💡 กำลังหาข้อมูลทำวิจัยอยู่ใช่ไหม? อ่านบทความนี้จบ ทำตามได้เลย!
แต่ถ้า "ไม่มีเวลา" ให้เราช่วยดูแลให้ไหม?
📋 ประเมินราคาวิจัย (ฟรี)

น้องๆ เคยไหมครับ
นั่งหน้าคอม เปิด Google ไปชั่วโมงกว่า
ได้สิ่งเดียวคือ… ความเหนื่อย 😵‍💫

หัวข้อก็ยังไม่มา
ไอเดียก็ยังไม่เกิด
แถมเส้นตายก็เดินเข้ามาใกล้เรื่อยๆ

พี่บอกตรงนี้เลยครับ
การหางานวิจัยที่น่าสนใจ ไม่จำเป็นต้องใช้เวลามาก
ถ้าน้องรู้ “จุดที่ควรหา” และ “วิธีที่ควรคิด”

บทความนี้พี่สรุปให้แบบใช้งานจริง
12 วิธีหางานวิจัยที่น่าสนใจ
สำหรับคนที่ไม่อยากหมดเวลาไปกับการไถไร้ทิศทางครับ


Table of Contents

ทำไมเราหางานวิจัยไม่เจอ ทั้งที่อ่านเยอะ?

พี่เจอบ่อยมากครับ

  • อ่านทุกอย่าง แต่ไม่รู้จะหยิบอะไรมาใช้
  • มองหาหัวข้อ “ว้าว” จนลืมความเป็นไปได้
  • เสิร์ชแบบกว้างเกิน งานเลยไม่ชัด

จริงๆ ไม่ใช่น้องไม่เก่งนะครับ
แต่น้องยัง หาไม่ถูกจุด เท่านั้นเอง


12 วิธีหางานวิจัยที่น่าสนใจ โดยไม่ต้องเปลืองเวลา

1. เริ่มจาก “ปัญหาที่เจอจริง” รอบตัว

พี่แนะนำเลยครับ
งานวิจัยที่เขียนง่ายที่สุด
คือปัญหาที่น้องเจออยู่แล้ว

ไม่ต้องคิดใหญ่
แค่คิดว่า

อะไรที่มันน่าหงุดหงิด และอยากรู้ว่าจะแก้ยังไง


2. ดูหัวข้อจากเล่มรุ่นพี่ แล้ว “เปลี่ยนมุม”

ไม่ต้องหนีงานเก่า
แต่ อย่าทำซ้ำตรงๆ

เปลี่ยน

  • กลุ่มตัวอย่าง
  • พื้นที่
  • ช่วงเวลา

หัวข้อใหม่จะเกิดทันทีครับ


3. ใช้ Google Scholar แบบฉลาด

ไม่ต้องอ่านทั้งเล่มครับ
ดูแค่

  • Title
  • Abstract
  • Conclusion

พอแล้วสำหรับหาไอเดียครับ


4. ดู “ข้อเสนอแนะเพื่อการวิจัยในอนาคต”

พี่ชอบจุดนี้ที่สุดครับ
เพราะมันคือ

งานที่ยังไม่มีใครทำ

หยิบมาต่อยอดได้เลย ประหยัดเวลามากครับ


5. เลือกหัวข้อที่ “ข้อมูลหาได้ง่าย”

หัวข้อดีแค่ไหน
ถ้าเก็บข้อมูลไม่ได้ = จบครับ

พี่แนะนำว่า
คิดถึงความเป็นจริงก่อน
แล้วค่อยคิดความเท่ครับ


6. เอาสถานการณ์ปัจจุบันมาเป็นตัวช่วย

เช่น

  • เทคโนโลยี
  • พฤติกรรมใหม่
  • นโยบายรัฐ

แค่โยงให้ถูก
หัวข้อจะดูใหม่ขึ้นทันทีครับ


ขอแทรกนิดนึงนะครับ
ถ้าอ่านมาถึงตรงนี้แล้วยังรู้สึกคิดไม่ออก หรืออยากให้มีคนช่วยคัดหัวข้อให้ตรงสาขา [รับทำวิจัย] แบบมืออาชีพ ที่ดูแลจนจบ พี่ช่วยได้ครับ


