็นนักศึกษาปริญญาตรี โท หรือเอก

บทความนี้จะพาคุณทำความเข้าใจอย่างเป็นระบบว่า

  • ทำไมเราถึงฟังคำแนะนำอาจารย์ไม่เข้าใจ

  • ปัญหาเกิดจาก “ใคร” หรือ “อะไร” กันแน่

  • และที่สำคัญที่สุด คือ ควรทำอย่างไรต่อ เพื่อให้งานวิจัยเดินหน้า ไม่วนลูปแก้ซ้ำ และไม่เสียกำลังใจ


เข้าใจก่อน: ฟังไม่เข้าใจ ≠ ไม่เก่ง หรือไม่ตั้งใจ

สิ่งแรกที่ควรทำ คือ เลิกโทษตัวเอง
การฟังคำแนะนำอาจารย์ไม่เข้าใจ ไม่ได้แปลว่าคุณไม่เก่ง ไม่ฉลาด หรือไม่เหมาะกับการทำวิจัย แต่เกิดจากหลายปัจจัยที่ซ้อนกัน เช่น

  • ภาษาเชิงวิชาการที่ซับซ้อน

  • ความคาดหวังที่ไม่ตรงกัน

  • ประสบการณ์ของอาจารย์กับนักศึกษาต่างระดับ

  • ความเครียดและความกดดันของผู้ทำวิจัยเอง

เมื่อเข้าใจจุดนี้ คุณจะเริ่มแก้ปัญหาได้อย่างมีสติ ไม่ใช่อารมณ์


สาเหตุที่ 1 อาจารย์พูดจาก “ภาพใหญ่” แต่นักศึกษาคิดจาก “งานตรงหน้า”

อาจารย์ที่ปรึกษามักมองงานวิจัยในภาพรวม เช่น

  • แนวคิด

  • ความสอดคล้องทั้งเล่ม

  • มาตรฐานวิชาการ

ในขณะที่นักศึกษามักคิดจาก

  • ต้องแก้ประโยคไหน

  • ต้องเพิ่มย่อหน้าอะไร

  • ต้องลบตรงไหน

เมื่อมุมมองไม่ตรงกัน คำแนะนำจึงฟังดู “ลอย ๆ” และไม่รู้ว่าจะเริ่มแก้ตรงไหนก่อน


สาเหตุที่ 2 ภาษาและคำศัพท์เชิงวิชาการเป็นอุปสรรค

อาจารย์มักใช้คำ เช่น

  • “ยังไม่ชัดเชิงแนวคิด”

  • “ยังไม่สอดคล้องเชิงตรรกะ”

  • “กรอบแนวคิดยังไม่แข็งแรง”

  • “วิธีวิจัยยังไม่ตอบคำถาม”

คำเหล่านี้ ไม่ผิด แต่สำหรับผู้ทำวิจัยมือใหม่ อาจฟังดูนามธรรมและตีความยากมาก


สาเหตุที่ 3 นักศึกษาฟังด้วยความเครียด ไม่ใช่ด้วยความเข้าใจ

หลายคนเข้าไปพบอาจารย์ด้วยความรู้สึก

  • กลัวโดนตำหนิ

  • กลัวงานไม่ผ่าน

  • กลัวเสียเวลา

เมื่ออยู่ในภาวะเครียด สมองจะ

  • รับข้อมูลได้น้อยลง

  • จดจำไม่ครบ

  • เข้าใจคลาดเคลื่อน

ทำให้พอกลับมาแก้งานแล้วรู้สึกว่า

“อาจารย์พูดอะไรไปบ้างนะ?”


สาเหตุที่ 4 ไม่กล้าถาม ไม่กล้าขอให้อธิบายซ้ำ

นักศึกษาจำนวนมาก

  • กลัวอาจารย์รำคาญ

  • กลัวดูไม่ตั้งใจ

  • กลัวถูกมองว่าไม่พร้อม

จึงเลือก “พยักหน้า” ทั้งที่ยังไม่เข้าใจจริง
นี่คือสาเหตุสำคัญที่ทำให้งานแก้แล้วไม่ตรง


เมื่อรู้สาเหตุแล้ว คำถามคือ “ควรทำอย่างไร”

ต่อไปนี้คือ แนวทางแก้ไขอย่างเป็นระบบ สำหรับกรณีที่ฟังคำแนะนำจากอาจารย์ที่ปรึกษาไม่เข้าใจ


