แต่ถ้า "ไม่มีเวลา" ให้เราช่วยดูแลให้ไหม?
สำหรับหลายคน คำว่า “งานวิจัย” มักมาพร้อมกับความรู้สึกหนักใจ สับสน และกดดัน ไม่ว่าจะเป็นนักศึกษาที่ต้องทำรายงานวิจัย IS หรือวิทยานิพนธ์ ไปจนถึงบุคลากรที่ต้องทำวิจัยเพื่อพัฒนาองค์กร ปัญหาที่พบบ่อย ได้แก่
-
ไม่รู้จะเริ่มต้นอย่างไร
-
กลัวเลือกหัวข้อผิด
-
ไม่เข้าใจระเบียบวิธีวิจัย
-
กังวลว่าจะทำไม่ผ่านการประเมิน
ในความเป็นจริง การทำวิจัยไม่ใช่เรื่องยากอย่างที่คิด หากคุณเข้าใจหลักการและมีแนวทางที่ถูกต้อง บทความนี้จะพาคุณไปพบกับ 7 วิธีสำคัญ ที่จะช่วยเปลี่ยนการทำวิจัยจากเรื่องน่าปวดหัว ให้กลายเป็นงานที่จัดการได้ เป็นระบบ และมีโอกาสสำเร็จสูงขึ้นอย่างชัดเจน
วิธีที่ 1 เริ่มจากการ “เปลี่ยนมุมมอง” ต่อการทำวิจัย
หนึ่งในอุปสรรคสำคัญที่สุดของการทำวิจัยไม่ใช่ความยากของเนื้อหา แต่คือ ทัศนคติ หลายคนมองว่างานวิจัยเป็นเรื่องไกลตัว ซับซ้อน และมีไว้สำหรับนักวิชาการเท่านั้น
แนวคิดที่ควรปรับ
-
งานวิจัยคือการหาคำตอบอย่างเป็นระบบ
-
งานวิจัยไม่จำเป็นต้องยิ่งใหญ่ แต่ต้องชัดเจน
-
ทุกคนสามารถทำวิจัยได้ หากมีโครงสร้างที่ดี
เมื่อคุณเปลี่ยนมุมมอง การทำวิจัยจะไม่ใช่เรื่องน่ากลัว แต่เป็นกระบวนการเรียนรู้ที่มีขั้นตอนชัดเจน
วิธีที่ 2 เลือกหัวข้อวิจัยให้ “เหมาะกับตัวเอง” ไม่ใช่หัวข้อที่ดูเท่
การเลือกหัวข้อคือจุดเริ่มต้นที่สำคัญที่สุด และเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้หลายคนรู้สึกว่างานวิจัยยากเกินไป
ลักษณะหัวข้อที่ทำให้วิจัยยาก
-
กว้างเกินไป
-
ต้องใช้ข้อมูลที่เข้าถึงยาก
-
ซับซ้อนเกินระดับของตนเอง
แนวทางเลือกหัวข้อให้ทำง่าย
-
เลือกเรื่องที่ใกล้ตัวหรือคุ้นเคย
-
จำกัดขอบเขตให้ชัดเจน
-
ตรวจสอบว่ามีข้อมูลหรือแหล่งอ้างอิงเพียงพอ
หัวข้อที่เหมาะสมจะช่วยลดความยากของงานวิจัยไปได้มากกว่าครึ่ง
วิธีที่ 3 วางโครงสร้างงานวิจัยตั้งแต่ต้น
หลายคนเริ่มทำวิจัยด้วยการ “เขียนไปเรื่อย ๆ” ซึ่งมักนำไปสู่ความสับสนและการแก้ไขซ้ำไม่รู้จบ
โครงสร้างพื้นฐานที่ควรวาง
-
บทที่ 1 บทนำ
-
บทที่ 2 เอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง
-
บทที่ 3 วิธีดำเนินการวิจัย
-
บทที่ 4 ผลการวิจัย
-
บทที่ 5 สรุป อภิปรายผล และข้อเสนอแนะ
การมีโครงสร้างชัดเจนช่วยให้คุณรู้ว่า
-
ตอนนี้กำลังทำอะไร
-
งานแต่ละส่วนเชื่อมโยงกันอย่างไร
-
ต้องเดินต่อไปในทิศทางไหน
วิธีที่ 4 เลือกวิธีวิจัยที่ “เข้าใจและอธิบายได้”
งานวิจัยจะกลายเป็นเรื่องยากทันที หากคุณเลือกวิธีวิจัยที่ไม่เข้าใจเพียงเพราะเห็นว่าดูเป็นมืออาชีพ
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย
-
เลือกวิธีวิจัยตามตัวอย่าง
-
ใช้สถิติซับซ้อนเกินความจำเป็น
-
ไม่เข้าใจเหตุผลของวิธีที่ใช้