7. ตั้งคำถามง่ายๆ แทนการตั้งหัวข้อ

อย่าเพิ่งคิดชื่อเรื่องครับ
ให้คิดเป็นคำถามก่อน เช่น

  • ทำไม…
  • อะไรส่งผลต่อ…
  • เพราะอะไร…

พอคำถามชัด
หัวข้อจะตามมาเองครับ


8. เลี่ยงหัวข้อที่ต้อง “ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะ”

ถ้าหัวข้อต้องใช้เครื่องมือหรือความรู้ขั้นสูง
แต่น้องยังไม่ถนัด
พี่แนะนำว่าเลี่ยงครับ

เลือกหัวข้อที่ “เราคุมได้” จะปลอดภัยกว่า


9. ใช้หัวข้อเล็ก แต่ลึก

หัวข้อไม่ต้องกว้าง
แค่ลึกและชัด

อาจารย์ชอบ
น้องเขียนง่าย
ทุกฝ่ายสบายใจครับ


10. คิดจากผลลัพธ์ที่อยากได้

ลองถามตัวเองว่า

ถ้าทำเสร็จ อยากรู้อะไรที่สุด

คำตอบนั้น
มักจะเป็นหัวข้อวิจัยที่ดีครับ


11. อย่าเสียเวลากับหัวข้อที่ “ทำไม่ได้จริง”

พี่พูดตรงๆ นะครับ
หัวข้อที่ดูเท่
แต่ต้องใช้เวลาเก็บข้อมูลเป็นปี
ไม่เหมาะกับการเรียนครับ


12. ถ้าใช้เวลาเกิน 3 วัน แปลว่าต้องขอคำปรึกษา

หาหัวข้อเกิน 3 วันแล้วยังไม่ชัด
อย่าฝืนครับ

การคุยกับคนมีประสบการณ์
ประหยัดเวลาน้องได้เป็นเดือนจริงๆ ครับ


💡 มุมมองจากพี่ (ประสบการณ์ 15 ปี)

พี่เคยเจอน้องคนหนึ่ง
หาหัวข้ออยู่ 2 เดือน
ยังไม่เริ่มเขียน

พี่คุยด้วยแค่ 30 นาที
ถามคำถาม 5 ข้อ
หัวข้อออกมา 3 เรื่อง

ไม่ใช่เพราะพี่เก่งนะครับ
แต่เพราะ น้องไม่ควรต้องคิดคนเดียว


สรุปให้น้องเข้าใจ

  • งานวิจัยที่น่าสนใจ ไม่จำเป็นต้องใช้เวลามาก
  • หาให้ถูกจุด จะประหยัดแรงไปเยอะ
  • หัวข้อที่ดี คือหัวข้อที่ทำได้จริง
  • ถ้าตัน อย่าฝืน พี่พร้อมช่วยครับ

เสียเวลาหาหัวข้ออยู่ไหม? ให้พี่ช่วยคัดหัวข้อวิจัยที่ทำได้จริง จบได้จริง ปรึกษาฟรี

RESEARCH

⚡ อ่านจบแล้ว... ยังรู้สึกว่า "งานวิจัย" เป็นเรื่องยาก? ⚡

อย่าปล่อยให้ความเครียดเรื่องธีซิสกัดกินเวลาของคุณ ให้ทีมงานมืออาชีพจาก อิมเพรส เลกาซี่ เป็นที่ปรึกษา เราพร้อมดูแลคุณทุกขั้นตอน

Line ID: @impressedu | Tel: 092-476-6638
Scroll to Top