แต่ถ้า "ไม่มีเวลา" ให้เราช่วยดูแลให้ไหม?
น้องๆ เคยรู้สึกแบบนี้ไหมครับ 😵💫
เปิด Word มาแล้วจ้องหน้าจอเป็นชั่วโมง
อาจารย์พูดอะไรมา… ฟังเหมือนเข้าใจ แต่พอกลับบ้านคือ “งงเหมือนเดิม”
อยากทำงานวิจัยให้จบ แต่ไม่รู้จะเริ่มตรงไหนก่อนดี
พี่บอกเลยครับ นี่คืออาการคลาสสิกของนักวิจัยมือใหม่แทบทุกคน
และข่าวดีคือ มันแก้ได้ ครับ
บทความนี้พี่จะพาน้องๆ ไปรู้จัก 4 เทคนิคทำงานวิจัย ที่พี่ใช้ดูแลน้องๆ มานับไม่ถ้วน
ใครทำตามได้ งานวิจัยจะ “ชัดขึ้น ง่ายขึ้น และจบจริง” ครับ 💪📘
1️⃣ งานวิจัยจะไปต่อได้ ต้องรู้ก่อนว่า “เราอยากแก้ปัญหาอะไร” ครับ
พี่แนะนำว่า ก่อนจะคิดชื่อเรื่องหรูๆ หรือหาทฤษฎีอลังการ
ลองหยุดแล้วถามตัวเองง่ายๆ ก่อนเลยครับว่า
👉 ปัญหาจริงๆ ที่เราอยากแก้คืออะไร
งานวิจัยที่ดี ไม่ได้เริ่มจาก “อยากเขียน”
แต่มันเริ่มจาก “มีปัญหาที่อยากเข้าใจ” ครับ
ปัญหายอดฮิตที่พี่เจอบ่อย เช่น
- พฤติกรรมผู้บริโภค
- พฤติกรรมมนุษย์ในองค์กร
- ปัญหาการจัดการ การบริการ การเรียนการสอน
พี่ขอย้ำประโยคนี้เลยครับ (จำให้ขึ้นใจ)
“ปัญหาส่วนใหญ่ในสังคมและเศรษฐกิจ ล้วนเริ่มจากมนุษย์ครับ”
ถ้าน้องๆ เข้าใจปัญหาได้ชัด
น้องจะรู้เองว่า ต้องใช้เครื่องมือ วิธีวิจัย แนวคิด และทฤษฎีอะไร มาช่วยแก้ปัญหานั้นครับ
2️⃣ ปัญหานี้ “เกิดกับใคร” ต้องตอบให้ได้ครับ
เมื่อรู้แล้วว่าปัญหาคืออะไร
ขั้นต่อไปที่พี่อยากให้น้องโฟกัสคือ
👉 ใครกำลังเจอปัญหานี้อยู่บ้าง
ลองดูนะครับว่าเป็น
- บุคคล
- กลุ่มคน
- องค์กร
- หรือหลายฝ่ายที่เกี่ยวข้องกัน
จุดนี้สำคัญมาก เพราะมันจะพาน้องไปเลือก “ประเภทงานวิจัย” ได้ถูกต้องครับ
- ถ้าเป็น กลุ่มเดียวชัดๆ → มักเหมาะกับงานวิจัยเชิงปริมาณ
- ถ้าเกี่ยวหลายฝ่าย หลายมุมมอง → งานวิจัยเชิงคุณภาพจะตอบโจทย์กว่า
ถ้าน้องเลือกผิดตั้งแต่จุดนี้
บอกเลยครับ… งานจะเลี้ยวผิดทางตั้งแต่บทแรก 😅
⚡ แวะคุยกันนิดหนึ่งครับ
ถ้าอ่านมาถึงตรงนี้แล้วยังรู้สึกมึนๆ หรืออยากหาคนช่วย [รับทำวิจัย] แบบมืออาชีพ ที่การันตีผลงาน ทักหาพี่ได้เลยนะครับ
พี่ดูแลเป็นขั้นเป็นตอน ไม่ปล่อยให้น้องหลงทางแน่นอนครับ 🤝
3️⃣ รู้ปัญหา รู้คนแล้ว ต่อไปคือ “ต้องทำอย่างไร” ครับ
ขั้นนี้คือการวางแผนครับ
