แต่ถ้า "ไม่มีเวลา" ให้เราช่วยดูแลให้ไหม?
อ่านก่อน ไม่งั้นเสียเวลาไปครึ่งเทอมครับ 😅
น้องๆ เคยไหมครับ…
ตั้งใจทำวิจัยมาก แต่พอถึงขั้น สร้างแบบสอบถามงานวิจัย กลับเริ่มมึน
อาจารย์บอก “คำถามไม่ตรงวัตถุประสงค์”
เพื่อนบอก “แบบสอบถามยาวไป ไม่มีใครอยากตอบ”
พี่เข้าใจเลยครับ เพราะตลอด 15 ปีที่พี่ทำงานวิจัยมา ปัญหานี้เจอแทบทุกเทอม
ข่าวดีคือ… การสร้างแบบสอบถามงานวิจัย ไม่ยากอย่างที่คิดจริงๆ
บทความนี้พี่จะพาน้องไล่ทีละขั้น ตั้งแต่คิดคำถามยันได้แบบสอบถามที่ใช้ได้จริงครับ
การสร้างแบบสอบถามงานวิจัย คืออะไร? (เข้าใจง่ายๆ)
พูดแบบบ้านๆ เลยนะครับ
แบบสอบถามงานวิจัย = ชุดคำถามที่ใช้ดึง “ความจริง” จากกลุ่มตัวอย่าง
ไม่ว่าจะเป็น
- ข้อเท็จจริง
- ความคิดเห็น
- ความรู้สึก
- ความเชื่อ
- พฤติกรรม
ถ้าคำถามดี → ข้อมูลดี → วิเคราะห์ง่าย → บท 4 ผ่าน
แต่ถ้าคำถามพลาด → ต่อให้ SPSS เก่งแค่ไหนก็ช่วยไม่ได้นะครับ
ขั้นที่ 1: เริ่มจาก “ปัญหา + วัตถุประสงค์” ก่อนเสมอ
พี่แนะนำว่า อย่าเพิ่งรีบตั้งคำถาม
ให้ลองถามตัวเองก่อนว่า
🔹 งานวิจัยนี้ “กำลังแก้ปัญหาอะไร?”
ตัวอย่างเคสจริงที่พี่เจอบ่อย
บริษัทหนึ่งพนักงานขาด ลา มาสายบ่อย งานไม่เดิน
คำถามคือ…
- เพราะเงินเดือนไม่คุ้ม?
- เพื่อนร่วมงานไม่โอเค?
- ไม่มีโอกาสก้าวหน้า?
ตรงนี้แหละครับคือ หัวใจของการสร้างแบบสอบถามงานวิจัย
เมื่อปัญหาชัด → วัตถุประสงค์ชัด → คำถามจะไม่หลุดกรอบ
ขั้นที่ 2: เลือก “ทฤษฎี” มาเป็นโครง (อย่าคิดเองล้วนๆ)
พี่แนะนำว่า อย่าคิดคำถามจากอารมณ์ล้วน
ให้ยืมแรงจาก “ทฤษฎี” มาช่วยครับ
ตัวอย่างยอดฮิต: ทฤษฎี ERG (Alderfer)
- E – Existence
เงินเดือน โบนัส สวัสดิการ
👉 ถามความพึงพอใจเรื่องค่าตอบแทน - R – Relatedness
หัวหน้า เพื่อนร่วมงาน
👉 ถามความสัมพันธ์ในการทำงาน - G – Growth
ความก้าวหน้า โอกาสเลื่อนตำแหน่ง
👉 ถามโอกาสเติบโตในองค์กร
พอมีโครงแบบนี้ การสร้างแบบสอบถามงานวิจัยจะง่ายขึ้นเยอะครับ
ขั้นที่ 3: ใช้มาตรวัดเดียวให้ชัด (Likert Scale)
พี่แนะนำว่า ใช้มาตรวัด 5 ระดับจะปลอดภัยสุด เช่น
- 5 = เห็นด้วยมากที่สุด
- 4 = เห็นด้วยมาก
