💡 กำลังหาข้อมูลทำวิจัยอยู่ใช่ไหม? อ่านบทความนี้จบ ทำตามได้เลย!
แต่ถ้า "ไม่มีเวลา" ให้เราช่วยดูแลให้ไหม?
📋 ประเมินราคาวิจัย (ฟรี)

Table of Contents

เข้าใจอิทธิพลเชิงสาเหตุใน SEM: วิธีดูค่า DE, IE และ TE ใน LISREL แบบนักวิจัยมืออาชีพ

เคยไหมครับ? ค่า DE, IE, TE ออกมาแล้ว แต่ไม่รู้จะอธิบายยังไง 😅

น้องๆ หลายคนที่เริ่มศึกษา SEM มักผ่านด่าน CFA และ Fit Index มาได้แล้วครับ

แต่พอเปิดผลลัพธ์ใน LISREL แล้วเจอคำว่า

  • Direct Effect (DE)
  • Indirect Effect (IE)
  • Total Effect (TE)

ก็เริ่มงงทันที

“ค่าพวกนี้ต่างกันยังไง?”

“จะเขียนอธิบายในบทที่ 4 ยังไง?”

“ตัวแปรไหนส่งผลมากที่สุด?”

ถ้ากำลังสงสัยอยู่ บทความนี้จะช่วยให้น้องๆ เข้าใจ อิทธิพลเชิงสาเหตุใน SEM แบบเห็นภาพ พร้อมวิธีดูค่า DE, IE และ TE ใน LISREL ที่สามารถนำไปใช้ในงานวิจัยได้จริงครับ


อิทธิพลเชิงสาเหตุ (Causal Effect) คืออะไร?

ในการวิเคราะห์โมเดลสมการโครงสร้าง (SEM)

นักวิจัยไม่ได้ต้องการรู้แค่ว่า

“ตัวแปร A มีความสัมพันธ์กับตัวแปร B หรือไม่”

แต่ต้องการรู้ลึกลงไปว่า

“ตัวแปร A ส่งอิทธิพลต่อตัวแปร B มากแค่ไหน และส่งผลผ่านตัวแปรอื่นหรือไม่”

นี่คือเหตุผลที่ SEM สามารถวิเคราะห์อิทธิพลเชิงสาเหตุได้ละเอียดกว่าสถิติทั่วไปครับ


DE (Direct Effect) คืออะไร?

DE หรือ Direct Effect

หมายถึงอิทธิพลทางตรงที่ตัวแปรหนึ่งส่งผลไปยังอีกตัวแปรหนึ่งโดยตรง

ตัวอย่างเช่น

ภาวะผู้นำ → ประสิทธิภาพการทำงาน

หากค่า DE = 0.65

หมายความว่า

ภาวะผู้นำส่งผลโดยตรงต่อประสิทธิภาพการทำงานในระดับ 0.65 ครับ

ยิ่งค่าสูง ยิ่งมีอิทธิพลมากครับ


IE (Indirect Effect) คืออะไร?

IE หรือ Indirect Effect

หมายถึงอิทธิพลทางอ้อมที่เกิดขึ้นผ่านตัวแปรคั่นกลาง (Mediator)

ตัวอย่าง

ภาวะผู้นำ → แรงจูงใจ → ประสิทธิภาพการทำงาน

ในกรณีนี้

ภาวะผู้นำไม่ได้ส่งผลต่อประสิทธิภาพการทำงานโดยตรงเพียงอย่างเดียว

แต่ยังส่งผลผ่านแรงจูงใจอีกทอดหนึ่งครับ

นี่คือค่า IE

ซึ่งช่วยให้นักวิจัยเข้าใจกลไกการเกิดผลลัพธ์ได้ลึกขึ้นครับ


TE (Total Effect) คืออะไร?

TE หรือ Total Effect

หมายถึงอิทธิพลรวมทั้งหมด

ซึ่งเกิดจาก

TE = DE + IE

หากพบว่า

  • DE = 0.40
  • IE = 0.25

จะได้

TE = 0.65

แสดงว่าอิทธิพลรวมของตัวแปรต้นที่มีต่อตัวแปรตามเท่ากับ 0.65 ครับ


ทำไม DE, IE และ TE ถึงสำคัญในงานวิจัย?

