แต่ถ้า "ไม่มีเวลา" ให้เราช่วยดูแลให้ไหม?
น้องๆ เคยไหมครับ…
ทำวิจัยแทบตาย อ่านเอกสารเป็นตั้งๆ สุดท้าย อาจารย์ถามคำเดียว
“แล้วงานนี้เอาไปใช้จริงตรงไหน?”
จบเลยครับ 🥲
พี่เจอเคสแบบนี้มาไม่รู้กี่ร้อยเล่มในรอบ 15 ปีที่ผ่านมา งานดีนะ ระเบียบวิธีเป๊ะ แต่ ตลาดไม่ต้องการ ผลคือ งานไม่ถูกใช้ ไม่ถูกต่อยอด และบางที…สอบไม่ผ่านครับ
บทความนี้พี่จะพาน้องๆ มาดูแบบเป็นขั้นเป็นตอนว่า
👉 ทำอย่างไรให้วิจัยของเราเป็นที่ต้องการของตลาด
โดยยังคงมาตรฐานวิชาการครบ ไม่ขายวิญญาณให้ทุน และไม่โดนกรรมการยิงครับ
อ่านจบ น้องจะรู้ทันทีว่า
- ควรตั้งโจทย์วิจัยยังไง
- ต้องคุยกับใครตั้งแต่ต้น
- และทำยังไงให้ “วิจัยไม่ตายบนหิ้ง” ครับ
ทำความเข้าใจ “ตลาด” ของงานวิจัยให้ถูกก่อนครับ
ก่อนจะทำวิจัยให้ตลาดต้องการ พี่ขอถามตรงๆ
น้องรู้ไหมว่า “ตลาด” ของงานวิจัยตัวเองคือใคร
ตลาดในงานวิจัย ไม่ใช่แค่บริษัทเอกชน นะครับ แต่รวมถึง
- ภาคธุรกิจและอุตสาหกรรม
- หน่วยงานภาครัฐ
- สถานศึกษา
- ชุมชน
- ผู้กำหนดนโยบาย
พี่แนะนำว่า ต้องระบุ End User ให้ชัดตั้งแต่ต้น
เพราะถ้าน้องไม่รู้ว่าใครจะใช้ งานวิจัยก็จะ “ลอยๆ” ทันทีครับ
วิจัยเชิงวิชาการ vs วิจัยที่ตลาดต้องการ (ต่างกันยังไง)
พี่พูดแบบไม่อ้อมนะครับ
- วิจัยเชิงวิชาการ → เน้นองค์ความรู้ใหม่
- วิจัยที่ตลาดต้องการ → เน้น “แก้ปัญหาได้จริง”
แต่ข่าวดีคือ…
📌 งานวิจัยยุคใหม่ ต้องมีทั้งสองอย่างครับ
อาจารย์อยากได้ความลึก
ตลาดอยากได้ผลลัพธ์
น้องต้องทำให้มันเจอกันตรงกลางให้ได้ครับ
เลือกปัญหาวิจัยที่ “ตลาดต้องการจริง” ไม่ใช่แค่เราชอบ
หัวใจของวิจัยที่ขายได้คือ โจทย์ต้องใช่ ครับ
พี่แนะนำให้น้องลองดูปัญหาจาก
- ปัญหาจริงในองค์กร
- นโยบายรัฐ
- เทรนด์อุตสาหกรรม
- เสียงบ่นของผู้ใช้งานตัวจริง
ถ้าแก้ปัญหานี้ได้แล้ว
✔ ลดต้นทุน
✔ เพิ่มประสิทธิภาพ
✔ ยกระดับคุณภาพชีวิต
แบบนี้แหละครับ ตลาดรออยู่แน่นอน
อย่าทำวิจัยคนเดียว เชื่อมผู้ใช้ตั้งแต่ต้นครับ
วิจัยจำนวนมาก ไม่ถูกใช้ เพราะผู้ใช้ไม่เคยมีส่วนร่วมเลยครับ
พี่แนะนำให้
- คุยกับผู้ใช้จริง
- ฟังผู้บริหาร
- รับโจทย์จากหน่วยงาน
