แต่ถ้า "ไม่มีเวลา" ให้เราช่วยดูแลให้ไหม?
น้องๆ เคยไหมครับ
อาจารย์บอกว่า “ไปคิดหัวข้อวิจัยมา”
แต่เรากลับนั่งจ้องเพดาน คิดไม่ออกเลยว่าจะทำอะไรดี 😵💫
พี่เข้าใจมากครับ
เพราะปัญหาอันดับต้นๆ ของนักศึกษาคือ
“งานวิจัยมันดูยาก ซับซ้อน และใช้เวลานาน”
แต่พี่บอกเลยนะครับ
งานวิจัยไม่จำเป็นต้องใหญ่ ไม่จำเป็นต้องเทพ
แค่เลือกหัวข้อให้เหมาะ งานก็เดินได้สบายขึ้นเยอะ
บทความนี้พี่เลยรวบรวม 5 ไอเดียงานวิจัยง่ายๆ ทำได้จริง
เหมาะทั้ง ป.ตรี, ป.โท, งาน IS และคนที่เพิ่งเริ่มทำวิจัยครับ
1. งานวิจัยความพึงพอใจหรือความคิดเห็น (คลาสสิกแต่ผ่านจริง)
พี่ขอเริ่มจากแนวที่ “ปลอดภัยที่สุด” ก่อนเลยครับ
งานวิจัยแนวความพึงพอใจหรือความคิดเห็น
เป็นหัวข้อที่อาจารย์คุ้นเคย และทำง่ายมาก
จุดเด่นคือ
- ออกแบบงานไม่ยาก
- ใช้แบบสอบถามเป็นหลัก
- วิเคราะห์ข้อมูลไม่ซับซ้อนครับ
ตัวอย่างหัวข้อที่พี่เจอว่าผ่านบ่อย
- ความพึงพอใจของนักศึกษาต่อการเรียนออนไลน์
- ความคิดเห็นของพนักงานต่อการทำงานแบบ Work from Home
- ความพึงพอใจของผู้ใช้ต่อแอปพลิเคชันใดแอปหนึ่ง
👉 เหมาะมากกับ ป.ตรี, งาน IS และมือใหม่สายเชิงปริมาณครับ
2. งานวิจัยปัจจัยที่มีผลต่อพฤติกรรมหรือการตัดสินใจ
ถ้าน้องๆ เคยเห็นหัวข้อขึ้นต้นว่า
“ปัจจัยที่มีผลต่อ…”
บอกเลยครับ นี่คือของดี
เพราะหัวข้อแบบนี้
มีงานวิจัยเก่ารองรับเยอะมาก
ทำกรอบแนวคิดง่าย อาจารย์ไม่งง
ตัวอย่างหัวข้อยอดนิยม
- ปัจจัยที่มีผลต่อการเลือกเรียนต่อของนักศึกษา
- ปัจจัยที่มีผลต่อการใช้สื่อสังคมออนไลน์
- ปัจจัยที่มีผลต่อการตัดสินใจซื้อสินค้าออนไลน์
ข้อดีคือ
- ใช้สถิติพื้นฐานก็เอาอยู่
- ต่อเป็นวิจัยเชิงลึกได้ในอนาคตครับ
ถ้าอ่านมาถึงตรงนี้แล้วยังรู้สึกมึนๆ หรืออยากหาคนช่วย [รับทำวิจัย] แบบมืออาชีพ ที่การันตีผลงาน ทักหาพี่ได้เลยนะครับ
3. งานวิจัยเปรียบเทียบ (ก่อน–หลัง หรือระหว่างกลุ่ม)
ถ้าน้องๆ สายการศึกษา หรือทำวิจัยในชั้นเรียน
พี่แนะนำแนว “เปรียบเทียบ” เลยครับ
ไม่ต้องซับซ้อน แค่ทำให้เห็นความแตกต่างชัดๆ
ตัวอย่างหัวข้อ
- เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ก่อนและหลังใช้สื่อการเรียนรู้
- เปรียบเทียบทัศนคติของนักศึกษาสองกลุ่ม
- เปรียบเทียบพฤติกรรมการใช้เทคโนโลยีของแต่ละช่วงวัย
👉 แนวนี้เหมาะกับ
งานวิจัยในชั้นเรียน, งาน IS และวิจัยขนาดเล็กครับ
4. งานวิจัยเกี่ยวกับเทคโนโลยีหรือสื่อดิจิทัล (ใกล้ตัวสุด)
ยุคนี้ไม่ทำเรื่องเทคโนโลยี ถือว่าพลาดครับ 😄
หัวข้อแนวนี้
- กลุ่มตัวอย่างหาไม่ยาก
- เก็บข้อมูลออนไลน์ได้
- เครื่องมือวิจัยออกแบบง่ายมาก
ตัวอย่างหัวข้อที่ทำได้จริง
- การใช้ Google Classroom หรือ LMS ในการเรียน
- การใช้สื่อสังคมออนไลน์กับการเรียนรู้
- ทัศนคติของผู้ใช้ต่อแพลตฟอร์มออนไลน์
เหมาะทุกระดับเลยครับ ตั้งแต่ ป.ตรี ถึง ป.โท
5. งานวิจัยเชิงเอกสาร (สายไม่ลงภาคสนาม)
ถ้าน้องๆ ไม่มีเวลาลงพื้นที่
หรือไม่สะดวกเก็บข้อมูล
พี่แนะนำ วิจัยเชิงเอกสาร เลยครับ
เน้นอ่าน วิเคราะห์ และสังเคราะห์งานวิจัยเดิม
ตัวอย่างหัวข้อ
- แนวคิดการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21
- การทบทวนงานวิจัยด้านเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา
- แนวโน้มงานวิจัยในสาขาใดสาขาหนึ่ง
👉 เหมาะกับ
งาน IS, รายงานวิชาการ และคนถนัดอ่านครับ
💡 มุมมองจากพี่ (ประสบการณ์ 15 ปี)
พี่เจอน้องหลายคนครับ
เลือกหัวข้อใหญ่เกิน ทำไม่ไหว สุดท้ายต้องเปลี่ยนใหม่
แต่พอน้องลดขนาดหัวข้อ
เลือกแนวที่ “ข้อมูลหาได้จริง”
งานเดินไวขึ้นแบบเห็นชัด
พี่อยากฝากไว้เลยครับ
งานวิจัยที่ดี ไม่ใช่งานที่ดูยาก
แต่งานที่ทำเสร็จและสอบผ่านได้จริง ครับ
สรุป
- งานวิจัยไม่จำเป็นต้องยาก
- เลือกไอเดียให้เหมาะกับตัวเองและเวลา
- ทั้ง 5 แนวนี้ทำได้จริง และอาจารย์คุ้นเคย
- เริ่มจากง่าย แล้วค่อยต่อยอดครับ
พี่เป็นกำลังใจให้น้องๆ ทุกคนผ่านงานวิจัยไปได้ครับ 💪📘
“ยังคิดหัวข้อวิจัยไม่ออกใช่ไหม? ให้พี่ช่วยวางแนวให้ผ่านตั้งแต่ต้นครับ”
FAQ คำถามที่พบบ่อย
A: ความพึงพอใจ หรือปัจจัยที่มีผลต่อพฤติกรรมครับ
A: ได้เลยครับ เหมาะมากด้วย
A: ไม่ต้องใหม่สุด ขอให้มีมุมของเราและทำได้จริงครับ
A: เลือกวิจัยเชิงเอกสารครับ
A: ได้ครับ ถ้ากรอบแนวคิดและการวิเคราะห์ชัดครับ