แต่ถ้า "ไม่มีเวลา" ให้เราช่วยดูแลให้ไหม?
น้องๆ เคยไหมครับ…เปิด Google Scholar แล้วเจอบทความเป็นพันๆ ชิ้น
อ่านไป 3 หน้าแล้วเริ่มง่วงเหมือนโดนมนต์สะกด 😅
พี่บอกเลยครับ…นี่แหละคือ “ด่านโหด” ของงานวิจัยที่ชื่อว่า Review Literature หรือ การทบทวนวรรณกรรม
แต่ไม่ต้องกลัวครับ เพราะบทความนี้พี่จะพาน้องๆ เข้าใจแบบง่ายๆ
อ่านจบคือทำบทที่ 2 ได้ทันทีครับ
Review Literature คืออะไร?
Review Literature หรือ การทบทวนวรรณกรรม
คือกระบวนการที่นักวิจัยต้องทำเพื่อ…
- ค้นหางานวิจัยเดิมที่เกี่ยวข้อง
- วิเคราะห์ว่าคนอื่นทำอะไรไปแล้ว
- สรุปแนวคิด ทฤษฎี และผลการศึกษา
- หา “ช่องว่าง” ที่งานของเราจะเข้าไปเติมครับ
พูดง่ายๆ คือ
👉 “เราจะทำวิจัยใหม่ ต้องรู้ก่อนว่าคนอื่นทำถึงไหนแล้วครับ”
5 ขั้นตอนทำ Literature Review แบบพี่สอนน้อง
1) ตั้งคำถามวิจัยให้ชัดก่อนครับ
เริ่มต้นง่ายๆ เลย
น้องต้องตอบให้ได้ว่า…
- เรากำลังศึกษาเรื่องอะไร
- อยากรู้ประเด็นไหน
- กลุ่มเป้าหมายคือใคร
เพราะถ้าคำถามไม่ชัด
ค้นบทความยังไงก็หลงป่าครับ 😅
2) ค้นหาวรรณกรรมที่เกี่ยวข้อง
แหล่งที่พี่แนะนำ เช่น
- Google Scholar
- Scopus
- TCI
- วารสารวิชาการ
- วิทยานิพนธ์เก่า
ใช้คำค้นหลายแบบนะครับ
อย่าพิมพ์คำเดียวแล้วหวังว่าจะเจอทุกอย่างครับ
3) ประเมินคุณภาพงานวิจัย
ไม่ได้เจอบทความแล้วเอามาใส่เลยนะครับ
ต้องดูด้วยว่า…
- งานนี้น่าเชื่อถือไหม
- ใช้วิธีวิจัยถูกต้องหรือเปล่า
- กลุ่มตัวอย่างเหมาะสมไหม
- ผลลัพธ์มีน้ำหนักแค่ไหน
เพราะถ้าเราอ้างงานที่ไม่ดี
งานเราก็โดนหักคะแนนไปด้วยครับ
4) สังเคราะห์ ไม่ใช่แค่สรุปครับ
หลายคนพลาดตรงนี้
Review Literature ไม่ใช่การเล่าเรียงว่า
“งาน A ทำแบบนี้ งาน B ทำแบบนั้น”
แต่ต้องทำให้เห็นว่า…
- มีแนวโน้มอะไรเหมือนกัน
- มีข้อขัดแย้งตรงไหน
- ยังขาดอะไรอยู่
นี่แหละครับคือ “บทที่ 2 ที่แท้จริง”
ถ้าอ่านมาถึงตรงนี้แล้วยังรู้สึกมึนๆ หรืออยากหาคนช่วย [รับทำวิจัย] แบบมืออาชีพ ที่การันตีผลงาน ทักหาพี่ได้เลยนะครับ
5) สรุปช่องว่างงานวิจัย (Research Gap)
สุดท้ายต้องตอบให้ได้ว่า…
- งานเดิมยังไม่ตอบอะไร
- ทำไมงานเราจึงสำคัญ
- งานเราจะช่วยเติมเต็มตรงไหน
ถ้าน้องเขียนตรงนี้ได้
อาจารย์เห็นคือพยักหน้าทันทีครับ
💡 มุมมองจากพี่ (ประสบการณ์ 15 ปี)
พี่เจอบ่อยมากครับ…
น้องๆ ทำ Literature Review เหมือน “ก็อปแปะ”
แปะงานวิจัยมา 10 หน้า แต่ไม่มีการเชื่อมโยงเลย
อาจารย์อ่านแล้วจะถามทันทีว่า
“แล้วงานของเราจะทำอะไรใหม่?”
เทคนิคพี่คือ
👉 ทุกครั้งที่อ้างงาน ต้องปิดท้ายด้วยประโยคว่า
“ดังนั้นงานวิจัยนี้ชี้ให้เห็นว่า…”
แค่นี้บทที่ 2 ดูเป็นนักวิจัยขึ้นทันทีครับ
บทสรุป
Review Literature คือหัวใจสำคัญของการทำวิจัยครับ
น้องต้องค้น → ประเมิน → สังเคราะห์ → หา Research Gap ให้ได้
อย่าทำแค่สรุปเรียงๆ เพราะมันยังไม่ใช่ Review จริงครับ
ทำถูกตรงนี้ บทที่ 2 จะผ่านง่ายขึ้นเยอะครับ
พี่เป็นกำลังใจให้น้องๆ ทุกคนครับ ❤️
📌 “บทที่ 2 ยากเกินไปใช่ไหม? ให้พี่ช่วย Review Literature แบบมืออาชีพ ปรึกษาฟรีที่ Line ได้เลยครับ”
❓ FAQ (คำถามที่พบบ่อย)
ขึ้นอยู่กับหัวข้อครับ แต่ทั่วไปประมาณ 15–30 แหล่งอ้างอิงขึ้นไปครับ
บทที่ 2 คือพื้นที่หลักของ Literature Review ครับ
ถ้าทำงานระดับสูง แนะนำมากครับ เพราะน่าเชื่อถือสุดครับ
เพราะเป็นเหตุผลว่า “งานเรามีคุณค่าและใหม่” ครับ
ทักพี่ได้ครับ เดี๋ยวช่วยแปล ช่วยสรุปให้แบบนักวิจัยครับ