วิธีที่ 1 เปลี่ยนวิธีฟัง: ฟังเพื่อ “จับประเด็น” ไม่ใช่ฟังทุกคำ

สิ่งที่ควรทำระหว่างคุยกับอาจารย์

แทนที่จะพยายามจำทุกประโยค ให้โฟกัสว่า

  • อาจารย์กังวล “เรื่องอะไร”

  • ปัญหาหลักอยู่ที่ “บทไหน”

  • เป็นปัญหาเชิงโครงสร้าง หรือเชิงรายละเอียด

ตัวอย่าง

  • ไม่ใช่แค่ “แก้บทที่ 2”

  • แต่คือ “บทที่ 2 ยังไม่เชื่อมกับกรอบแนวคิดในบทที่ 1”

การจับ “แก่นของปัญหา” สำคัญกว่าการจำคำพูดทั้งหมด


วิธีที่ 2 จดแบบแปลความ ไม่ใช่จดคำต่อคำ

เทคนิคจดโน้ตแบบมืออาชีพ

แทนการจดว่า

“อาจารย์บอกว่าวิธีวิจัยยังไม่ชัด”

ให้จดว่า

“วิธีวิจัยยังไม่ตอบคำถามวิจัย → ต้องทบทวนความสอดคล้อง”

การจดแบบแปลความช่วยให้

  • เข้าใจมากขึ้น

  • นำไปใช้แก้งานได้จริง

  • ลดการตีความผิด


วิธีที่ 3 ถามกลับอย่างสุภาพและชาญฉลาด

การถามไม่ใช่การเถียง แต่คือการทำให้เข้าใจตรงกัน

ตัวอย่างคำถามที่ควรถาม

  • “อาจารย์หมายถึงให้ปรับแนวคิด หรือปรับวิธีการเขียนครับ/คะ”

  • “ประเด็นหลักที่ควรแก้ก่อนคือบทไหนครับ/คะ”

  • “ถ้าหนูแก้ตามแนวนี้ จะตรงกับที่อาจารย์แนะนำไหมครับ/คะ”

คำถามเหล่านี้

  • แสดงความตั้งใจ

  • ไม่ทำให้อาจารย์รู้สึกถูกท้าทาย

  • ช่วยลดการแก้ซ้ำในอนาคต


วิธีที่ 4 สรุปความเข้าใจของตัวเองให้อาจารย์ฟัง

เทคนิคนี้สำคัญมาก แต่หลายคนไม่เคยใช้

ก่อนจบการพบอาจารย์ ลองพูดว่า

“ขอสรุปความเข้าใจนะครับ/คะ ว่าควรแก้บทที่ 1 ให้ชัดขึ้น แล้วปรับวิธีวิจัยให้ตอบวัตถุประสงค์ จากนั้นค่อยแก้บทที่ 2 ใช่ไหมครับ/คะ”

หากเข้าใจผิด

  • อาจารย์จะได้แก้ให้ทันที
    หากเข้าใจถูก

  • คุณจะกลับไปแก้งานอย่างมั่นใจ


วิธีที่ 5 แปลงคำแนะนำเป็น “รายการแก้ไข”

จากคำพูด → เป็น Action ที่ทำได้จริง

เมื่อกลับมาจากพบอาจารย์ ให้ทำสิ่งนี้ทันที

  1. เขียนรายการว่า

    • แก้เรื่องอะไร

    • แก้บทไหน

  2. แยกเป็น

    • แก้ใหญ่ (โครงสร้าง แนวคิด วิธีวิจัย)

    • แก้เล็ก (ภาษา รูปแบบ ตัวอย่าง)

วิธีนี้ช่วยให้

  • ไม่หลงทาง

  • แก้ได้เป็นขั้นตอน

  • เห็นความคืบหน้าชัดเจน


วิธีที่ 6 อย่ารีบแก้ ถ้ายัง “ไม่เข้าใจจริง”

