แต่ถ้า "ไม่มีเวลา" ให้เราช่วยดูแลให้ไหม?
น้องๆ เคยไหมครับ อ่านคำว่า “การวิจัยปฏิบัติการตามแนวคิดของ Kemmis & McTaggart (1988)” แล้วรู้สึกเหมือนโดนเวทมนตร์ใส่ อ่านกี่รอบก็ยังงง 🤯
พี่บอกเลย…นี่คือหนึ่งในหัวข้อที่อาจารย์ชอบถาม ชอบให้เขียน และชอบใช้ “เช็กของจริง” ว่าเรารู้เรื่องวิจัยแค่ไหนครับ
บทความนี้พี่จะพาน้องๆ แกะ การวิจัยปฏิบัติการตามแนวคิดของ Kemmis & McTaggart (1988) แบบภาษาคน ไม่ใช่ภาษาหุ่นยนต์ อ่านจบแล้วเอาไปเขียนบทที่ 3 หรือบทที่ 4 ได้ทันทีครับ
การวิจัยปฏิบัติการตามแนวคิดของ Kemmis & McTaggart (1988) คืออะไร?
พูดกันตรงๆ แบบพี่สอนน้องนะครับ
แนวคิดของ Kemmis & McTaggart (1988) คือการทำ Action Research ที่ไม่ได้วิจัยเพื่อ “ตีพิมพ์อย่างเดียว” แต่เน้น แก้ปัญหาจริงในพื้นที่จริง เช่น ห้องเรียน โรงเรียน หรือองค์กรครับ
หัวใจสำคัญคือ
👉 ทำ → แก้ → สะท้อน → พัฒนา (วนซ้ำเป็นวงจร) ครับ
ไม่ใช่ทำครั้งเดียวจบ แต่ทำเป็น วงจร (Cycle) เพื่อให้การปฏิบัติดีขึ้นเรื่อยๆ ครับ
🔄 4 ขั้นตอนหลักของการวิจัยปฏิบัติการ (Kemmis & McTaggart, 1988)
1️⃣ การวางแผน (Planning)
เริ่มจากการตั้งคำถามก่อนครับ
- ปัญหาคืออะไร
- อยากแก้เรื่องไหน
- จะใช้นวัตกรรมหรือกิจกรรมอะไร
พี่แนะนำว่าเขียนให้ชัด อย่าเขียนกว้างเกิน ไม่งั้นตอนลงมือทำจะหลงทางครับ
2️⃣ การปฏิบัติ (Action)
เมื่อมีแผนแล้ว ก็ลงมือทำจริงในพื้นที่จริง
เช่น
- ทดลองใช้แผนการสอนใหม่
- ใช้กิจกรรมเสริมทักษะ
- ปรับกระบวนการทำงาน
ขั้นนี้สำคัญมาก เพราะคือ “ของจริง” ที่อาจารย์ดูว่าเราทำจริงหรือแค่เขียนครับ
3️⃣ การสังเกต (Observation)
ระหว่างทำ น้องๆ ต้องเก็บข้อมูลไปพร้อมกัน
- แบบสังเกต
- แบบทดสอบ
- แบบสอบถาม
- บันทึกภาคสนาม
พี่ขอเน้นว่า อย่าลืมเขียนเครื่องมือให้สอดคล้องกับปัญหา ไม่งั้นโดนท้วงแน่นอนครับ
4️⃣ การสะท้อนผล (Reflection)
ขั้นนี้คือจุดเด่นของแนวคิด Kemmis & McTaggart เลยครับ
เราต้องมานั่งคิดว่า
- สิ่งที่ทำไปได้ผลไหม
- อะไรเวิร์ก อะไรไม่เวิร์ก
- จะปรับอะไรในรอบถัดไป
แล้วนำผลนี้ไปเข้าสู่ วงจรถัดไป (Cycle ต่อไป) ครับ
⚡ ตรงนี้พี่ขอแทรกนิดนึงนะครับ
ถ้าอ่านมาถึงตรงนี้แล้วยังรู้สึกมึนๆ หรืออยากหาคนช่วย [รับทำวิจัย] แบบมืออาชีพ ที่การันตีผลงาน ทักหาพี่ได้เลยนะครับ
ทำไมอาจารย์ถึงชอบ “การวิจัยปฏิบัติการตามแนวคิดของ Kemmis & McTaggart (1988)”?
พี่สรุปให้แบบชัดๆ ครับ
- เป็นงานวิจัยที่เห็นผลจริง
- เชื่อมโยงทฤษฎีกับการปฏิบัติ
- เหมาะกับครูและนักปฏิบัติ
- แสดงให้เห็นการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง
พูดง่ายๆ คือ ไม่ใช่วิจัยลอยๆ แต่แก้ปัญหาจริงครับ
💡 มุมมองจากพี่ (ประสบการณ์ 15 ปี)
พี่เคยเจอน้องคนนึง ทำ Action Research แต่เขียนเหมือน Experimental Research เป๊ะๆ
ผลคือ…อาจารย์ตีกลับครับ 😅
ปัญหาที่เจอบ่อยคือ
- ไม่เขียน Reflection ให้ชัด
- ไม่มีการวน Cycle
- เขียนเหมือนทำครั้งเดียวจบ
เทคนิคลับของพี่คือ
👉 ให้เขียน Reflection แบบ “เล่าเรื่อง” มากขึ้น ไม่ใช่แค่รายงานตัวเลขครับ
อาจารย์ชอบเห็นกระบวนการคิด มากกว่าตารางสวยๆ อย่างเดียวครับ
Summary
- การวิจัยปฏิบัติการตามแนวคิดของ Kemmis & McTaggart (1988) เน้นการแก้ปัญหาจริง
- มี 4 ขั้นตอนหลัก: วางแผน → ปฏิบัติ → สังเกต → สะท้อนผล
- ทำเป็นวงจร (Cycle) เพื่อพัฒนาอย่างต่อเนื่อง
- จุดสำคัญคือ Reflection ต้องเขียนให้เห็นการเรียนรู้ครับ
น้องๆ ทำความเข้าใจตรงนี้ได้ รับรองเขียนงานได้มั่นใจขึ้นเยอะครับ ✌️
“Action Research เขียนแล้วโดนตีกลับ? ให้พี่ช่วยวางโครง–แก้–ตรวจงานวิจัยจนผ่านครับ”
FAQ คำถามที่พบบ่อย
A: อย่างน้อย 1 Cycle ครับ แต่ถ้ามี 2–3 Cycle จะดูสมบูรณ์และน่าเชื่อถือมากขึ้นครับ
A: เหมาะมากครับ โดยเฉพาะวิจัยในชั้นเรียน
A: Action Research เน้นแก้ปัญหาและพัฒนา ส่วน Experimental เน้นเปรียบเทียบและควบคุมตัวแปรครับ
A: ไม่จำเป็นต้องยาว แต่ต้องลึก และสะท้อนการเรียนรู้จริงครับ