💡 กำลังหาข้อมูลทำวิจัยอยู่ใช่ไหม? อ่านบทความนี้จบ ทำตามได้เลย!
แต่ถ้า "ไม่มีเวลา" ให้เราช่วยดูแลให้ไหม?
📋 ประเมินราคาวิจัย (ฟรี)

สวัสดีน้องๆ ทุกคนครับ 😄
พี่ขอเดาเลย…น้องๆ หลายคนกำลังคิดว่า

“ขอแค่ก๊อปทฤษฎีการตัดสินใจจาก Google มาใส่บทที่ 2 นิดเดียว คงไม่เป็นไรหรอกมั้ง?”

พี่เข้าใจครับ…งานวิจัยมันเหนื่อยจริง บางทีสมองตันเหมือน Wi-Fi หลุดกลางสอบ 😂

แต่พี่ต้องบอกตรงๆ แบบพี่ชายใจดีว่า
การเอาข้อมูลจาก Google มาแปะตรงๆ = เสี่ยงโดนตีตกแบบไม่ทันตั้งตัวครับ

บทความนี้พี่จะพาน้องๆ เข้าใจว่า
✔ ทฤษฎีการตัดสินใจคืออะไร
✔ ทำไม “Copy-Paste” ถึงอันตราย
✔ วิธีเขียนแบบถูกต้องและดูเป็นนักวิจัยตัวจริงครับ

ทฤษฎีการตัดสินใจ (Decision Theory) คืออะไรครับ?

ทฤษฎีการตัดสินใจ เป็นศาสตร์ที่อธิบายว่า

มนุษย์ตัดสินใจอย่างไร เมื่อเจอสถานการณ์ที่ไม่แน่นอน

พูดง่ายๆ คือ…
เวลาเราต้องเลือกทางใดทางหนึ่ง ทั้งที่ข้อมูลไม่ครบ เช่น

  • จะลงทุนดีไหม
  • จะเลือกแผนธุรกิจแบบไหน
  • จะตัดสินใจซื้อหรือไม่ซื้อ

นี่แหละครับ “สนามของทฤษฎีการตัดสินใจ”

ศาสตร์นี้รวมหลายแขนงมาก เช่น

  • เศรษฐศาสตร์
  • จิตวิทยา
  • คณิตศาสตร์
  • สถิติ

เพราะการตัดสินใจไม่ใช่แค่ “คิด” แต่มีเหตุผลและอารมณ์ปนกันครับ

แล้วทำไม “เอาจาก Google มาใส่เลย” ถึงไม่เหมาะครับ?

พี่ขอพูดตรงๆ แบบจริงใจครับ

Google ไม่ผิดครับ แต่ Copy แบบไม่คิด = ผิดเต็มๆ

เพราะมันเข้าข่าย “ลอกเลียน” หรือ Plagiarism ซึ่งมหาลัยถือเป็นความผิดร้ายแรง เช่น

  • งานโดนตีตก
  • ไม่ผ่านการสอบป้องกัน
  • บางกรณีหนักสุดถึงขั้นถูกลงโทษทางวิชาการครับ

พี่เคยเห็นน้องๆ หลายคน “เกือบจบแล้ว” แต่พลาดเพราะบทที่ 2 แปะทฤษฎีมาทั้งดุ้นครับ 😅

วิธีใช้ข้อมูลจาก Google แบบฉลาด (ไม่โดนจับครับ)

พี่แนะนำแบบนี้ครับ

1. อ่านเพื่อเข้าใจ ไม่ใช่อ่านเพื่อก๊อป

Google ใช้เป็น “จุดเริ่มต้น” ได้ครับ
แต่ต้องเอามาเรียบเรียงใหม่ด้วยภาษาของเราเอง

2. ต้องมีการอ้างอิงแหล่งที่มา

ถ้าน้องใช้แนวคิดของใคร ต้องใส่ Citation ให้ถูกต้องครับ

3. เขียนแบบวิเคราะห์ ไม่ใช่แค่แปะ

เพิ่มมุมมองของเรา เช่น

  • ทฤษฎีนี้เหมาะกับงานวิจัยเราอย่างไร
  • ตัวแปรไหนเชื่อมโยงกับการตัดสินใจ
  • ทำไมต้องเลือกใช้กรอบนี้ครับ

