แต่ถ้า "ไม่มีเวลา" ให้เราช่วยดูแลให้ไหม?
สวัสดีครับน้องๆ ทุกคน! สภาพตอนนี้เป็นยังไงบ้างครับ? โดน ผอ. ตามงานโรงเรียน หรือโดนอาจารย์ที่ปรึกษาตามบทที่ 2 จนหัวหมุนแล้วใช่ไหม? พี่เข้าใจความกดดันนี้ดีครับ แต่อย่าเพิ่งวู่วามโอนเงินให้ใครเพียงเพราะเขาบอกว่า “ราคาถูก” หรือ “เสร็จไว” นะครับ มาดูวิธีสแกนมืออาชีพตัวจริงกันครับ!
1. ทดสอบความรู้เรื่อง “ทฤษฎีการบริหาร” และ “มาตรฐานวิชาชีพ”
ลองดูนะ มิจฉาชีพมักจะตอบได้แค่กว้างๆ ครับ ลองถามเจาะจงไปเลยว่า “หัวข้อผม/หนู ต้องใช้ทฤษฎีภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลง (Transformational Leadership) หรือ ภาวะผู้นำเชิงสร้างสรรค์ ถึงจะเข้ากับบริบท สพฐ. ยุค 2026 มากกว่ากัน?” ถ้าเขาตอบไม่ได้หรือพูดวนไปมา ให้สันนิษฐานไว้ก่อนเลยว่าไม่ใช่ตัวจริงสายศึกษาศาสตร์ครับ
2. ขอดูผลงานที่ตรงกับ “ฟอร์แมตมหาลัย” ของเรา
มหาลัยแต่ละที่ (เช่น มศว, มก., มข. หรือราชภัฏต่างๆ) มีระเบียบการจัดรูปเล่มและการอ้างอิงที่ไม่เหมือนกันครับ คนที่รับผิดชอบจริงเขาต้องโชว์ได้ว่าเคยทำเล่มของสถาบันนั้นๆ มาก่อน และเข้าใจความเข้มงวดของบัณฑิตวิทยาลัยที่นั่นครับ
3. ตรวจสอบ “ชื่อบัญชี” และ “ประวัติการโกง”
ก่อนโอนเงินทุกครั้ง น้องต้องเอาชื่อ-นามสกุล หรือชื่อเพจไปเช็กใน Google หรือกลุ่ม “ตามล่าคนโกงงานวิจัย” ครับ และที่สำคัญ ชื่อบัญชีธนาคารควรตรงกับชื่อบุคคลที่คุยกับเรา หรือเป็นชื่อบริษัทที่จดทะเบียนชัดเจน จะช่วยลดความเสี่ยงได้มหาศาลครับ
“ถ้าอ่านมาถึงตรงนี้แล้วยังรู้สึกใจคอไม่ดี กลัวโดนโกงจนเรียนไม่จบ ทักหาพี่ได้เลยนะครับ พี่ [รับทำวิจัย] สายบริหารการศึกษาที่เน้นความถูกต้องตามระเบียบกระทรวงฯ รับผิดชอบงานเต็มที่ และดูแลจนกว่าจะผ่านเข้ารับปริญญาแน่นอนครับ”
4. ระบบการจ่ายเงินต้อง “แบ่งเป็นงวดตามบท”
ห้ามโอนเงินก้อนเดียวจบเด็ดขาด! พี่แนะนำกฎเหล็กคือ “งานเดิน เงินถึงเดินตาม” ครับ เช่น งวดที่ 1 จ่ายบทที่ 1-3, งวดที่ 2 จ่ายบทที่ 4-5 เป็นต้น วิธีนี้จะช่วยให้น้องเห็นเนื้องานก่อนโอนงวดถัดไป และเป็นการทดสอบความรับผิดชอบของเขาไปในตัวครับ
5. คุยเรื่อง “การแก้ไขงาน” ให้ชัดเจน
สายบริหารการศึกษา อาจารย์มักจะแก้เรื่อง “นิยามศัพท์” และ “กรอบแนวคิด” บ่อยมากครับ น้องต้องตกลงให้เคลียร์ว่า “ราคานี้รวมแก้จนกว่าจะผ่านไหม?” ถ้าเจ้าไหนบอกว่าไม่รับแก้ หรือคิดเงินเพิ่มทุกจุดที่อาจารย์สั่งแก้ ให้หนีไปครับ!