หนึ่งในความผิดพลาดที่พบบ่อย คือ

รีบแก้เพราะกลัวอาจารย์รอ

แต่การแก้โดยไม่เข้าใจ มักทำให้

  • แก้ไม่ตรง

  • โดนตีกลับ

  • เสียเวลามากกว่าเดิม

หากยังไม่แน่ใจ

  • อ่านตำราเพิ่ม

  • ดูตัวอย่างงานที่ผ่าน

  • ปรึกษาผู้มีประสบการณ์

แล้วค่อยลงมือแก้ จะดีกว่า


วิธีที่ 7 ใช้แหล่งช่วยเสริมความเข้าใจ

คุณไม่จำเป็นต้องเข้าใจทุกอย่างคนเดียว

แหล่งช่วยที่เป็นประโยชน์ เช่น

  • รุ่นพี่ที่เคยผ่านการทำวิจัย

  • คู่มือการทำวิทยานิพนธ์

  • บทความอธิบายเชิงง่าย

  • ผู้เชี่ยวชาญหรือที่ปรึกษาเสริม

การเสริมความเข้าใจเหล่านี้ ไม่ได้ขัดกับคำแนะนำอาจารย์ แต่ช่วยให้คุณตีความคำแนะนำได้ถูกต้องขึ้น


วิธีที่ 8 สื่อสารความคืบหน้าอย่างเป็นระบบ

เวลาส่งงาน ควรบอกว่าแก้อะไรไปแล้ว

ตัวอย่าง

“ตามคำแนะนำครั้งก่อน ได้ปรับกรอบแนวคิดในบทที่ 1 และปรับวิธีวิจัยในบทที่ 3 ให้สอดคล้องกันมากขึ้น”

อาจารย์จะเห็นว่า

  • คุณฟัง

  • คุณเข้าใจ

  • คุณลงมือทำจริง

ซึ่งช่วยลดความตึงเครียดในการสื่อสารอย่างมาก


ความเข้าใจผิดที่ทำให้ปัญหานี้ยืดเยื้อ

  • คิดว่าอาจารย์จะไม่พอใจถ้าถาม

  • คิดว่าต้องเข้าใจทันที

  • คิดว่าการไม่เข้าใจคือความล้มเหลว

  • คิดว่าต้องแก้ให้เหมือนใจอาจารย์ทุกอย่าง

ความจริงคือ อาจารย์ต้องการเห็น “กระบวนการเรียนรู้” มากกว่าความสมบูรณ์แบบ


ตัวอย่างสถานการณ์จริง และแนวทางรับมือ

กรณีที่ 1 อาจารย์บอกว่า “ยังไม่ชัด”

→ ถามต่อว่า “ยังไม่ชัดในแง่แนวคิด วิธีวิจัย หรือการเขียนครับ/คะ”

กรณีที่ 2 อาจารย์บอกว่า “ยังไม่ตอบโจทย์”

→ ตรวจความสอดคล้องระหว่าง วัตถุประสงค์ – วิธีวิจัย – ผล

กรณีที่ 3 อาจารย์พูดเร็ว ฟังไม่ทัน

→ ขออนุญาตจด หรือขอสรุปความเข้าใจตอนท้าย


สรุป: ฟังไม่เข้าใจ ไม่ใช่จุดจบ แต่คือจุดเริ่มต้นของการพัฒนา

ฟังคำแนะนำจากอาจารย์ที่ปรึกษาไม่เข้าใจ ทำอย่างไร
คำตอบไม่ใช่การเงียบหรือเดาใจอาจารย์ แต่คือการ

  • ปรับวิธีฟัง

  • กล้าถามอย่างเหมาะสม

  • แปลงคำแนะนำเป็นการลงมือทำ

  • และสื่อสารอย่างเป็นระบบ

เมื่อคุณเปลี่ยนวิธีรับคำแนะนำ งานวิจัยจะไม่ใช่สนามที่เต็มไปด้วยความกังวลอีกต่อไป แต่จะกลายเป็นกระบวนการเรียนรู้ที่ชัดเจน มีทิศทาง และพาคุณไปสู่ความสำเร็จอย่างมั่นใจ

RESEARCH

⚡ อ่านจบแล้ว... ยังรู้สึกว่า "งานวิจัย" เป็นเรื่องยาก? ⚡

อย่าปล่อยให้ความเครียดเรื่องธีซิสกัดกินเวลาของคุณ ให้ทีมงานมืออาชีพจาก อิมเพรส เลกาซี่ เป็นที่ปรึกษา เราพร้อมดูแลคุณทุกขั้นตอน

Line ID: @impressedu | Tel: 092-476-6638
Scroll to Top