- 3 = ปานกลาง
- 2 = เห็นด้วยน้อย
- 1 = เห็นด้วยน้อยที่สุด
อย่าเปลี่ยนรูปแบบไปมา เดี๋ยวตอนวิเคราะห์จะปวดหัวครับ 😅
⚡ ทางลัดสำหรับคนเวลาน้อย (พี่ขอพูดตรงๆ)
ถ้าอ่านมาถึงตรงนี้แล้วยังรู้สึกมึนๆ
หรือไม่แน่ใจว่าแบบสอบถามที่ทำ “ถูกจริงไหม”
ถ้าอ่านมาถึงตรงนี้แล้วยังรู้สึกมึนๆ หรืออยากหาคนช่วย [รับทำวิจัย] แบบมืออาชีพ ที่การันตีผลงาน ทักหาพี่ได้เลยนะครับ
ขั้นที่ 4: ร่างแบบสอบถาม (อย่าคิดว่าสวยก่อน)
ตอนนี้ยังไม่ต้องสวยครับ
พี่แนะนำว่า
- แยกคำถามเป็นหมวด
- เขียนให้ตรงประเด็น
- ใช้ภาษาที่ “คนธรรมดาอ่านรู้เรื่อง”
Word, Google Docs หรือเขียนมือก็ได้ ขอแค่ชัดครับ
ขั้นที่ 5: ตรวจ IOC (ขั้นนี้ห้ามข้าม!)
ส่งแบบสอบถามให้ผู้เชี่ยวชาญอย่างน้อย 3 ท่าน
คำนวณค่า IOC
👉 มากกว่า 0.5 = ผ่าน
👉 ต่ำกว่า = ต้องแก้
ขั้นนี้ช่วยเซฟชีวิตน้องตอนสอบมากครับ พี่พูดจากประสบการณ์ตรงเลย
ขั้นที่ 6: Try-out และดูค่า Reliability
ทดลองกับกลุ่มใกล้เคียง ~30 คน
คำนวณค่า Reliability (เช่น Cronbach’s Alpha)
- มากกว่า 0.7 = ใช้ได้
- ต่ำกว่า = คำถามยังไม่ชัด ต้องปรับ
ขั้นที่ 7: ปรับและสร้างแบบสอบถามฉบับสมบูรณ์
แก้ตามผล Try-out
แล้วค่อยนำไปใช้กับกลุ่มตัวอย่างจริง
นี่แหละครับ “แบบสอบถามงานวิจัยที่พร้อมใช้งานจริง”
💡 มุมมองจากพี่
พี่เคยเจอน้อง ป.โท ทำแบบสอบถามยาวเกือบ 12 หน้า
ผลคือ… ผู้ตอบติ๊กมั่ว บางคนไม่อ่านคำถาม
บทเรียนคือ
แบบสอบถามที่ดี ไม่ใช่แบบที่ยาวที่สุด แต่คือแบบที่ถามตรงจุดที่สุดครับ
สรุปสั้นๆ ให้จำง่ายครับ
- การสร้างแบบสอบถามงานวิจัย เริ่มจากปัญหาที่ชัด
- ใช้ทฤษฎีเป็นโครง อย่าคิดลอยๆ
- ตรวจ IOC + Try-out ห้ามข้าม
- ถามให้ตรง ไม่ยาวเกิน คนถึงจะอยากตอบ
ทำตามนี้ งานวิจัยจะง่ายขึ้นจริงครับ 💪
“แบบสอบถามยังไม่มั่นใจ? ให้พี่ช่วยดู ช่วยแก้ ช่วยสร้างให้ผ่านครับ ปรึกษาฟรีที่ Line”
FAQ: คำถามที่พี่โดนถามบ่อย
A: โดยทั่วไป 20–40 ข้อ กำลังดีครับ ไม่ยาวเกินไป
A: จำเป็นมากครับ โดยเฉพาะงานระดับบัณฑิตศึกษา
A: ปรับคำถามที่กำกวม แล้ว Try-out ใหม่ครับ
A: ได้ครับ แต่ต้องอ้างอิง และปรับให้ตรงบริบทงานตัวเอง