💡 กำลังหาข้อมูลทำวิจัยอยู่ใช่ไหม? อ่านบทความนี้จบ ทำตามได้เลย!
แต่ถ้า "ไม่มีเวลา" ให้เราช่วยดูแลให้ไหม?
📋 ประเมินราคาวิจัย (ฟรี)

น้องๆ เคยไหมครับ…เปิดไฟล์ Word มาแล้วจ้องหน้า “บทนำการวิจัย” เหมือนจ้องหน้าคนที่แอบชอบ แต่ไม่รู้จะเริ่มคุยยังไง 😂

พี่เข้าใจเลยครับ เพราะบทนำมันคือ “ประตูด่านแรก” ของงานวิจัย ถ้าเปิดมาแล้วไม่น่าสนใจ กรรมการก็พร้อมจะวางทันทีครับ

วันนี้พี่จะพาน้องๆ มาดู ขั้นตอนเขียนบทนำการวิจัยให้มีประสิทธิภาพ แบบจับมือทำ อ่านจบแล้วเขียนต่อได้ทันทีครับ

Table of Contents

✅บทนำการวิจัยคืออะไร ทำไมสำคัญขนาดนี้ครับ?

บทนำการวิจัยคือส่วนที่ทำหน้าที่เหมือน “เทรลเลอร์หนัง” ครับ
ต้องทำให้คนอ่านรู้ว่า…

  • เรื่องนี้เกี่ยวกับอะไร
  • ทำไมมันสำคัญ
  • มีปัญหาอะไรที่ต้องแก้
  • งานเราจะช่วยอะไรได้

ถ้าบทนำดี งานทั้งเล่มก็เหมือนติดเทอร์โบครับ

📌องค์ประกอบหลักของบทนำการวิจัย (ต้องมีครบ)

พี่สรุปให้แบบเข้าใจง่ายนะครับ บทนำที่ดีมักมี 5 อย่างนี้ครับ

1. ข้อมูลความเป็นมา (Background)

เล่าให้ผู้อ่านเข้าใจว่าเรื่องนี้มีที่มาที่ไปยังไง สำคัญแค่ไหนครับ

2. คำชี้แจงปัญหา (Problem Statement)

บอกให้ชัดว่า “ช่องว่าง” หรือปัญหาที่เราจะศึกษาคืออะไรครับ

3. วัตถุประสงค์การวิจัย (Objectives)

งานนี้ทำเพื่ออะไร ต้องตอบคำถามอะไรให้ได้ครับ

4. สมมติฐาน (Hypothesis) ถ้ามี

ถ้างานน้องเป็นเชิงทดลอง ต้องระบุสิ่งที่จะทดสอบครับ

5. ความสำคัญของการศึกษา (Significance)

งานนี้มีประโยชน์กับใคร ส่งผลต่อวงการยังไงครับ

🔥8 ขั้นตอนเขียนบทนำการวิจัยให้ปัง (ทำตามนี้เลยครับ)

1. รู้ก่อนว่าบทนำต้องมีอะไร

ก่อนจะพิมพ์แม้แต่คำเดียว พี่แนะนำให้น้องวางโครงก่อนครับ
ไม่งั้นเขียนไปจะหลงทางเหมือนเดินตลาดนัดแล้วลืมว่ามาซื้ออะไรครับ 😂

2. เปิดเรื่องให้โดนใจตั้งแต่ประโยคแรก

อย่าเริ่มแบบ “งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ…” ทันทีครับ
ลองเปิดด้วยคำถาม หรือข้อเท็จจริงที่ชวนคิดครับ

3. ใส่ข้อมูลพื้นฐานเท่าที่จำเป็น

เล่าภาพรวมสั้นๆ ว่าหัวข้อนี้มีความเป็นมายังไง
ไม่ต้องยาวเหมือนเล่านิยาย 3 ภาคครับ

4. เขียนปัญหาให้ชัดแบบตบโต๊ะ

ตรงนี้สำคัญมากครับ
ต้องตอบให้ได้ว่า…

“ทำไมต้องทำวิจัยเรื่องนี้?”

