💡 กำลังหาข้อมูลทำวิจัยอยู่ใช่ไหม? อ่านบทความนี้จบ ทำตามได้เลย!
แต่ถ้า "ไม่มีเวลา" ให้เราช่วยดูแลให้ไหม?
📋 ประเมินราคาวิจัย (ฟรี)

น้องๆ เคยไหมครับ…

นั่งเขียนบทที่ 3 อยู่ดีๆ
อาจารย์ถามว่า

“H0 กับ H1 ต่างกันยังไง?”

แล้วเรานี่นิ่งไป 3 วินาทีเต็มๆ 😅
พี่เข้าใจเลยครับ เพราะนี่คือ จุดที่นักวิจัยพลาดบ่อยที่สุด ทั้งระดับปริญญาตรี โท ยันเอก

บทความนี้พี่จะอธิบายให้แบบ “พี่สอนน้อง”
ไม่ใช้ศัพท์ยาก ไม่หลอกตัวเอง
อ่านจบแล้ว เขียน H0–H1 ได้ทันที ไม่มั่ว ไม่โดนท้วง ครับ


🔍 H0 และ H1 คืออะไร (อธิบายแบบไม่ตำราจ๋าครับ)

✅ H0 (Null Hypothesis)

H0 คือ สมมติฐานว่าง
แปลเป็นภาษาคนคือ

“ไม่มีอะไรเกิดขึ้น”
“ไม่แตกต่าง”
“ไม่สัมพันธ์”

พี่อยากให้น้องจำแบบนี้นะครับ
👉 H0 = ฝ่ายปฏิเสธผล


✅ H1 (Alternative Hypothesis)

H1 คือ สมมติฐานทางเลือก
เป็นสิ่งที่นักวิจัย “คาดหวังว่าจะเกิดขึ้น”

👉 H1 = ฝ่ายที่อยากพิสูจน์ให้เกิดผล


⚖️ สรุปความต่าง H0 vs H1 แบบเห็นภาพ

ประเด็นH0H1
แนวคิดไม่มีผลมีผล
ความแตกต่างไม่แตกต่างแตกต่าง
ความสัมพันธ์ไม่สัมพันธ์สัมพันธ์
ฝั่งใครฝั่งศูนย์ฝั่งนักวิจัย

จำแค่นี้ก่อนก็ได้ครับ เดี๋ยวพี่พาไปดูตัวอย่างจริง 👇


✍️ ตัวอย่าง H0 และ H1 ที่ใช้จริงในงานวิจัย

🔹 ตัวอย่างที่ 1: เปรียบเทียบก่อน–หลัง

โจทย์วิจัย:
ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนและหลังเรียนแตกต่างกันหรือไม่

H0:
ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนและหลังเรียน ไม่แตกต่างกัน

H1:
ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนและหลังเรียน แตกต่างกัน

📌 ใช้กับ T-Test Dependent บ่อยมากครับ


🔹 ตัวอย่างที่ 2: เปรียบเทียบสองกลุ่ม

โจทย์วิจัย:
นักศึกษาชายและหญิงมีความพึงพอใจต่างกันหรือไม่

H0:
นักศึกษาชายและหญิงมีความพึงพอใจ ไม่แตกต่างกัน

H1:
นักศึกษาชายและหญิงมีความพึงพอใจ แตกต่างกัน

📌 อันนี้สาย Independent T-Test ครับ


🔹 ตัวอย่างที่ 3: ความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปร

โจทย์วิจัย:
แรงจูงใจมีความสัมพันธ์กับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหรือไม่

H0:
แรงจูงใจ ไม่มีความสัมพันธ์ กับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน

H1:
แรงจูงใจ มีความสัมพันธ์ กับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน

📌 ใช้กับ Correlation / Regression ครับ


⚠️ ข้อผิดพลาดที่พี่เห็นบ่อย (เตือนจากประสบการณ์ตรงครับ)

  • ❌ เขียน H0 กับ H1 เหมือนกัน
  • ❌ เขียน H1 เป็นเชิงบรรยาย ไม่ใช่สมมติฐาน
  • ❌ ใช้คำว่า “สูงขึ้น / ดีขึ้น” แต่ใช้สถิติที่ไม่รองรับ
  • ❌ ลืมเขียน H0 แล้วมีแค่ H1

พี่บอกตรงๆ นะครับ

อาจารย์ดูออกทันที ว่าเราเข้าใจจริงหรือแค่ลอกมา


⚡ ขอแทรกนิดหนึ่งนะครับ

ถ้าอ่านมาถึงตรงนี้แล้วยังไม่แน่ใจว่า
สมมติฐานที่ตั้ง สอดคล้องกับสถิติและกรอบแนวคิดหรือยัง
หรือกลัวเขียนแล้วใช้สถิติไม่ตรง

อยากหาคนช่วย [รับทำวิจัย] แบบมืออาชีพ ตั้งแต่ตั้ง H0–H1 ยันเลือกสถิติ พี่ช่วยดูให้ครบครับ


💡 มุมมองจากพี่ (ประสบการณ์ 15 ปี)

พี่เคยเจองานหนึ่งครับ
ตั้ง H1 ว่า “มีอิทธิพลเชิงบวก”
แต่ดันใช้ T-Test แทน Regression

Reviewer ถามคำเดียว

“วัดอิทธิพลตรงไหน?”

สุดท้ายต้องรื้อสมมติฐานใหม่ทั้งชุดครับ
จำไว้นะครับ

สมมติฐานต้องไปด้วยกันกับสถิติ
ไม่ใช่เขียนเพราะดูเท่ครับ


🧾 Summary (สรุปให้จำขึ้นใจ)

  • H0 = ไม่มีผล / ไม่แตกต่าง / ไม่สัมพันธ์
  • H1 = มีผล / แตกต่าง / สัมพันธ์
  • H0 กับ H1 ต้อง “ตรงข้ามกัน”
  • สมมติฐานต้องสอดคล้องกับสถิติที่ใช้

เข้าใจจุดนี้ งานวิจัยน้องจะดูเป็นมืออาชีพขึ้นทันทีครับ 💪

“สมมติฐานพลาด งานวิจัยสะดุด ให้พี่ช่วยตั้ง H0–H1 และเลือกสถิติให้ตรง ปรึกษาฟรีครับ”

❓ FAQ: คำถามที่น้องๆ ถามบ่อยมาก

จำเป็นต้องมีทั้ง H0 และ H1 ไหม?

ส่วนใหญ่ต้องมีครับ โดยเฉพาะงานเชิงปริมาณ

เขียน H1 แบบทิศทางได้ไหม?

ได้ครับ เช่น “มีความสัมพันธ์เชิงบวก” แต่ต้องดูว่าสถิติรองรับ

งานเชิงคุณภาพต้องมี H0 H1 ไหม?

ไม่จำเป็นครับ มักใช้คำถามวิจัยแทน

ถ้า Sig. > .05 แปลว่าอะไร?

ยอมรับ H0 และปฏิเสธ H1 ครับ

RESEARCH

⚡ อ่านจบแล้ว... ยังรู้สึกว่า "งานวิจัย" เป็นเรื่องยาก? ⚡

อย่าปล่อยให้ความเครียดเรื่องธีซิสกัดกินเวลาของคุณ ให้ทีมงานมืออาชีพจาก อิมเพรส เลกาซี่ เป็นที่ปรึกษา เราพร้อมดูแลคุณทุกขั้นตอน

Line ID: @impressedu | Tel: 092-476-6638
Scroll to Top