เพราะบางครั้งผลลัพธ์ที่แท้จริงไม่ได้เกิดจากอิทธิพลทางตรงครับ

ตัวอย่างเช่น

หลายงานวิจัยพบว่า

ภาวะผู้นำไม่ได้ส่งผลต่อประสิทธิภาพการทำงานโดยตรง

แต่ส่งผลผ่านแรงจูงใจ ความผูกพันองค์กร หรือความพึงพอใจในการทำงาน

หากนักวิจัยดูเฉพาะ DE

อาจพลาดข้อค้นพบสำคัญไปเลยครับ


ถ้าอ่านมาถึงตรงนี้แล้วยังรู้สึกมึนๆ หรืออยากหาคนช่วย รับทำวิจัย แบบมืออาชีพ ที่การันตีผลงาน ทักหาพี่ได้เลยนะครับ 😊

พี่มีประสบการณ์วิเคราะห์ SEM, LISREL, AMOS และ SmartPLS มากกว่า 15 ปี

ช่วยแปลผล DE, IE, TE และเขียนผลการวิจัยอย่างถูกต้องตามหลักวิชาการครับ


วิธีดูค่า DE, IE และ TE ใน LISREL

หลังจากรันโมเดลเสร็จเรียบร้อย

พี่แนะนำให้ทำตามขั้นตอนดังนี้ครับ

ขั้นตอนที่ 1 นำเข้าข้อมูล

เลือก

File → Import Data

จากนั้นนำเข้าข้อมูลจาก SPSS หรือ Excel ครับ


ขั้นตอนที่ 2 สร้างโมเดล

กำหนด

  • ตัวแปรแฝง
  • ตัวแปรสังเกตได้
  • เส้นทางความสัมพันธ์

ผ่าน Model Specification ครับ


ขั้นตอนที่ 3 ประมาณค่าพารามิเตอร์

เลือก

Estimation → Maximum Likelihood

เพื่อประมาณค่าพารามิเตอร์ของโมเดลครับ


ขั้นตอนที่ 4 ตรวจสอบความสอดคล้องของโมเดล

ดูค่า

  • RMSEA
  • CFI
  • GFI
  • AGFI

หากผ่านเกณฑ์จึงเข้าสู่ขั้นตอนแปลผลครับ


ขั้นตอนที่ 5 ดูผล DE, IE และ TE

เข้าไปที่

Results → Effects

ภายในรายงานผลลัพธ์จะมีตารางแสดง

  • Direct Effects
  • Indirect Effects
  • Total Effects

นักวิจัยสามารถนำค่าดังกล่าวไปใช้เขียนบทที่ 4 ได้ทันทีครับ


ตัวอย่างการแปลผล DE, IE และ TE

สมมติผลการวิเคราะห์พบว่า

ประเภทอิทธิพลค่า
DE0.45
IE0.30
TE0.75

สามารถเขียนรายงานได้ว่า

“ภาวะผู้นำมีอิทธิพลทางตรงต่อประสิทธิภาพการทำงานเท่ากับ 0.45 และมีอิทธิพลทางอ้อมผ่านแรงจูงใจเท่ากับ 0.30 ส่งผลให้อิทธิพลรวมมีค่าเท่ากับ 0.75”

นี่คือรูปแบบการรายงานผลที่กรรมการวิจัยส่วนใหญ่นิยมครับ


💡 มุมมองจากพี่ (ประสบการณ์ 15 ปี)

เคสหนึ่งที่พี่เจอในงานปริญญาเอกครับ

นักศึกษาท่านหนึ่งสรุปผลว่า

“ภาวะผู้นำไม่มีผลต่อประสิทธิภาพการทำงาน”

