💡 กำลังหาข้อมูลทำวิจัยอยู่ใช่ไหม? อ่านบทความนี้จบ ทำตามได้เลย!
แต่ถ้า "ไม่มีเวลา" ให้เราช่วยดูแลให้ไหม?
📋 ประเมินราคาวิจัย (ฟรี)

น้องๆ เคยไหมครับ เปิดไฟล์งานวิจัยมาแล้วงงว่า

“ไฟล์นี้คืออะไร ใครทำไว้ เมื่อไหร่ แล้วใช้บทไหน?”

พี่บอกเลย ปัญหานี้ไม่ใช่เรื่องเล็ก และเป็นสาเหตุอันดับต้นๆ ที่ทำให้งานวิจัย ช้า เละ และโดนอาจารย์ทักซ้ำ ครับ
บทความนี้พี่จะพาน้องๆ ไปรู้จัก วิธีจัดระเบียบงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับการศึกษา แบบเป็นระบบ ทำจริง ใช้ได้จริง ไม่ใช่ทฤษฎีลอยๆ ครับ

อ่านจบ น้องจะ

  • หาเอกสารเจอเร็วขึ้น
  • เขียนบทที่ 2 ได้ลื่น
  • และลดโอกาสงานพังช่วงท้ายอย่างแรงครับ

วิธีจัดระเบียบงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง แบบพี่สอนน้องครับ

1. เริ่มจาก “แผนการวิจัย” ก่อน อย่ากระโดดคว้าเอกสารมั่วครับ

พี่แนะนำว่า ก่อนจะโหลดบทความเป็นร้อยไฟล์ ให้ถามตัวเองก่อนว่า

  • วิจัยเรื่องอะไร
  • คำถามวิจัยคืออะไร
  • ใช้กรอบแนวคิดแบบไหน

แผนการวิจัยที่ชัด จะช่วยให้น้องรู้ว่า

“งานไหนควรอ่าน งานไหนไม่ต้องเสียเวลา”

ประหยัดพลังสมองไปได้เยอะมากครับ

2. ตั้งชื่อไฟล์ให้เป็นมนุษย์ ไม่ใช่รหัสลับ

ไฟล์ชื่อแบบ

final_final_reallyfinal_new2.pdf

พี่เห็นแล้วปวดหัวแทนน้องครับ 😅
ลองตั้งชื่อไฟล์ให้บอกตัวตนมันชัดๆ เช่น

Smith2022_Leadership_Education.pdf

อนาคตน้องจะขอบคุณตัวเองแน่นอนครับ

3. จัดงานวิจัยตาม “หัวข้อ” ไม่ใช่ตามอารมณ์

พี่แนะนำให้จัดตามธีม เช่น

  • แนวคิด/ทฤษฎี
  • งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง
  • วิธีวิจัย
  • ตัวแปร

วิธีนี้จะช่วยให้น้องเขียนบทที่ 2 ได้ไวขึ้นแบบรู้สึกได้จริงครับ

4. ใช้โฟลเดอร์ + โฟลเดอร์ย่อย ชีวิตจะง่ายขึ้น 10 เท่า

ตัวอย่างโครงสร้างที่พี่ใช้เอง

  • 📁 Literature
    • 📁 Theory
    • 📁 Empirical
  • 📁 Methodology
  • 📁 Data

แค่นี้ก็รู้แล้วว่าไฟล์ไหนควรอยู่ตรงไหนครับ

👉 ถ้าอ่านมาถึงตรงนี้แล้วยังรู้สึกมึนๆ หรืออยากหาคนช่วย [รับทำวิจัย] แบบมืออาชีพ ที่การันตีผลงาน ทักหาพี่ได้เลยนะครับ

5. ใช้บันทึกหรือวารสารการวิจัย อย่าพึ่งความจำครับ

พี่เจอบ่อยมาก น้องๆ บอกว่า

“พี่…ผมจำได้ว่าเคยอ่าน แต่ลืมว่าอ่านอะไร”

