💡 กำลังหาข้อมูลทำวิจัยอยู่ใช่ไหม? อ่านบทความนี้จบ ทำตามได้เลย!
แต่ถ้า "ไม่มีเวลา" ให้เราช่วยดูแลให้ไหม?
📋 ประเมินราคาวิจัย (ฟรี)

30 วันก่อนส่ง IS = ช่วงชีวิตวัดใจครับ

น้องๆ ที่กำลังทำ IS (Independent Study)
พี่เชื่อเลยว่าอย่างน้อยหนึ่งในนี้ต้องเคยคิดว่า

“หัวข้อก็ยังไม่เป๊ะ ข้อมูลก็ยังไม่ครบ อาจารย์ก็เร่ง” 😵‍💫

พี่ขอปลอบก่อนนะครับ
IS ไม่ได้พังเพราะน้องไม่เก่ง
แต่มักพังเพราะ ไม่มีแผน + ทำมั่ว + ผัดวันไปเรื่อยๆ ครับ

บทความนี้พี่จะพาน้องทำ IS แบบมีระบบ
👉 รู้ว่าควรทำอะไรก่อน–หลัง
👉 ใช้เวลา 30 วันให้คุ้มที่สุด
👉 และทำให้งาน “ดูน่าทึ่ง” ในสายตาอาจารย์ครับ


2. เทคนิคที่ 1: ล็อกหัวข้อให้แคบ แต่คม (ภายใน 3 วันแรกครับ)

พี่พูดตรงๆ เลยนะครับ
IS ที่ไม่จบ 80% มาจาก หัวข้อใหญ่เกิน

พี่แนะนำว่า

  • ตัดคำว่า “ทั้งหมด / โดยรวม / ทุกด้าน” ออกให้หมด
  • เลือกกลุ่มตัวอย่างให้ชัด
  • โฟกัสปัญหาเดียว แต่เจาะให้ลึกครับ

จำไว้เลยครับ

หัวข้อแคบ = เขียนง่าย = แก้ง่าย = ผ่านเร็ว


3. เทคนิคที่ 2: อ่านงานเก่าแบบ “สแกนสมอง” ไม่ใช่อ่านเอาเพลินครับ

น้องไม่จำเป็นต้องอ่าน 50 เล่ม
แต่ต้องอ่าน ให้รู้ว่าใครทำอะไรไปแล้ว

พี่แนะนำวิธีง่ายๆ

  • อ่านบทคัดย่อ
  • ดูตัวแปร
  • ดูผลลัพธ์
    แล้วจดเป็น Bullet สั้นๆ ครับ

อ่านเพื่อ “เอามาใช้”
ไม่ใช่อ่านเพื่อ “รู้สึกว่าขยัน” 😅


4. เทคนิคที่ 3: วางโครง IS ให้เสร็จก่อนเขียนจริง (Day 4–7)

อย่าเพิ่งเขียนยาวครับ
พี่อยากให้น้องทำแบบนี้ก่อน

  • เขียนหัวข้อย่อยทุกบท
  • ใส่ว่าแต่ละหัวข้อจะตอบคำถามอะไร
  • เช็กว่ามันสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ไหม

IS ที่โครงดี
เขียนจริงจะไหลเหมือนเปิดน้ำครับ 🚿


⚡ ถ้าทำตามแล้วเริ่มงง พี่ช่วยได้ครับ

ถ้าน้องอ่านมาถึงตรงนี้แล้วรู้สึกว่า
“พี่พูดถูก แต่เรายังจัดการเองไม่ไหว”
หรืออยากมีคนช่วยดูแลแบบ [รับทำวิจัย] / IS ตั้งแต่โครงจนส่ง
พี่ช่วยวางแผนให้ทันเวลา และไม่หลุดประเด็นครับ


5. เทคนิคที่ 4: เขียนทุกวัน วันละนิด แต่ห้ามหยุด (Day 8–20)

พี่ขอเตือนแรงๆ นะครับ
IS ไม่เคยเสร็จเพราะ “ไฟลุกวันเดียว” 🔥

พี่แนะนำสูตรโบราณแต่ได้ผล

  • วันละ 1–2 หน้า
  • เขียนทุกวัน แม้วันที่ไม่อิน
  • ยังไม่ต้องสวย แต่ต้อง “มี” ครับ

เขียนก่อน แก้ทีหลัง
ดีกว่านั่งรอแรงบันดาลใจครับ


6. เทคนิคที่ 5: อ้างอิงให้เป็นระบบตั้งแต่วันแรก

อย่าคิดว่า “ค่อยใส่อ้างอิงทีหลัง”
เพราะพี่เห็นมาแล้วว่า… พังครับ 😅

พี่แนะนำว่า

  • ใช้รูปแบบเดียวตั้งแต่ต้น
  • จดที่มาทุกครั้งที่หยิบแนวคิดมาใช้
  • เช็กปี พ.ศ./ค.ศ. ให้ตรง

IS ที่อ้างอิงเป๊ะ
อาจารย์เห็นแล้วใจอ่อนทันทีครับ


💡 มุมมองจากพี่ (ประสบการณ์ 15 ปี)

พี่เคยช่วยน้องคนหนึ่ง
เหลือเวลาแค่ 28 วันก่อนส่ง IS
หัวข้อยังไม่ผ่าน โครงยังไม่ชัด

พี่จับวางแผนใหม่

  • 7 วันแรก ล็อกหัวข้อ + โครง
  • 14 วัน เขียนทุกบท
  • 7 วันสุดท้าย แก้ + ตรวจ

ผลคือ ผ่านแบบไม่มีแก้รอบสอง ครับ

พี่เลยอยากบอกน้องว่า

IS ไม่ต้องสมบูรณ์แบบ
แต่ต้อง “คิดเป็นระบบ” ครับ


7. สรุป 5 ข้อ จำให้ขึ้นใจครับ

  • IS จะน่าทึ่งได้ ถ้าหัวข้อชัด
  • อ่านงานเก่าเพื่อใช้ ไม่ใช่เพื่อโชว์
  • โครงดี = เขียนง่าย
  • เขียนทุกวัน อย่าหาย
  • อ้างอิงเป๊ะ ชีวิตจะดีครับ

“IS ใกล้ส่ง แต่ยังไม่เป๊ะ ให้พี่ช่วยวางแผน แก้ และดันให้ผ่านภายในเวลาที่เหลือครับ”

30 วัน ทำ IS ทันจริงไหม?

ทันครับ ถ้ามีแผนและไม่ผัดวัน

IS ต้องยากแค่ไหนถึงจะผ่าน?

ไม่ต้องยาก แต่ต้องชัดและมีเหตุผล

เขียนไม่เก่ง จะทำ IS ได้ไหม?

ได้ครับ ถ้าโครงดี ภาษาแก้ได้

ควรปรึกษาอาจารย์บ่อยแค่ไหน?

ทุกครั้งที่โครงเปลี่ยนครับ อย่าหายยาว

RESEARCH

⚡ อ่านจบแล้ว... ยังรู้สึกว่า "งานวิจัย" เป็นเรื่องยาก? ⚡

อย่าปล่อยให้ความเครียดเรื่องธีซิสกัดกินเวลาของคุณ ให้ทีมงานมืออาชีพจาก อิมเพรส เลกาซี่ เป็นที่ปรึกษา เราพร้อมดูแลคุณทุกขั้นตอน

Line ID: @impressedu | Tel: 092-476-6638
Scroll to Top