💡 กำลังหาข้อมูลทำวิจัยอยู่ใช่ไหม? อ่านบทความนี้จบ ทำตามได้เลย!
แต่ถ้า "ไม่มีเวลา" ให้เราช่วยดูแลให้ไหม?
📋 ประเมินราคาวิจัย (ฟรี)

 น้องๆ เคยไหมครับ…
เปิด Word ขึ้นมาแล้วจ้องหน้าจอเป็นชั่วโมง แต่ยังคิดไม่ออกว่า “ทำงานวิจัยเรื่องอะไรดี”
ถามเพื่อนก็ได้คำตอบไม่เหมือนกัน ถามรุ่นพี่ก็บอกว่า “แล้วแต่อาจารย์” 😅

พี่บอกเลยนะครับ ปัญหานี้เป็น “จุดพังอันดับต้นๆ” ของนักวิจัยมือใหม่
เพราะถ้าตั้งหัวข้อพลาดตั้งแต่ต้น ต่อให้เขียนเก่งแค่ไหน ก็มีสิทธิ์โดนแก้ยาวยันบทที่ 5

บทความนี้ พี่จะพาน้องไปรู้จักวิธีคิดหัวข้อวิจัย
ที่ เราถนัด อาจารย์ชอบ และมีโอกาสผ่านจริง จากประสบการณ์พี่ตรงๆ ครับ


ทำงานวิจัยเรื่องอะไรดี? เริ่มจากสิ่งที่ “เราถนัด” ก่อนเลยครับ

พี่แนะนำตรงไปตรงมานะครับ
หัวข้อวิจัยที่ดี ไม่ใช่หัวข้อที่ดูเท่ แต่คือหัวข้อที่เรารู้จริงพอจะทำจนจบ

ลองถามตัวเองง่ายๆ ก่อนเลยว่า

  • เราทำงานด้านอะไรอยู่
  • เราเจอปัญหาอะไรซ้ำๆ ในงานหรือในชีวิต
  • เรื่องไหนที่เราเล่าได้ยาวโดยไม่ต้องเปิด Google ตลอดเวลา

ถ้าน้องมีพื้นฐาน มีประสบการณ์ หรือมีความสนใจอยู่แล้ว
การทำวิจัยจะไม่ทรมาน และอาจารย์ก็จะสัมผัสได้ว่า “เราไม่ได้คิดมั่ว”


อย่าติดกับดัก “เหตุการณ์เฉพาะที่” มากเกินไป

ข้อผิดพลาดที่พี่เจอบ่อยมาก คือ
ตั้งหัวข้อแบบ ผูกติดกับสถานการณ์เดียว องค์กรเดียว หรือช่วงเวลาเดียว

พี่แนะนำว่า
ให้ลองขยับมุมมองนิดนึงครับ
จาก “กรณีเฉพาะ” → เป็น “แนวคิดที่ขยายผลได้”

เช่น
❌ ศึกษาเฉพาะองค์กรเดียวแบบลึกแต่แคบ
✅ ศึกษาแนวคิด วิธีการ หรือปัจจัย ที่องค์กรอื่นนำไปใช้ได้

แบบนี้อาจารย์จะมองว่า งานมีคุณค่าเชิงวิชาการมากขึ้นทันทีครับ


ใช้ “กระแสสังคม + ปัญหาจริง” เป็นจุดตั้งต้น

ถ้ายังคิดไม่ออกว่า ทำงานวิจัยเรื่องอะไรดี
พี่แนะนำให้ลองมองรอบตัวครับ

  • ปัญหาสังคมที่กำลังถูกพูดถึง
  • กระแสใหม่ในวิชาชีพของเรา
  • เรื่องที่องค์กรกำลังเผชิญจริง

ถ้ากระแสเหล่านี้ เชื่อมโยงกับความสนใจของเราได้
นั่นแหละครับ คือวัตถุดิบชั้นดีของหัวข้อวิจัย


อย่ากลัวการอ่านงานวิจัยเก่า (แต่อย่าลอก!)

หลายคนกลัวว่า
“ถ้าอ่านงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง จะกลายเป็นทำซ้ำไหมครับ?”

