💡 กำลังหาข้อมูลทำวิจัยอยู่ใช่ไหม? อ่านบทความนี้จบ ทำตามได้เลย!
แต่ถ้า "ไม่มีเวลา" ให้เราช่วยดูแลให้ไหม?
📋 ประเมินราคาวิจัย (ฟรี)

Table of Contents

ใครเห็นเปอร์เซ็นต์แล้วใจสั่น พี่เข้าใจเลยครับ

น้องๆ เคยไหมครับ
เปิดรายงาน Turnitin ปุ๊บ…
เห็นเปอร์เซ็นต์สูงปั๊บ…
เหงื่อตก มือสั่น สมองดับทันที 😅

ไม่ว่าจะเป็น

  • รายงานวิชาการ
  • โครงร่างวิทยานิพนธ์
  • วิทยานิพนธ์ฉบับสมบูรณ์
  • หรือบทความตีพิมพ์

Turnitin คือด่านหินที่ทุกคนต้องเจอครับ
บทความนี้พี่จะพาน้องๆ ไปรู้จักวิธี แก้งานจากรายงาน Turnitin อย่างมืออาชีพ แบบเป็นระบบ
ไม่ใช่แก้มั่ว ไม่ใช่หลบโปรแกรม แต่แก้ให้ “ผ่านจริง และคุณภาพดีขึ้นจริง” ครับ


แก้งาน Turnitin อย่างมืออาชีพ คืออะไร (หลายคนเข้าใจผิดครับ)

พี่ขอพูดตรงๆ ก่อนเลยนะครับ
การแก้งาน Turnitin ไม่ใช่การทำให้เปอร์เซ็นต์ต่ำที่สุด

แต่คือกระบวนการนี้ครับ

👉 เข้าใจรายงาน → แก้ถูกหลักวิชาการ → ทำให้งานเป็นของเราอย่างแท้จริง

ถ้าแก้แค่หวังลดตัวเลข
งานอาจผ่านโปรแกรม
แต่ไม่ผ่านอาจารย์หรือกรรมการครับ


เข้าใจก่อน: Turnitin ตรวจอะไร และไม่ตรวจอะไรครับ

Turnitin ตรวจอะไรบ้าง

Turnitin ทำหน้าที่ “เปรียบเทียบข้อความ” กับฐานข้อมูลจำนวนมาก เช่น

  • งานนักศึกษาที่เคยส่ง
  • วิทยานิพนธ์
  • วารสารวิชาการ
  • เว็บไซต์

ผลที่ได้คือ

  • Similarity Index (เปอร์เซ็นต์ความคล้าย)
  • แหล่งที่มาที่คล้าย
  • ข้อความที่ถูกไฮไลต์

Turnitin ไม่ได้ตรวจอะไร (สำคัญมากครับ)

หลายคนเข้าใจผิดตรงนี้
Turnitin ❌

  • ไม่ตัดสินว่าผิดจริยธรรมหรือไม่
  • ไม่เข้าใจบริบทของสาขา
  • ไม่รู้ว่าส่วนไหนเป็นมาตรฐาน

Turnitin เป็นแค่เครื่องมือสะท้อนความคล้าย ไม่ใช่ผู้ตัดสินคุณภาพงาน ครับ


ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับ Turnitin ที่ต้องเลิกคิดเดี๋ยวนี้ครับ

พี่เจอบ่อยมาก
❌ เปอร์เซ็นต์ต่ำ = งานดี
❌ เปอร์เซ็นต์สูง = งานผิด
❌ แก้จนตัวเลขลดคือจบ
❌ Turnitin คือศัตรู

ความจริงคือ
👉 ถ้าเราเข้าใจและใช้เป็น Turnitin คือ “ผู้ช่วย” ครับ


ขั้นตอนที่ 1 อ่านรายงาน Turnitin ให้เป็นก่อน อย่าเพิ่งรีบแก้ครับ

ข้อผิดพลาดอันดับหนึ่งคือ
เปิดไฟล์ → เห็นเปอร์เซ็นต์ → รีบแก้ทันที

พี่แนะนำว่า หยุดก่อนครับ
การแก้งานอย่างมืออาชีพ ต้องเริ่มจาก “อ่านรายงาน” ไม่ใช่ “แก้รายงาน”

