แต่ถ้า "ไม่มีเวลา" ให้เราช่วยดูแลให้ไหม?
น้องๆ เคยไหมครับ…เขียนวิทยานิพนธ์แทบตาย
พิมพ์จนตาแฉะ กาแฟหมดไปสามแก้ว
แล้วอาจารย์พูดประโยคเดียวว่า…
“เปอร์เซ็นต์ซ้ำสูงนะ กลับไปแก้ก่อนครับ”
โอ้โห…เหมือนโดนสายฟ้าฟาดกลางหัวเลยใช่ไหมครับ 😅
วันนี้พี่จะพาเจาะลึกแบบเข้าใจง่ายว่า
โปรแกรมตรวจสอบ Plagiarism ตัวไหนดีที่สุดสำหรับงานวิจัย
และเลือกใช้ยังไงให้ “ผ่านฉลุย” ไม่โดนตีกลับครับ
โปรแกรมตรวจสอบ Plagiarism ยอดนิยม สำหรับงานวิจัย
ก่อนอื่นพี่บอกเลยนะครับ
โปรแกรมพวกนี้ไม่ใช่เครื่องจับผิดเพื่อเอามาลงโทษ
แต่มันคือ “เกราะกันพลาด” ก่อนส่งงานจริงครับ
1. Turnitin (ตัวพ่อสายมหาวิทยาลัย)
ถ้าพูดถึงงานวิจัย วิทยานิพนธ์
ชื่อแรกที่โผล่มาทุกมหาลัยคือ Turnitin ครับ
✅ จุดเด่น
- ฐานข้อมูลใหญ่สุดในสายวิชาการ
- ตรวจเทียบกับบทความตีพิมพ์ งานนักศึกษาเก่า เว็บไซต์ต่างๆ
- เหมาะกับ Thesis / Dissertation มากที่สุดครับ
⚠ ข้อควรระวัง
- ต้องใช้ผ่านสถาบัน ส่วนตัวสมัครเองไม่ได้ง่ายๆ ครับ
2. Grammarly Plagiarism Checker (สายพรีเมียม + แก้ภาษา)
หลายคนรู้จัก Grammarly ว่าเช็กแกรมม่า
แต่จริงๆ มันมีตรวจ Plagiarism ด้วยครับ
✅ เหมาะกับ
- งานภาษาอังกฤษ
- คนที่อยากได้ทั้ง “ตรวจซ้ำ + แก้ประโยคให้สวย”
⚠ ข้อจำกัด
- ฐานข้อมูลเชิงวิชาการสู้ Turnitin ไม่ได้ครับ
3. Copyscape (สายเว็บคอนเทนต์)
Copyscape เด่นมากเรื่องตรวจข้อความซ้ำบนอินเทอร์เน็ตครับ
✅ เหมาะกับ
- บทความออนไลน์
- งานเขียนทั่วไป
❌ ไม่เหมาะกับ Thesis เพราะไม่เน้นฐานข้อมูลวารสารวิชาการครับ
4. Viper (ฟรีก็จริง แต่ต้องระวัง)
Viper เป็นโปรแกรมฟรีที่หลายคนลองใช้ครับ
✅ จุดดี
- ไม่เสียเงิน
- ตรวจได้เร็ว
⚠ จุดที่พี่อยากเตือน
- บางเวอร์ชันมีการเก็บไฟล์ขึ้นระบบ
- งานวิจัยสำคัญๆ พี่ไม่แนะนำให้เสี่ยงครับ
5. PlagScan (สายองค์กรและงานวิจัยจริงจัง)
PlagScan ใช้อัลกอริทึมตรวจซ้ำค่อนข้างละเอียดครับ
✅ เหมาะกับ
- ตรวจหลายไฟล์พร้อมกัน
- งานองค์กร หรือมหาลัยบางแห่งใช้แทน Turnitin
⚡ จุดสำคัญที่น้องๆ ต้องรู้
ต่อให้ใช้โปรแกรมดีที่สุด
มันก็ตรวจได้แค่ “ข้อความที่เหมือน” ครับ
แต่ถ้าเป็นการ “ถอดความแบบเนียนๆ”
บางทีโปรแกรมก็จับไม่หมดครับ
ดังนั้นหัวใจคือ
👉 อ้างอิงให้ถูกต้อง + เขียนด้วยภาษาของตัวเองครับ
ถ้าอ่านมาถึงตรงนี้แล้วยังรู้สึกมึนๆ หรืออยากหาคนช่วย [รับทำวิจัย] แบบมืออาชีพ ที่การันตีผลงาน ทักหาพี่ได้เลยนะครับ
มุมมองจากพี่ (ประสบการณ์ 15 ปี)
พี่เล่าเคสจริงเลยครับ
มีน้องคนนึงทำวิทยานิพนธ์เสร็จแล้ว
มั่นใจมาก ตรวจเองด้วยโปรแกรมฟรี ผลออกมาแค่ 8%
แต่พอส่งมหาลัยตรวจ Turnitin จริง…
ซ้ำ 32% ครับ! 😱
เพราะโปรแกรมฟรีไม่เจอฐานข้อมูล “วิทยานิพนธ์เก่า” ของมหาลัยเลยครับ
ดังนั้นพี่ถึงย้ำเสมอว่า
✅ งานวิจัยต้องตรวจด้วยเครื่องมือที่สถาบันยอมรับ
✅ เปอร์เซ็นต์ไม่ใช่ทุกอย่าง ต้องดูว่า “ซ้ำตรงไหน”
✅ แก้ให้ถูก ไม่ใช่แค่เปลี่ยนคำมั่วๆ ครับ
สรุปแบบเข้าใจง่าย
- โปรแกรมตรวจ Plagiarism ที่นิยมสุดสำหรับงานวิจัยคือ Turnitin ครับ
- Grammarly เหมาะกับคนอยากได้ทั้งตรวจซ้ำ + แก้ภาษา
- Copyscape เหมาะกับงานเว็บมากกว่าวิทยานิพนธ์
- โปรแกรมฟรีใช้ได้ แต่ไม่ควรเสี่ยงกับงานสำคัญครับ
- สำคัญที่สุดคือ “อ้างอิงถูก + เขียนเอง” รับรองผ่านสบายครับ
พี่เป็นกำลังใจให้น้องๆ ทุกคนครับ ✌️
📌 “Plagiarism ตรวจไม่ผ่าน = จบช้า! ให้พี่ช่วยตรวจ Turnitin + แก้ซ้ำแบบมืออาชีพ ปรึกษาฟรีได้เลยครับ”
FAQ (คำถามยอดฮิต)
ดีที่สุดสำหรับงานวิจัยในมหาวิทยาลัย เพราะฐานข้อมูลวิชาการใหญ่ที่สุดครับ
ส่วนใหญ่ไม่ควรเกิน 20% แต่ขึ้นอยู่กับเกณฑ์แต่ละสถาบันครับ
ได้บางกรณี แต่ถ้าเป็น Thesis พี่ยังแนะนำ Turnitin มากกว่าครับ
ตรวจเบื้องต้นได้ครับ แต่ไม่เหมาะกับงานวิทยานิพนธ์ที่ต้องส่งจริงครับ
อย่าเพิ่งตกใจครับ ให้ดูว่าซ้ำจากอะไร แล้วแก้ด้วยการถอดความ + อ้างอิงให้ถูกต้องครับ