💡 กำลังหาข้อมูลทำวิจัยอยู่ใช่ไหม? อ่านบทความนี้จบ ทำตามได้เลย!
แต่ถ้า "ไม่มีเวลา" ให้เราช่วยดูแลให้ไหม?
📋 ประเมินราคาวิจัย (ฟรี)

พี่เชื่อว่าน้องๆ หลายคนติดด่านแรกของงานวิจัยเหมือนกัน คือ
“ไม่รู้จะเริ่มเขียนความเป็นมาและความสำคัญยังไงดี”
เขียนไปก็กลัวเวิ่น กลัวไม่วิชาการ กลัวอาจารย์ถามว่า “แล้วมันสำคัญตรงไหน?”

บทความนี้พี่จะพาน้องๆ ไล่ทีละขั้น แบบจับมือเขียน
อ่านจบแล้วจะรู้ว่า

  • ควรเริ่มจากอะไร
  • ต้องเล่าเรื่องยังไงให้น่าเชื่อถือ
  • และทำยังไงให้อาจารย์อ่านแล้วพยักหน้า ✔️ ครับ

Table of Contents

ความเป็นมาและความสำคัญของงานวิจัย คืออะไร

พูดตรงๆ เลยนะครับ
ส่วนนี้คือ ด่านวัดใจอาจารย์ ว่างานของเราควรทำต่อหรือควรพับเก็บ

หน้าที่ของมันมี 3 อย่างหลักๆ

  1. บอกว่าเรื่องนี้ “มาจากไหน”
  2. อธิบายว่า “ทำไมต้องศึกษา”
  3. โน้มน้าวว่า “ถ้าไม่ทำ จะพลาดอะไรไป” ครับ

ขั้นตอนที่ 1: ปูพื้นด้วยบริบทและวรรณกรรมที่เกี่ยวข้อง

พี่แนะนำว่า อย่าเริ่มด้วยความเห็นตัวเองทันที
ให้เริ่มจากภาพใหญ่ก่อน เช่น

  • สถานการณ์ปัจจุบันของประเด็นนี้
  • แนวคิด ทฤษฎี หรือผลการวิจัยที่ผ่านมา

จุดนี้ไม่ต้องยาว แต่ต้องทำให้เห็นว่า

“น้องๆ รู้จริง ไม่ได้คิดสดๆ หน้างาน”

ขั้นตอนที่ 2: ระบุปัญหาวิจัยให้ชัด (ชัดจริง ไม่ใช่ชัดในใจเรา)

หลายงานพังตรงนี้ครับ
เขียนยาวมาก แต่พอถามว่า ปัญหาวิจัยคืออะไร ตอบไม่ได้

พี่แนะนำว่าให้ถามตัวเองว่า

  • ปัญหานี้เกิดขึ้นกับใคร
  • เกิดที่ไหน
  • ส่งผลกระทบอะไร

เขียนออกมาให้คนอ่านเข้าใจในย่อหน้าเดียวครับ

ขั้นตอนที่ 3: อธิบาย “ความสำคัญ” ให้มากกว่าแค่คำสวยๆ

อย่าเขียนแค่ว่า

“งานวิจัยนี้มีความสำคัญต่อวงวิชาการ”

พี่อยากให้น้องๆ ตอบให้ได้ว่า

  • สำคัญกับใคร
  • สำคัญในเชิงทฤษฎี หรือเชิงปฏิบัติ
  • ถ้าผลวิจัยออกมาแล้ว เอาไปใช้ทำอะไรได้

ตรงนี้แหละครับที่ทำให้งานเราดูมีคุณค่า

ขั้นตอนที่ 4: ชี้ “ช่องว่างงานวิจัย” ให้เห็นภาพ

นี่คือหมัดเด็ดเลยครับ 💥
ให้น้องๆ สรุปว่า

  • งานก่อนหน้าศึกษาอะไรไปแล้ว
  • แต่ยังมีอะไรที่ ยังไม่มีใครทำ หรือ ยังไม่ชัดเจน

แล้วปิดท้ายด้วยประโยคประมาณว่า

“ดังนั้น งานวิจัยนี้จึงมุ่งเติมเต็มช่องว่างดังกล่าว”