โครงสร้างที่ควรรู้

  • Similarity Index = ตัวเลขรวม
  • Match Overview = แหล่งที่มา
  • Text Match = ข้อความที่คล้าย

👉 จุดสำคัญที่สุดคือ Text Match ไม่ใช่ตัวเลขรวมครับ


ขั้นตอนที่ 2 แยกให้ออกว่า “ส่วนไหนยอมรับได้” และ “ส่วนไหนต้องแก้”

ไม่ใช่ทุก Highlight คือปัญหาครับ

ความคล้ายที่มักยอมรับได้

  • คำศัพท์เฉพาะ
  • ชื่อทฤษฎี / เครื่องมือ
  • โครงสร้างวิธีวิจัยมาตรฐาน
  • การอ้างอิงที่ถูกต้อง

ความคล้ายที่ต้องแก้จริง

  • การอธิบายแนวคิด
  • การสรุปทฤษฎี
  • การอภิปรายผล
  • ย่อหน้าที่โครงสร้างเหมือนต้นฉบับ

ส่วนนี้คือ “หัวใจของงาน” และต้องเป็นเสียงของผู้เขียนครับ


⚡ ตรงนี้ขอแทรกนิดหนึ่งครับ (สำคัญจริง)

ถ้าอ่านมาถึงตรงนี้แล้วยังรู้สึกมึนๆ
หรืออยากหาคนช่วย [รับทำวิจัย] แบบมืออาชีพ ที่การันตีผลงาน
ทักหาพี่ได้เลยนะครับ
พี่ช่วยดูรายงาน Turnitin ให้เป็นจุดๆ ไม่แก้มั่วแน่นอนครับ


ขั้นตอนที่ 3 วิเคราะห์สาเหตุ ก่อนลงมือแก้ครับ

ก่อนแก้ทุกครั้ง ให้ถามตัวเองว่า

  • คล้ายเพราะลืมอ้างอิง?
  • Paraphrase ไม่ถูก?
  • โครงสร้างเหมือน?
  • หรือเป็นเนื้อหามาตรฐาน?

รู้สาเหตุ = แก้ถูกจุด
ไม่รู้สาเหตุ = แก้มั่ว เสียเวลา เสียคุณภาพครับ


ขั้นตอนที่ 4 เทคนิคแก้งาน Turnitin อย่างมืออาชีพ (หัวใจของเรื่องนี้ครับ)

เทคนิคที่ 1 Paraphrase ให้ถูกหลัก ไม่ใช่แค่เปลี่ยนคำ

Paraphrase ที่ดีต้อง

  • เปลี่ยนโครงสร้างประโยค
  • เปลี่ยนลำดับความคิด
  • ใช้ภาษาของตัวเอง
  • คงความหมายเดิม
  • มีการอ้างอิง

วิธีง่ายๆ คือ
อ่าน → ปิดต้นฉบับ → เขียนใหม่จากความเข้าใจ → ใส่อ้างอิงครับ


เทคนิคที่ 2 ใช้ “สังเคราะห์” แทนการสรุป

พี่พูดเลยครับ
สรุปจากแหล่งเดียว = เสี่ยง
สังเคราะห์หลายแหล่ง = ปลอดภัย

เช่น

  • เปรียบเทียบแนวคิด
  • ชี้ความเหมือน–ต่าง
  • หาแนวโน้มร่วม

ช่วยลดความคล้าย และเพิ่มคุณค่าเชิงวิชาการครับ


เทคนิคที่ 3 ปรับโครงสร้างย่อหน้าใหม่

บางครั้งไม่ได้เหมือนที่ “คำ”
แต่เหมือนที่ “รูปแบบความคิด”