เพราะดูเฉพาะค่า DE แล้วไม่มีนัยสำคัญ

แต่เมื่อพี่ตรวจสอบ IE เพิ่ม

กลับพบว่ามีอิทธิพลทางอ้อมผ่านแรงจูงใจสูงมาก

สุดท้ายข้อค้นพบเปลี่ยนไปทั้งงานวิจัยครับ

บทเรียนสำคัญคือ

“อย่าดูเฉพาะ Direct Effect”

เพราะใน SEM ข้อค้นพบที่มีคุณค่าที่สุด มักซ่อนอยู่ใน Indirect Effect ครับ

นี่คือเทคนิคที่พี่ใช้มาตลอด 15 ปีในการตรวจงานวิจัย SEM ครับ


สรุป

อิทธิพลเชิงสาเหตุใน SEM ช่วยให้นักวิจัยเข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปรได้ลึกกว่าการวิเคราะห์ทั่วไปครับ

DE แสดงอิทธิพลทางตรง

IE แสดงอิทธิพลทางอ้อม

และ TE แสดงอิทธิพลรวมทั้งหมด

หากน้องๆ สามารถแปลผลทั้ง 3 ค่าได้อย่างถูกต้อง งานวิจัยจะมีคุณภาพและอธิบายปรากฏการณ์ได้สมบูรณ์มากขึ้นครับ

จำไว้นะครับ นักวิจัยที่เก่ง SEM ไม่ใช่คนที่รันโปรแกรมเก่งที่สุด แต่คือคนที่ตีความผลลัพธ์ได้ถูกต้องที่สุดครับ ✌️

📊 แปลผล DE, IE, TE ไม่เป็น?
🎯 รับวิเคราะห์ SEM และเขียนผลวิจัยด้วย LISREL, AMOS, SmartPLS
📈 ตรวจสอบ Direct Effect, Indirect Effect และ Total Effect อย่างถูกต้อง
✅ ดูแลจนงานผ่าน
💬 ปรึกษาพี่มฟรีก่อนเริ่มงานครับ
📊 แปลผล DE, IE, TE ไม่เป็น?
🎯 รับวิเคราะห์ SEM และเขียนผลวิจัยด้วย LISREL, AMOS, SmartPLS
📈 ตรวจสอบ Direct Effect, Indirect Effect และ Total Effect อย่างถูกต้อง
✅ ดูแลจนงานผ่าน
💬 ปรึกษาพี่มฟรีก่อนเริ่มงานครับ

FAQ : คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ DE, IE และ TE ใน SEM

DE คืออะไร?

DE หรือ Direct Effect คืออิทธิพลทางตรงที่ตัวแปรหนึ่งส่งผลต่ออีกตัวแปรหนึ่งโดยไม่ผ่านตัวแปรคั่นกลางครับ

IE คืออะไร?

IE หรือ Indirect Effect คืออิทธิพลทางอ้อมที่ส่งผ่านตัวแปรคั่นกลางก่อนถึงตัวแปรตามครับ

TE คำนวณอย่างไร?

TE หรือ Total Effect คำนวณจาก
TE = DE + IE
ครับ

สามารถดูค่า DE, IE และ TE ใน LISREL ได้จากเมนูไหน?

โดยทั่วไปสามารถดูได้จากส่วน Results และรายงาน Effects ของโมเดลครับ

ถ้า DE ไม่มีนัยสำคัญ แต่ IE มีนัยสำคัญ แปลผลได้หรือไม่?

ได้ครับ และมักบ่งชี้ว่ามีอิทธิพลผ่านตัวแปรส่งผ่าน (Mediator) ซึ่งเป็นข้อค้นพบที่สำคัญมากในงานวิจัยครับ

RESEARCH

⚡ อ่านจบแล้ว... ยังรู้สึกว่า "งานวิจัย" เป็นเรื่องยาก? ⚡

อย่าปล่อยให้ความเครียดเรื่องธีซิสกัดกินเวลาของคุณ ให้ทีมงานมืออาชีพจาก อิมเพรส เลกาซี่ เป็นที่ปรึกษา เราพร้อมดูแลคุณทุกขั้นตอน

Line ID: @impressedu | Tel: 092-476-6638
Scroll to Top