อาจารย์อ่านแล้วจะรู้ทันทีว่า งานนี้ไม่ซ้ำ ครับ

ถ้าอ่านมาถึงตรงนี้แล้วยังรู้สึกมึนๆ หรืออยากหาคนช่วย [รับทำวิจัย] แบบมืออาชีพ ที่การันตีผลงาน ทักหาพี่ได้เลยนะครับ

ขั้นตอนที่ 5: บอกคร่าวๆ ว่าจะศึกษาอะไร และใช้วิธีไหน

ไม่ต้องลงรายละเอียดลึกเหมือนบทที่ 3
แค่ให้ผู้อ่านรู้ว่า

  • เราจะศึกษาอะไร
  • ใช้กลุ่มตัวอย่างแบบไหน
  • วิเคราะห์ข้อมูลแนวไหน

พอให้เห็นทิศทางก็พอครับ

ขั้นตอนที่ 6: กล้าพูดถึง “ข้อจำกัดของงานวิจัย”

หลายคนคิดว่าพูดถึงข้อจำกัด = งานไม่ดี ❌
จริงๆ ตรงกันข้ามครับ

การพูดถึงข้อจำกัด แปลว่า

“น้องๆ คิดรอบด้าน และออกแบบงานอย่างมีสติ”

อาจารย์ชอบมากครับ

ขั้นตอนที่ 7: ปิดท้ายด้วยวัตถุประสงค์แบบคมๆ

อย่าเขียนอ้อมโลก
ให้บอกตรงๆ ว่า
งานนี้มีวัตถุประสงค์อะไรบ้าง (ข้อๆ ชัดเจน)

คนอ่านจะรู้ทันทีว่า

อ่านต่อไปแล้วจะได้อะไรจากงานนี้ครับ

💡 มุมมองจากพี่ (ประสบการณ์ 15 ปี)

พี่เจองานวิจัยมาเป็นร้อยเล่ม
สิ่งที่อาจารย์ดูเป็นอันดับแรกคือ
ความเป็นมาและความสำคัญ ไม่ใช่สถิติ

ถ้าส่วนนี้แน่น
บทอื่นพลาดนิดหน่อยยังพอแก้ได้
แต่ถ้าส่วนนี้เละ… ต่อให้ SPSS สวยแค่ไหน ก็โดนส่งแก้ครับ 😅

สรุปส่งท้ายให้น้องๆ มีกำลังใจ

  • เริ่มจากบริบท → ปัญหา → ความสำคัญ
  • ชี้ช่องว่างให้ชัด
  • บอกวัตถุประสงค์ตรงประเด็น
  • เขียนให้คนอ่าน “เชื่อ” ว่างานนี้ควรทำ

ทำตามนี้ งานวิจัยไม่หลงทางแน่นอนครับ ✌️

“งานวิจัยมันยาก ให้พี่ช่วยไหม? ปรึกษาฟรี ดูแลจนผ่านครับ”

FAQ: คำถามที่น้องๆ ถามพี่บ่อย

Q1: ความเป็นมากับบทนำเหมือนกันไหม?

A: คล้าย แต่ความเป็นมาต้องลึกและเชื่อมงานวิจัยมากกว่าครับ

Q2: ต้องอ้างอิงกี่แหล่งถึงจะพอ?

A: ไม่เน้นจำนวน เน้นความเกี่ยวข้องและความใหม่ครับ

Q3: เขียนยาวแค่ไหนดี?

A: โดยทั่วไป 3–5 หน้า A4 กำลังดีครับ

Q4: ใช้ภาษาเล่าเรื่องได้ไหม?

A: ได้ แต่ต้องยังคงความเป็นวิชาการครับ

RESEARCH

⚡ อ่านจบแล้ว... ยังรู้สึกว่า "งานวิจัย" เป็นเรื่องยาก? ⚡

อย่าปล่อยให้ความเครียดเรื่องธีซิสกัดกินเวลาของคุณ ให้ทีมงานมืออาชีพจาก อิมเพรส เลกาซี่ เป็นที่ปรึกษา เราพร้อมดูแลคุณทุกขั้นตอน

Line ID: @impressedu | Tel: 092-476-6638
Scroll to Top