ถ้าอ่านมาถึงตรงนี้แล้วยังรู้สึกมึนๆ หรืออยากหาคนช่วย [รับทำวิจัย] แบบมืออาชีพ ที่การันตีผลงาน ทักหาพี่ได้เลยนะครับ

มุมมองจากพี่ (ประสบการณ์ 15 ปี)

พี่เล่าเคสจริงให้ฟังครับ

เมื่อปีที่แล้ว มีน้องคนนึงทำวิจัยเรื่อง “พฤติกรรมผู้บริโภค”
เขาเอาทฤษฎีการตัดสินใจจากเว็บมาแปะทั้งหน้า

อาจารย์ถามแค่ประโยคเดียวว่า…

“นี่หนูเข้าใจจริง หรือแค่เอามาวาง?”

น้องเงียบครับ…และต้องกลับไปแก้ใหม่ทั้งบท 😅

ทริคของพี่คือ
อย่าเขียนให้เหมือนสารานุกรม
ให้เขียนเหมือน “นักวิจัยที่เลือกทฤษฎีนี้มาใช้เพราะมีเหตุผลครับ”

บทสรุป

น้องๆ จำไว้เลยครับ

  • ทฤษฎีการตัดสินใจคือศาสตร์การเลือกภายใต้ความไม่แน่นอน
  • การ Copy จาก Google ตรงๆ เสี่ยงโดนลอกเลียน
  • ทางที่ถูกคือ อ่าน–สรุป–เรียบเรียงใหม่ พร้อมอ้างอิง
  • งานวิจัยที่ดีต้องมี “ความคิดของเรา” ไม่ใช่แค่ข้อความของคนอื่นครับ

พี่เป็นกำลังใจให้นะครับ งานวิจัยผ่านได้แน่นอน ถ้าทำถูกทางครับ 💪

📌 “ทฤษฎีเยอะจนงง? บทที่ 2 เขียนไม่ออก? ให้พี่ช่วยดูฟรีครับ ทัก Line ปรึกษาได้เลย!”

❓ FAQ (คำถามที่พบบ่อย)

Q1: ใช้ Google หาข้อมูลทฤษฎีได้ไหมครับ?

ได้ครับ แต่ต้องเอามาเรียบเรียงใหม่ และอ้างอิงให้ถูกต้องครับ

Q2: Copy มาแค่ 2–3 บรรทัดถือว่าผิดไหม?

ผิดได้ครับ ถ้าไม่มีการอ้างอิง ถือว่า Plagiarism ครับ

Q3: ทฤษฎีการตัดสินใจเหมาะกับงานวิจัยแบบไหน?

เหมาะกับงานที่เกี่ยวข้องกับพฤติกรรม การเลือก การบริหาร ความเสี่ยงครับ

Q4: ถ้าไม่มั่นใจเรื่องบทที่ 2 ทำยังไงดีครับ?

ปรึกษาพี่ได้ครับ พี่ช่วยดูโครงสร้างและแนะนำแบบถูกต้องครับ

Q5: ต้องมี Citation ทุกครั้งไหม?

ถ้าใช้แนวคิดคนอื่น ต้องมีครับ เพื่อความน่าเชื่อถือและปลอดภัยครับ

RESEARCH

⚡ อ่านจบแล้ว... ยังรู้สึกว่า "งานวิจัย" เป็นเรื่องยาก? ⚡

อย่าปล่อยให้ความเครียดเรื่องธีซิสกัดกินเวลาของคุณ ให้ทีมงานมืออาชีพจาก อิมเพรส เลกาซี่ เป็นที่ปรึกษา เราพร้อมดูแลคุณทุกขั้นตอน

Line ID: @impressedu | Tel: 092-476-6638
Scroll to Top