6. สังเกต “ความเป็นมืออาชีพ” ในการสื่อสาร
คนทำงานวิจัยจริงๆ เขาจะคุยกับน้องแบบพี่เลี้ยงครับ เขาจะช่วยน้องเกลาหัวข้อ แนะนำสถิติที่เหมาะสม ไม่ใช่แค่รับคำสั่งแล้วหายไป พี่บอกเลยว่า “ความใส่ใจ” คือหลักประกันความรับผิดชอบที่ดีที่สุดครับ
7. ต้องมีการันตีเรื่อง “Plagiarism” (การคัดลอกผลงาน)
นี่คือเรื่องคอขาดบาดตายครับ! งานสายบริหารการศึกษาบางทีไปก๊อปงานรุ่นพี่มาส่ง น้องอาจจะถูกปรับตกหรือยึดปริญญาคืนได้ในภายหลัง น้องต้องตกลงให้ชัดว่างานต้องผ่านโปรแกรมตรวจสอบ (เช่น Turnitin) ในเปอร์เซ็นต์ที่มหาลัยกำหนดเท่านั้นครับ
💡 มุมมองจากพี่ (ประสบการณ์ 15 ปี)
พี่เคยเจอเคสคุณครูท่านหนึ่ง ไปจ้างเจ้าที่ราคาถูกมาก ผลคือได้งานที่ก๊อปมาจากอินเทอร์เน็ตเกือบทั้งเล่ม พอโดนอาจารย์จับได้นอกจากจะเสียเงินฟรีแล้ว ยังเสียชื่อเสียงในหน้าที่การงานด้วยครับ
เทคนิคลับของพี่คือ: “ลองขอโทรคุยหรือ VDO Call เพื่อบรีฟงานดูสักครั้ง” ครับ คนทำจริงเขาจะกล้าเผยตัวตนและอธิบายขั้นตอนการทำงานได้อย่างเป็นระบบ ความลับของความสำเร็จคือความ รับผิดชอบ ต่อวิชาชีพครับ พี่บอกเลยว่าเลือกจ้างคนที่ “ไว้ใจได้” แพงกว่านิดหน่อยแต่จบชัวร์ คุ้มค่ากว่าเยอะครับ!
สรุปให้น้องเข้าใจ
สรุปคือ เช็กความรู้จริง แบ่งจ่ายเป็นงวด ตรวจสอบประวัติให้กริบ และต้องการันตีผล Plagiarism ครับ พี่เชื่อมั่นว่าถ้าใช้หลักการ 7 ข้อนี้ น้องจะได้เจอคนช่วยที่ใช่และคว้าใบปริญญามาครองได้อย่างสง่างามแน่นอน สู้ๆ นะครับพี่เอาใจช่วยเสมอ!
งานโรงเรียนก็เยอะ วิทยานิพนธ์ก็เร่ง…ให้พี่ช่วยดูแลเล่มของน้องสิครับ! [รับทำวิจัย]
FAQ Section: เรื่องที่นักศึกษาบริหารการศึกษาชอบถามพี่
A: ได้ครับน้อง เข้าไปที่ thaipoliceonline.com รวบรวมหลักฐานแชทและสลิปโอนเงินไว้ให้ครบนะครับ
A: มักจะเป็นเรื่องการแปลผลสถิติที่ไม่สอดคล้องกับข้อเสนอแนะครับ หรือการวิเคราะห์ข้อมูลที่ไม่ตอบวัตถุประสงค์ พี่ช่วยดูจุดนี้ให้เป๊ะได้นะ
A: ได้แน่นอนครับ พี่ดูแลให้หมดตั้งแต่ตั้งหัวข้อ ยันซ้อมตอบคำถามกรรมการ พี่รับผิดชอบสูงและอยู่เคียงข้างจนน้องผ่านแน่นอน ทักมาคุยรายละเอียดกันก่อนได้เลยครับ