แต่ถ้า "ไม่มีเวลา" ให้เราช่วยดูแลให้ไหม?
พี่ขอสารภาพตรงนี้เลยครับ ตลอด 15 ปีที่พี่เป็นที่ปรึกษาวิจัย พี่เจอ “บทที่ 4 พัง” เพราะเลือกสถิติผิด มากกว่างานค้างส่งอีกครับ
บางคนข้อมูลดี งานเก็บมาดี อาจารย์ก็ใจดี แต่… เลือกแบบทดสอบทางสถิติไม่ตรงกับคำถามวิจัย จบครับ กลับไปแก้ใหม่ทั้งบท
บทความนี้พี่จะพาน้องๆ ไปรู้จัก กลยุทธ์การเลือกแบบทดสอบทางสถิติที่เหมาะสมสำหรับการศึกษาวิจัย แบบเข้าใจง่าย สไตล์พี่สอนน้อง ไม่ต้องท่องสูตร แต่รู้ว่า “งานเรา ต้องใช้ตัวไหน” ครับ
กลยุทธ์การเลือกแบบทดสอบทางสถิติที่เหมาะสมสำหรับการศึกษาวิจัย (ฉบับคนไม่อยากแก้งาน)
1. เริ่มจากคำถามวิจัยก่อน อย่าเพิ่งเปิด SPSS ครับ
พี่แนะนำเลยว่า อย่าเพิ่งรีบเลือกสถิติ ให้ถามตัวเองก่อนว่า
“เรากำลังอยากรู้เรื่องอะไรจากงานวิจัยนี้?”
- อยากเปรียบเทียบไหม
- อยากดูความสัมพันธ์หรือเปล่า
- หรืออยากทำนายผล
คำถามวิจัยคือเข็มทิศครับ ถ้าเข็มทิศผิด ต่อให้สถิติสวยแค่ไหนก็หลงทางอยู่ดีครับ
2. ดูชนิดข้อมูลให้ชัด ไม่งั้นเลือกผิดตั้งแต่ต้น
อันนี้พี่เจอบ่อยมากครับ น้องๆ ชอบคิดว่า “ข้อมูลเป็นตัวเลข = ใช้ได้หมด” ❌
ลองเช็กก่อนนะครับว่า
- เป็นข้อมูลเชิงกลุ่ม (Nominal / Ordinal)
- หรือข้อมูลเชิงปริมาณ (Interval / Ratio)
เพราะชนิดข้อมูลนี่แหละครับ ที่เป็นตัวกำหนดว่า
ใช้ t-test / ANOVA / Chi-square / Correlation หรืออะไรดี
3. มีกี่กลุ่ม? ตอบตรงนี้ได้ สถิติก็เริ่มชัดแล้วครับ
พี่ถามลูกศิษย์เสมอว่า
“งานนี้เปรียบเทียบกี่กลุ่ม?”
- 2 กลุ่ม → มักหนีไม่พ้น t-test
- 3 กลุ่มขึ้นไป → มองไปที่ ANOVA
- ไม่ได้เปรียบเทียบ แต่ดูความสัมพันธ์ → Correlation หรือ Regression
ง่ายๆ เลยครับ นับกลุ่มให้ถูก สถิติก็มาเกินครึ่งแล้ว
4. อย่าลืมดูรูปแบบการวิจัย (อันนี้อาจารย์ชอบถาม!)
การออกแบบการวิจัยมีผลมากครับ
- Experimental
- Quasi-experimental
- Survey
- Case study
เช่น
- มีกลุ่มทดลอง-กลุ่มควบคุม → สถิติก็จะอีกแบบ
- วัดก่อน–หลัง → ต้องคิดเรื่อง Paired test
ตรงนี้ถ้าเลือกผิด บทที่ 3 กับบทที่ 4 จะตีกันเองครับ พี่เห็นมาเยอะแล้ว 😅
ถ้าอ่านมาถึงตรงนี้แล้วยังรู้สึกมึนๆ หรืออยากหาคนช่วย [รับทำวิจัย] แบบมืออาชีพ ที่การันตีผลงาน ทักหาพี่ได้เลยนะครับ
พี่ช่วยดูตั้งแต่คำถามวิจัย ยันเลือกสถิติให้ตรงกรรมการครับ
5. ปรึกษานักสถิติ ไม่ใช่เรื่องน่าอายครับ
พี่พูดตรงๆ เลยนะครับ
นักวิจัยเก่ง ≠ ต้องเก่งสถิติทุกคน
การปรึกษานักสถิติหรือที่ปรึกษางานวิจัย คือการลดความเสี่ยง ไม่ใช่การยอมแพ้
ดีกว่าเลือกเองแล้วโดนกรรมการถามว่า
“ทำไมถึงใช้สถิติตัวนี้ครับ?” แล้วตอบไม่ออกครับ 😅
💡 มุมมองจากพี่ (ประสบการณ์ 15 ปี)
พี่เคยเจอน้อง ป.โท คนหนึ่ง งานดีมาก เก็บข้อมูลครบ ใช้เวลาทำเป็นปี
แต่เลือก t-test ทั้งที่มีกลุ่ม 4 กลุ่ม
ผลคือ…
อาจารย์ให้แก้ใหม่ทั้งบทที่ 4
ถ้าวันนั้นน้องถามพี่ตั้งแต่แรก แก้แค่ 10 นาที แต่ต้องเสียเวลาเพิ่มอีก 2 เดือนครับ
บทเรียนคือ อย่าให้สถิติมาเป็นด่านสุดท้ายของชีวิตวิจัย นะครับ
สรุปส่งท้ายจากพี่
- เริ่มจากคำถามวิจัยก่อนเสมอ
- เช็กชนิดข้อมูลให้ชัด
- นับจำนวนกลุ่มให้ถูก
- ดูรูปแบบการวิจัยประกอบ
- ถ้าไม่มั่นใจ ปรึกษาคนมีประสบการณ์ครับ
งานวิจัยไม่ยาก ถ้าเราไม่แบกมันคนเดียวครับ ✌️
เลือกสถิติผิด = แก้งานยาว
FAQ: คำถามที่น้องๆ ถามพี่บ่อยมาก
A: ส่วนใหญ่แก้หนักที่บทที่ 3–4 ครับ แต่บางกรณีลามถึงบทที่ 5 ด้วยครับ
A: ใช้โปรแกรมได้ ≠ เลือกถูกครับ ต้องเริ่มจากคำถามวิจัยก่อนครับ
A: ไม่ยากครับ แต่ต้องเลือกให้ตรง เช่น Correlation หรือ Regression ครับ
A: ก่อนเก็บข้อมูลดีที่สุดครับ จะได้ไม่ต้องย้อนกลับมาแก้ครับ