พี่แนะนำให้จดสั้นๆ ทุกครั้งที่อ่าน

  • งานนี้พูดเรื่องอะไร
  • ใช้ตัวแปรอะไร
  • เอามาใช้กับงานเราได้ยังไง

แค่นี้ก็ลดการอ่านซ้ำแบบเสียเวลาครับ

6. ใช้โปรแกรมช่วยจัดการเอกสาร พี่ขอร้องเลยครับ

พวก EndNote, Mendeley, Zotero ไม่ได้มีไว้เท่ๆ นะครับ
มันช่วย

  • เก็บเอกสาร
  • ใส่อ้างอิง
  • ทำบรรณานุกรมอัตโนมัติ

ใช้เป็น = ประหยัดเวลาเป็นวันๆ ครับ

7. สำรองข้อมูลเสมอ…พี่เจ็บมาแล้ว

เคยไหมครับ ไฟล์หายก่อนส่งอาจารย์ 1 วัน
พี่บอกเลย น้ำตาจะไหล

พี่แนะนำ

  • เก็บใน Cloud
  • Backup ลงแฟลชไดรฟ์
  • หรือส่งอีเมลให้ตัวเอง

อย่าประมาทครับ

💡 มุมมองจากพี่ (ประสบการณ์ 15 ปี)

พี่เคยดูงานน้อง ป.เอก คนหนึ่งครับ
เนื้อหาดีมาก แต่ เอกสารมั่ว ไม่มีระบบ
สุดท้ายเขียนบทที่ 2 ใหม่เกือบหมด เสียเวลาไป 3 เดือนเต็ม

หลังจากนั้นพี่สอนเขาจัดโฟลเดอร์ + สรุปงานวิจัยเป็นตาราง
รอบต่อไป เขียนเสร็จเร็วขึ้นเกือบครึ่งหนึ่งครับ

พี่อยากให้น้องๆ จำไว้ว่า

งานวิจัยดีอย่างเดียวไม่พอ ต้อง “จัดการดี” ด้วยครับ

สรุปสั้นๆ ให้จำง่ายครับ

  • งานวิจัยที่ดี เริ่มจากการจัดระเบียบที่ดี
  • แผนชัด ไฟล์เป็นระบบ เขียนง่ายขึ้นทันที
  • ใช้เครื่องมือช่วย อย่าแบกทุกอย่างไว้ในหัว
  • และอย่าลืมสำรองข้อมูลครับ

ถ้าน้องจัดระบบได้ งานวิจัยจะไม่ใช่ฝันร้ายอีกต่อไปครับ 💪

“งานวิจัยรก เขียนไม่ออก? ให้พี่ช่วยจัดระบบให้ตั้งแต่ต้น ปรึกษาฟรีได้เลยครับ”

FAQ คำถามที่น้องๆ ถามพี่บ่อยครับ

Q1: ควรเริ่มจัดระเบียบงานวิจัยตั้งแต่ตอนไหน?

A: ตั้งแต่เริ่มอ่านบทความชิ้นแรกเลยครับ ยิ่งเริ่มเร็ว ยิ่งเหนื่อยน้อย

Q2: ไม่ใช้โปรแกรมจัดการอ้างอิงได้ไหม?

A: ได้ครับ แต่พี่ไม่แนะนำ เพราะพอเอกสารเยอะ จะปวดหัวมากครับ

Q3: งานวิจัยที่เกี่ยวข้องควรเก็บกี่เรื่อง?

A: ไม่เน้นจำนวน เน้น “ตรงประเด็น” ครับ

Q4: ถ้าจัดไม่เป็น ควรทำยังไง?

A: ปรึกษาผู้มีประสบการณ์ หรือให้พี่ช่วยดูโครงสร้างให้ได้ครับ

RESEARCH

⚡ อ่านจบแล้ว... ยังรู้สึกว่า "งานวิจัย" เป็นเรื่องยาก? ⚡

อย่าปล่อยให้ความเครียดเรื่องธีซิสกัดกินเวลาของคุณ ให้ทีมงานมืออาชีพจาก อิมเพรส เลกาซี่ เป็นที่ปรึกษา เราพร้อมดูแลคุณทุกขั้นตอน

Line ID: @impressedu | Tel: 092-476-6638
Scroll to Top