นี่แหละครับแนวคิด User-Centered Research ของจริง
💡 ถ้าอ่านมาถึงตรงนี้แล้วยังรู้สึกมึนๆ หรืออยากหาคนช่วย [รับทำวิจัย] แบบมืออาชีพ ที่การันตีผลงาน ทักหาพี่ได้เลยนะครับ
ออกแบบวิธีวิจัยให้ “ใช้ได้จริง” ไม่ใช่แค่สวยบนกระดาษ
พี่ขอเตือนตรงนี้แรงๆ ครับ
ระเบียบวิธีวิจัยที่ดี ≠ ใช้สถิติยากๆ เสมอไป
พี่แนะนำว่า
- ปริมาณ → ใช้พิสูจน์ผล
- คุณภาพ → ใช้เข้าใจเชิงลึก
- ผสม → ได้รอบด้านที่สุด
สำคัญคือ ผลลัพธ์ต้องเอาไปตัดสินใจได้ ไม่ใช่อ่านแล้วงงครับ
แปลงผลวิจัยให้เป็น “ของที่ใช้ได้จริง”
อย่าปล่อยให้วิจัยจบที่บทที่ 5 ครับ
พี่อยากให้น้องสังเคราะห์ผลออกมาเป็น
- แนวทางปฏิบัติ
- โมเดล
- คู่มือ
- ระบบต้นแบบ
พูดง่ายๆ คือ อ่านแล้วเอาไปใช้ได้ทันที นี่แหละ ตลาดรักครับ
ดันวิจัยสู่เชิงพาณิชย์และนวัตกรรม
บางงานวิจัย…ไปต่อได้ไกลกว่าที่คิดครับ
- ผลิตภัณฑ์
- บริการ
- แอป
- แพลตฟอร์ม
อย่าลืมเรื่อง ทรัพย์สินทางปัญญา ด้วยนะครับ
จดให้ถูก งานมีมูลค่าขึ้นอีกหลายเท่าครับ
สื่อสารงานวิจัยให้คนอยากฟัง
งานดีแต่เล่าไม่เป็น = จบครับ
พี่แนะนำสูตรง่ายๆ
👉 ปัญหา → วิธีแก้ → ผลลัพธ์ → คุณค่า
ใช้
- บทความ
- เวทีประชุม
- สื่อออนไลน์
อย่าอายครับ งานเราดี ต้องเล่าให้เป็นครับ
⚡ มุมมองจากพี่ (ประสบการณ์ 15 ปี)
พี่เคยดูแลวิจัยที่ “อาจารย์ชอบมาก แต่ไม่มีใครใช้”
กับอีกเล่มที่ “ตลาดแย่งกันเอาไปใช้”
ความต่างไม่ใช่สถิติ
แต่คือ เริ่มจากปัญหาที่คนเดือดร้อนจริง ครับ
จำคำพี่ไว้เลย
“วิจัยที่ดี ต้องมีคนอยากได้ ไม่ใช่แค่คนอยากสอบผ่าน”
อันนี้พี่พูดจากเลือดเนื้อจริงๆ ครับ
สรุปสั้นๆ จำง่าย
- เข้าใจตลาดก่อนทำวิจัย
- เลือกโจทย์จากปัญหาจริง
- ดึงผู้ใช้เข้ามาตั้งแต่ต้น
- แปลงผลให้ใช้ได้จริง
- สื่อสารให้เป็น
ถ้าทำได้ครบ วิจัยจะไม่ใช่แค่เล่ม แต่จะเป็น “โอกาส” ครับ
“วิจัยมันยาก แต่ไม่จำเป็นต้องทำคนเดียว ปรึกษาพี่ฟรี รับดูแลวิจัยจนผ่านครับ”
FAQ คำถามที่พี่เจอบ่อย
จำเป็นมากครับ แต่ต้องเชื่อมกับการใช้งานจริง
ไม่จำเป็นครับ ชุมชน นโยบาย ก็ถือเป็นตลาด
พี่แนะนำให้ “เชื่อม” ไม่ใช่ “ขัด” ครับ
ได้ครับ ถ้าเลือกโจทย์ถูกตั้งแต่ต้น