พี่ขอย้ำชัดๆ เลยนะครับ
👉 ไม่มีนักวิจัยคนไหนคิดทุกอย่างขึ้นมาใหม่ 100%

การอ่านงานวิจัย ทฤษฎี และแนวคิดที่เกี่ยวข้อง
มีไว้เพื่อให้เราเห็นว่า

  • เค้าเคยศึกษาอะไรไปแล้ว
  • ยังมีช่องว่างตรงไหน
  • เราจะต่อยอดหรือปรับให้ทันสมัยขึ้นยังไง

นี่แหละครับ คือหัวใจของการตั้งหัวข้อวิจัยที่ “ไม่ซ้ำ แต่ไม่ลอย”


💬 ถ้าอ่านมาถึงตรงนี้แล้วยังรู้สึกมึนๆ หรืออยากหาคนช่วย รับทำวิจัย แบบมืออาชีพ ที่การันตีผลงาน ทักหาพี่ได้เลยนะครับ


ตั้งหัวข้อสำรองไว้ 2–3 เรื่อง ก่อนเข้าพบอาจารย์

อีกเทคนิคหนึ่งที่พี่อยากให้น้องจำไว้เลยนะครับ
อย่าเอาหัวข้อเดียวไปเสี่ยงกับอาจารย์

พี่แนะนำว่า
เตรียมหัวข้อไว้สัก 2–3 หัวข้อ
พร้อมเหตุผลสั้นๆ ว่า

  • ทำไมเราสนใจ
  • คาดว่าจะศึกษาอะไร

อาจารย์จะช่วยชี้แนะ ปรับมุมมอง
และทำให้หัวข้อของเราคมขึ้นมากกว่าคิดคนเดียวแน่นอนครับ


💡 มุมมองจากพี่ (ประสบการณ์ 15 ปี)

พี่เจอน้องหลายคนมากครับ
หัวข้อดีมาก แต่ “ไม่จบ” เพราะเลือกเรื่องที่ตัวเองไม่ถนัดจริง

บางคนตั้งหัวข้อยากเพื่อให้ดูโปร
สุดท้ายเขียนไม่ออก วิเคราะห์ไม่ได้ และหมดไฟกลางทาง

พี่บอกเลยว่า
หัวข้อที่ผ่านจริง ไม่จำเป็นต้องยาก แต่ต้องชัด และทำได้จริง

ถ้าน้องเลือกเรื่องที่เข้าใจ
พี่รับรองว่า ทั้งบทที่ 1–5 จะไหลลื่นกว่าเดิมเยอะครับ


บทสรุป

สรุปง่ายๆ นะครับ

  • เริ่มจากเรื่องที่เราถนัดและสนใจจริง
  • หลีกเลี่ยงหัวข้อที่แคบหรือผูกกับเหตุการณ์เดียว
  • ใช้กระแสสังคม + งานวิจัยที่เกี่ยวข้องเป็นฐาน
  • เตรียมหัวข้อสำรองไปคุยกับอาจารย์

ถ้าตั้งต้นดี งานวิจัยทั้งเล่มจะง่ายขึ้นกว่าที่คิดครับ ✌️

“คิดหัวข้อวิจัยไม่ออก? ให้พี่ช่วยวางแนวทาง ตั้งแต่ต้นจนจบ ปรึกษาฟรีได้เลยครับ”

FAQ คำถามที่พบบ่อย

Q1: ทำงานวิจัยเรื่องอะไรดี ถ้าไม่มีประสบการณ์เลย?

A: เริ่มจากเรื่องใกล้ตัวในสายเรียน หรือปัญหาที่พบเป็นประจำครับ

Q2: หัวข้อวิจัยต้องใหม่แค่ไหนถึงจะผ่าน?

A: ไม่จำเป็นต้องใหม่ 100% แต่ต้องมีมุมมองหรือบริบทที่แตกต่างครับ

Q3: ตั้งหัวข้อเองกับให้อาจารย์ช่วย ต่างกันไหม?

A: ต่างครับ ถ้าเราคิดมาเอง อาจารย์จะช่วย “ปรับ” ไม่ใช่ “เปลี่ยนหมด”

Q4: ตั้งหัวข้อยาก จะดูเก่งกว่าไหม?

A: ไม่เสมอครับ อาจารย์ดูที่ความเป็นไปได้มากกว่าความยาก

RESEARCH

⚡ อ่านจบแล้ว... ยังรู้สึกว่า "งานวิจัย" เป็นเรื่องยาก? ⚡

อย่าปล่อยให้ความเครียดเรื่องธีซิสกัดกินเวลาของคุณ ให้ทีมงานมืออาชีพจาก อิมเพรส เลกาซี่ เป็นที่ปรึกษา เราพร้อมดูแลคุณทุกขั้นตอน

Line ID: @impressedu | Tel: 092-476-6638
Scroll to Top