ถ้ากรรมการอ่านแล้วยังงง งานจะลำบากครับ

5. บอกวัตถุประสงค์แบบตรงประเด็น

วัตถุประสงค์ต้องชัด วัดผลได้ ไม่ลอยๆ ครับ

เช่น
❌ เพื่อศึกษาบางอย่าง
✅ เพื่อศึกษาปัจจัยที่ส่งผลต่อ…

ถ้าอ่านมาถึงตรงนี้แล้วยังรู้สึกมึนๆ หรืออยากหาคนช่วย [รับทำวิจัย] แบบมืออาชีพ ที่การันตีผลงาน ทักหาพี่ได้เลยนะครับ

6. ใส่สมมติฐาน (ถ้างานมีการทดสอบ)

ถ้าน้องทำงานเชิงทดลอง ต้องบอกเลยครับว่าเราคาดหวังผลอะไร

สมมติฐานเหมือน “คำทำนาย” ที่เราจะพิสูจน์ครับ

7. อธิบายความสำคัญให้คนอ่านอยากรู้ต่อ

ตอบคำถามนี้ให้ได้ครับ

“แล้วงานนี้จะเปลี่ยนอะไรได้บ้าง?”

ถ้าทำให้วงการดีขึ้น หรือช่วยสังคมได้ กรรมการจะยิ้มครับ

8. ปิดท้ายบทนำแบบมีทางไปต่อ

สรุปสั้นๆ ว่างานนี้จะศึกษาอะไร และบทต่อไปจะพูดถึงอะไรครับ
เหมือนปิดฉากแรกแล้วพาคนดูเข้าสู่ตอนต่อไปครับ

💡มุมมองจากพี่ (ประสบการณ์ 15 ปี)

พี่เคยเจอน้องคนนึงครับ เขียนบทนำมา 10 หน้า แต่กรรมการบอกว่า
“อ่านจบแล้วยังไม่รู้จะวิจัยอะไร”

สาเหตุคือใส่ Background เยอะเกิน แต่ Problem Statement ไม่ชัดครับ

เทคนิคลับของพี่คือ…
👉 เขียนปัญหาให้เหมือนประโยคเดียวที่ตบโต๊ะได้

ถ้าทำได้ งานจะผ่านง่ายขึ้นเยอะครับ

✅สรุป

บทนำการวิจัยที่ดีต้องมีครบทั้งความเป็นมา ปัญหา วัตถุประสงค์ และความสำคัญครับ
ทำตาม 8 ขั้นตอนนี้ น้องๆ จะเขียนได้ชัดขึ้น อ่านสนุกขึ้น และกรรมการจับใจครับ
อย่าลืมครับ บทนำดี = งานทั้งเล่มดูโปรครับ 💪

“บทนำวิจัยเขียนไม่ออก? ให้พี่ช่วยดูโครงสร้างให้ฟรีครับ ทัก Line ได้เลย!”

❓FAQ คำถามที่น้องๆ ถามบ่อย

Q1: บทนำวิจัยควรยาวกี่หน้า?

โดยทั่วไป 3-5 หน้า กำลังดีครับ ขึ้นอยู่กับสาขาด้วยครับ

Q2: จำเป็นต้องมีสมมติฐานทุกงานไหม?

ไม่จำเป็นครับ มีเฉพาะงานเชิงทดลองหรือเชิงปริมาณครับ

Q3: Background ต้องใส่อ้างอิงไหม?

ควรใส่ครับ เพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือและกันโดนหาว่ามโนครับ

Q4: Problem Statement เขียนยังไงให้ชัด?

ใช้สูตร “ปัจจุบันมีปัญหาอะไร + ช่องว่างความรู้ + งานนี้จะเติมเต็มอะไร” ครับ

Q5: ถ้าเขียนไม่เป็นเลยทำไงดี?

ทักพี่ได้ครับ พี่ช่วยดูให้จนผ่านครับ

RESEARCH

⚡ อ่านจบแล้ว... ยังรู้สึกว่า "งานวิจัย" เป็นเรื่องยาก? ⚡

อย่าปล่อยให้ความเครียดเรื่องธีซิสกัดกินเวลาของคุณ ให้ทีมงานมืออาชีพจาก อิมเพรส เลกาซี่ เป็นที่ปรึกษา เราพร้อมดูแลคุณทุกขั้นตอน

Line ID: @impressedu | Tel: 092-476-6638
Scroll to Top