แต่ถ้า "ไม่มีเวลา" ให้เราช่วยดูแลให้ไหม?
น้องๆหลายคนที่กำลังเริ่มทำวิจัย มักเจอปัญหาคล้ายๆกันครับ
คือ ไม่รู้จะเริ่มหางานวิจัยจากตรงไหน
บางคนค้นหาในอินเทอร์เน็ตเป็นชั่วโมง
แต่กลับได้ข้อมูลที่ไม่ตรงกับหัวข้อวิจัย
หรือบางครั้งก็หาเจองานวิจัย แต่ไม่รู้ว่า งานไหนควรนำมาอ้างอิงจริงๆ ครับ
จากประสบการณ์ มากกว่า 15 ปีที่พี่ช่วยดูงานวิจัยและวิทยานิพนธ์ให้นักศึกษาหลายมหาวิทยาลัย พี่บอกได้เลยว่า
การค้นหา งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง เป็นขั้นตอนสำคัญมาก เพราะมันจะช่วยให้เรา
- เข้าใจแนวคิดของงานวิจัยเดิม
- เห็นช่องว่างของการวิจัย
- และช่วยกำหนดทิศทางงานวิจัยของเราได้ครับ
วันนี้พี่เลยรวบรวม 8 เทคนิคสำคัญในการค้นหางานวิจัยที่เกี่ยวข้อง ที่น้องๆไม่ควรพลาด ถ้ารู้เทคนิคเหล่านี้ การทำบททบทวนวรรณกรรมจะง่ายขึ้นมากครับ
3. Body Content
1. เริ่มจากคำสำคัญ (Keywords)
การค้นหางานวิจัยควรเริ่มจาก คำสำคัญของหัวข้อวิจัย ครับ
ลองเขียนคำหลักที่เกี่ยวข้องกับหัวข้อของเราออกมาก่อน
เช่น
- คำภาษาไทย
- คำภาษาอังกฤษ
จะช่วยให้ค้นหางานวิจัยได้กว้างขึ้นครับ
2. ใช้ฐานข้อมูลวิชาการที่เชื่อถือได้
พี่แนะนำให้น้องๆค้นหางานวิจัยจากฐานข้อมูลวิชาการ เช่น
- Google Scholar
- ฐานข้อมูลงานวิจัยของมหาวิทยาลัย
- ฐานข้อมูลวารสารวิชาการครับ
แหล่งเหล่านี้จะมีงานวิจัยที่น่าเชื่อถือครับ
3. อ่านบทคัดย่อก่อน
ก่อนจะดาวน์โหลดงานวิจัยทั้งเล่ม
พี่แนะนำให้อ่าน บทคัดย่อ (Abstract) ก่อนครับ
เพราะบทคัดย่อจะสรุปว่า
- งานวิจัยศึกษาประเด็นอะไร
- ใช้วิธีวิจัยแบบไหน
- และได้ผลอย่างไรครับ
4. ดูรายการอ้างอิงของงานวิจัย
ในตอนท้ายของงานวิจัยจะมี รายการอ้างอิง ครับ
รายการเหล่านี้เป็นแหล่งข้อมูลที่ดีมาก
เพราะเราสามารถค้นหางานวิจัยอื่นๆที่เกี่ยวข้องได้ครับ
5. เลือกงานวิจัยที่ทันสมัย
โดยทั่วไปควรเลือกงานวิจัยที่ตีพิมพ์ ภายใน 5–10 ปีที่ผ่านมา
เพราะข้อมูลจะทันสมัยและสอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบันครับ
น้องๆหลายคนพอถึงขั้นตอน หางานวิจัยที่เกี่ยวข้อง หรือเขียนบทที่ 2 มักจะสับสนครับ
ถ้าอ่านมาถึงตรงนี้แล้วยังรู้สึกมึนๆ หรืออยากหาคนช่วย รับทำวิจัย แบบมืออาชีพ ที่ช่วยค้นหางานวิจัยและเรียบเรียงบททบทวนวรรณกรรม ทักหาพี่ได้เลยนะครับ
พี่ช่วยวิเคราะห์งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง และเรียบเรียงเนื้อหาให้ตรงตามหลักวิชาการจนงานผ่านจริงครับ
6. บันทึกข้อมูลของงานวิจัย
ทุกครั้งที่เจองานวิจัยที่เกี่ยวข้อง
ควรบันทึกข้อมูล เช่น
- ชื่อผู้เขียน
- ปีที่ตีพิมพ์
- ชื่อบทความ
- แหล่งที่มา
จะช่วยให้อ้างอิงได้ง่ายครับ
7. วิเคราะห์เนื้อหาของงานวิจัย
อย่าเพียงแค่รวบรวมงานวิจัยครับ
ควรอ่านและวิเคราะห์ว่า
- งานวิจัยแต่ละชิ้นศึกษาประเด็นอะไร
- มีจุดเหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไรครับ
8. มองหาช่องว่างของการวิจัย
หลังจากอ่านงานวิจัยหลายๆชิ้นแล้ว
พยายามหาว่า
งานวิจัยก่อนหน้านี้ยังไม่ได้ศึกษาอะไรครับ
สิ่งนี้จะช่วยกำหนดหัวข้อวิจัยของเราได้ครับ
💡 Pro-Tip
มุมมองจากพี่ (ประสบการณ์ 15 ปี)
พี่เคยเจอน้องคนหนึ่งครับ
เขาค้นหางานวิจัยได้เยอะมาก แต่สุดท้าย บทที่ 2 ยังเขียนไม่ได้
เพราะเขาเก็บไฟล์ไว้เฉยๆ แต่ไม่ได้อ่านจริงครับ
พี่เลยมีหลักง่ายๆที่ใช้สอนน้องๆเสมอ
“งานวิจัยที่ดี ไม่ใช่หาให้เยอะที่สุด แต่ต้องอ่านและเข้าใจจริงครับ”
ถ้าอ่านอย่างวิเคราะห์ งานวิจัยจะช่วยพัฒนางานของเราได้มากครับ
6. Summary
การค้นหา งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง เป็นขั้นตอนสำคัญในการทำวิจัยครับ
ถ้าน้องๆสามารถ
- ใช้คำสำคัญในการค้นหา
- เลือกแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือ
- และวิเคราะห์เนื้อหาของงานวิจัย
การเขียน บททบทวนวรรณกรรม จะง่ายขึ้นมากครับ
พี่ขอเป็นกำลังใจให้น้องๆทุกคนที่กำลังทำวิจัยอยู่ครับ
หางานวิจัยไม่เจอ? ให้พี่ช่วยค้นหา วิเคราะห์ และเรียบเรียงบททบทวนวรรณกรรมจนงานผ่านครับ
FAQ Section
คืองานวิจัยก่อนหน้าที่มีเนื้อหาใกล้เคียงกับหัวข้อวิจัยของเรา เพื่อนำมาใช้เป็นแนวทางในการศึกษาเพิ่มเติมครับ
โดยทั่วไปนิยมใช้งานวิจัยภายใน 5–10 ปีที่ผ่านมา เพื่อให้ข้อมูลทันสมัยครับ
ขึ้นอยู่กับหัวข้อวิจัย แต่โดยทั่วไปมักใช้ประมาณ 10–30 เรื่องครับ
ควรใช้ทั้งงานวิจัยในประเทศและต่างประเทศ เพื่อให้ข้อมูลครอบคลุมมากขึ้นครับ