ลองดูนะครับ

  • เปลี่ยนประโยคเปิด
  • ย้ายลำดับเหตุผล
  • รวม/แยกย่อหน้าใหม่

โครงสร้างใหม่ = งานใหม่ครับ


เทคนิคที่ 4 เพิ่มการวิเคราะห์ของผู้เขียน

Turnitin จับความเหมือนเก่ง
แต่จับ “ความคิดของเรา” ไม่ได้ครับ

การเพิ่ม

  • เหตุผล
  • การเชื่อมบริบท
  • ความเห็นเชิงวิชาการ

ช่วยลดความคล้าย และยกระดับงานทันทีครับ


เทคนิคที่ 5 ใช้ตารางหรือแผนภาพ

ตาราง เปรียบเทียบ โมเดล
ช่วยลดข้อความยาว
สังเคราะห์ข้อมูล
และทำให้งานดูมืออาชีพขึ้นครับ


ขั้นตอนที่ 5 ตรวจการอ้างอิงให้ครบถ้วน

หลายเคสไม่ได้ผิดที่เขียน
แต่ผิดที่ “อ้างอิง” ครับ

Checklist สั้นๆ

  • มี In-text citation ทุกครั้ง
  • รูปแบบอ้างอิงสม่ำเสมอ
  • บรรณานุกรมตรงกับเนื้อหา
  • ชื่อผู้แต่ง/ปี ถูกต้อง

ขั้นตอนที่ 6 ตรวจซ้ำอย่างมีเป้าหมายครับ

ตรวจซ้ำเพื่อยืนยันคุณภาพ
ไม่ใช่ไล่ลดเปอร์เซ็นต์ครับ

ไม่จำเป็นต้อง

  • ตรวจซ้ำหลายรอบ
  • แก้เพราะอยากลดอีก 1–2%

คุณภาพสำคัญกว่าตัวเลขครับ


💡 มุมมองจากพี่ (ประสบการณ์ 15 ปี)

พี่เจอมาหมดครับ
แก้จนเปอร์เซ็นต์สวย
แต่งาน “พัง”

จำไว้นะครับ
👉 อาจารย์อ่าน “เนื้อหา” ไม่ได้อ่าน “เปอร์เซ็นต์”

Turnitin เป็นแค่ด่านแรก
แต่กรรมการคือด่านสุดท้าย
อย่าแก้งานเพื่อหลบโปรแกรม
ให้แก้เพื่อพัฒนางานครับ


สรุปให้เข้าใจง่ายๆ ครับ

  • แก้งาน Turnitin ไม่ใช่การหลบเลี่ยง
  • ต้องเริ่มจากความเข้าใจรายงาน
  • แยกส่วนที่ควรแก้และไม่ควรแก้
  • Paraphrase และสังเคราะห์อย่างถูกหลัก
  • เน้นคุณภาพมากกว่าตัวเลข

ถ้าเดินถูกทาง Turnitin จะไม่น่ากลัวอีกต่อไปครับ 💪

“แก้ Turnitin แล้วไม่ผ่านสักที? ให้พี่ช่วยดูรายงาน แก้ให้ถูกหลัก ปรึกษาฟรีครับ”

FAQ: คำถามที่น้องๆ ถามพี่บ่อยครับ

Q1: เปอร์เซ็นต์เท่าไหร่ถึงเรียกว่าผ่านครับ?

A: ไม่มีตัวเลขตายตัวครับ ขึ้นกับสาขาและดุลยพินิจอาจารย์

Q2: แก้งานเองทั้งหมดจะผ่านไหมครับ?

A: ผ่านได้ครับ ถ้าเข้าใจหลักการและแก้อย่างเป็นระบบ

Q3: Paraphrase อย่างเดียวพอไหมครับ?

A: ไม่พอครับ ต้องมีการสังเคราะห์และวิเคราะห์ร่วมด้วย

Q4: ตรวจ Turnitin ซ้ำกี่รอบดีครับ?

A: เท่าที่จำเป็นครับ ไม่ต้องไล่เปอร์เซ็นต์จนงานเสีย

RESEARCH

⚡ อ่านจบแล้ว... ยังรู้สึกว่า "งานวิจัย" เป็นเรื่องยาก? ⚡

อย่าปล่อยให้ความเครียดเรื่องธีซิสกัดกินเวลาของคุณ ให้ทีมงานมืออาชีพจาก อิมเพรส เลกาซี่ เป็นที่ปรึกษา เราพร้อมดูแลคุณทุกขั้นตอน

Line ID: @impressedu | Tel: 092-476-6638
Scroll to Top