พี่แนะนำให้น้องถามตัวเองต่อว่า
👉 เราจะแก้ปัญหานี้ด้วยวิธีไหน
👉 จะเก็บข้อมูลจากใคร
👉 ใช้เครื่องมืออะไร
ถ้าเป็นงานวิจัยเชิงปริมาณ
น้องจะได้ข้อมูลจากแบบสอบถาม ตัวเลข สถิติ
ถ้าเป็นงานวิจัยเชิงคุณภาพ
น้องจะได้ข้อมูลจากการสัมภาษณ์เชิงลึก
ซึ่งตรงนี้แหละครับ ที่น้องจะได้ “มุมมองจริง” จากผู้เกี่ยวข้อง
เมื่อเอาข้อมูลหลายมุมมองมารวมกัน
น้องจะสามารถเสนอ แนวทางแก้ไขปัญหา ได้แบบมีน้ำหนัก
ไม่ใช่แค่คิดเอาเองครับ
4️⃣ อย่าลืมถามต่อว่า “ใครได้ประโยชน์จากงานวิจัยนี้” ครับ
งานวิจัยที่ดี ไม่ใช่แค่ทำส่งอาจารย์
แต่ต้องตอบได้ว่า
👉 ถ้างานนี้เสร็จแล้ว ใครจะได้อะไร
อาจเป็น
- นักวิชาการ
- องค์กร
- หน่วยงาน
- หรือสังคมในภาพรวม
พี่อยากให้น้องมองไกลกว่างานของตัวเองนิดหนึ่ง
เพราะผลการวิจัยที่ดี สามารถนำไปต่อยอด
ใช้กับองค์กรอื่น พื้นที่อื่น หรือปัญหาคล้ายกันได้ครับ
ตรงนี้แหละครับ ที่อาจารย์ชอบมาก
เพราะมันสะท้อนว่า น้องเข้าใจคุณค่าของงานวิจัยจริงๆ
💡 มุมมองจากพี่
พี่เคยเจอน้อง ป.โท คนหนึ่งครับ
เขียนงานวิจัยมา 1 ปีเต็ม แต่ไม่ผ่านซักที
พอพี่ดูจริงๆ ปัญหาไม่ใช่ภาษา ไม่ใช่สถิติ
แต่คือ ไม่เคยตอบให้ชัดว่า “แก้ปัญหาอะไร และเพื่อใคร”
พอเรากลับไปจัดโครงใหม่
ตั้งคำถาม 4 ข้อนี้ใหม่ทั้งหมด
งานผ่านในรอบถัดไปทันทีครับ
จำไว้เลยนะครับ
👉 งานวิจัยที่จบง่าย คือ งานวิจัยที่คิดเป็นระบบตั้งแต่วันแรก
สรุปให้จำง่ายๆ ครับ 📌
- งานวิจัยเริ่มจาก “ปัญหา” ไม่ใช่ชื่อเรื่อง
- ต้องรู้ว่าปัญหานั้นกระทบใคร
- เลือกวิธีวิจัยให้เหมาะกับปัญหา
- และตอบให้ได้ว่าใครได้ประโยชน์
ถ้าน้องทำครบ 4 ข้อนี้
พี่กล้าพูดเลยครับว่า งานวิจัยจะไม่ยากอย่างที่คิดแน่นอนครับ 😊
งานวิจัยมันยาก ไม่ใช่เพราะน้องไม่เก่ง แต่เพราะยังไม่มีคนพาไปถูกทางครับ
ปรึกษาพี่เลี้ยงวิจัย 15 ปี ฟรีที่ Line ได้เลยครับ 📲
FAQ: คำถามที่น้องๆ ถามพี่บ่อยมากครับ
A: เริ่มจากการหาปัญหาที่น้องสนใจจริงๆ ก่อนครับ แล้วค่อยพัฒนาเป็นหัวข้อ
A: ไม่มีแบบไหนง่ายกว่า ขึ้นอยู่กับปัญหาและบริบทครับ
A: งานจะหลุดกรอบ แก้ซ้ำ และเสียเวลามากครับ
A: ไม่จำเป็นครับ ถ้าใช้ประโยชน์เชิงปฏิบัติได้ อาจารย์ยิ่งชอบครับ