แนวทางทำให้วิธีวิจัยง่ายขึ้น
-
เลือกวิธีที่ตอบคำถามวิจัยได้ตรงจุด
-
ใช้วิธีที่เหมาะกับข้อมูลและทรัพยากร
-
สามารถอธิบายเหตุผลในการเลือกวิธีได้
จำไว้ว่า วิธีวิจัยที่ดีไม่จำเป็นต้องยาก แต่ต้องเหมาะสม
วิธีที่ 5 แบ่งงานวิจัยออกเป็น “งานย่อย” และจัดการทีละขั้น
เหตุผลที่งานวิจัยดูยาก เพราะหลายคนมองมันเป็นงานก้อนใหญ่เพียงก้อนเดียว
วิธีทำให้งานดูง่ายขึ้น
-
แบ่งงานเป็นส่วนย่อย เช่น อ่านเอกสาร เขียนบทที่ 1 วิเคราะห์ข้อมูล
-
กำหนดเป้าหมายรายสัปดาห์
-
ทำทีละขั้น ไม่ต้องรีบทำทุกอย่างพร้อมกัน
เมื่อคุณโฟกัสงานย่อย งานวิจัยจะดูจัดการได้มากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
วิธีที่ 6 ใช้เครื่องมือและแหล่งช่วยเหลืออย่างชาญฉลาด
การทำวิจัยในยุคปัจจุบันไม่จำเป็นต้องทำทุกอย่างด้วยตัวเอง
เครื่องมือที่ช่วยให้งานง่ายขึ้น
-
โปรแกรมจัดการเอกสารอ้างอิง
-
โปรแกรมวิเคราะห์ข้อมูล
-
แหล่งค้นคว้าออนไลน์ที่เชื่อถือได้
การใช้เครื่องมืออย่างถูกต้องช่วยลดเวลา ลดความผิดพลาด และเพิ่มความมั่นใจในการทำงาน
วิธีที่ 7 ขอคำปรึกษาหรือความช่วยเหลืออย่างมืออาชีพ
หนึ่งในวิธีที่ทำให้การทำวิจัยไม่ยากอีกต่อไป คือการ ไม่ทำทุกอย่างคนเดียว
รูปแบบความช่วยเหลือที่เหมาะสม
-
ขอคำปรึกษาจากอาจารย์หรือผู้เชี่ยวชาญ
-
ใช้บริการที่ปรึกษางานวิจัย
-
ใช้บริษัทรับทำวิจัยในลักษณะ “ผู้ช่วยทางวิชาการ”
การขอความช่วยเหลือไม่ใช่ความล้มเหลว แต่คือการบริหารงานวิจัยอย่างฉลาดและเป็นมืออาชีพ
ความเข้าใจผิดที่ทำให้การทำวิจัยยากกว่าที่ควรเป็น
หลายคนทำวิจัยยากขึ้นโดยไม่รู้ตัวจากความเข้าใจผิด เช่น
-
ต้องเขียนให้ยากถึงจะดูดี
-
งานวิจัยต้องสมบูรณ์แบบตั้งแต่ต้น
-
ขอความช่วยเหลือคือการโกง
เมื่อคุณปล่อยวางความเข้าใจผิดเหล่านี้ งานวิจัยจะง่ายขึ้นทันที
ตารางสรุป: 7 วิธีทำให้การทำวิจัยไม่ใช่เรื่องยาก
| วิธี | ผลลัพธ์ที่ได้ |
|---|---|
| ปรับมุมมอง | ลดความกลัว |
| เลือกหัวข้อเหมาะ | งานไม่หลุดทิศ |
| วางโครงสร้าง | งานเป็นระบบ |
| เลือกวิธีเหมาะ | ทำได้จริง |
| แบ่งงานย่อย | จัดการง่าย |
| ใช้เครื่องมือ | ลดเวลา |
| ขอความช่วยเหลือ | เพิ่มความมั่นใจ |
สรุป: งานวิจัยไม่ยาก หากคุณมีแนวทางที่ถูกต้อง
7 วิธีที่จะทำให้การทำวิจัยของคุณไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป! แสดงให้เห็นว่า ความยากของงานวิจัยไม่ได้อยู่ที่ความสามารถเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่
-
วิธีคิด
-
การวางแผน
-
และการเลือกใช้เครื่องมือและความช่วยเหลืออย่างเหมาะสม
เมื่อคุณทำวิจัยอย่างเป็นระบบ งานที่เคยดูยากจะกลายเป็นงานที่จัดการได้ มีทิศทาง และสำเร็จได้อย่างมั่นใจ ไม่ว่าคุณจะเป็นมือใหม่หรือกำลังทำวิจัยในระดับสูงก็ตาม