💡 กำลังหาข้อมูลทำวิจัยอยู่ใช่ไหม? อ่านบทความนี้จบ ทำตามได้เลย!
แต่ถ้า "ไม่มีเวลา" ให้เราช่วยดูแลให้ไหม?
📋 ประเมินราคาวิจัย (ฟรี)

พี่ขอเล่าตรงๆ ก่อนครับ 😅

น้องๆ เคยไหมครับ…
ตั้งใจทำแบบสอบถามอย่างดี แต่พอส่งลิงก์ให้กลุ่มตัวอย่าง
❌ คำถามงง
❌ คนไม่อยากตอบ
❌ ข้อมูลที่ได้เอาไปวิเคราะห์ต่อไม่ได้

พี่เจอมาเยอะมากครับ โดยเฉพาะน้องที่เพิ่งเริ่มทำวิจัยใหม่ๆ
ข่าวดีคือ Google Forms ช่วยเราได้ ถ้าใช้ “เป็น” ครับ

บทความนี้พี่จะพาน้องๆ ตั้งแต่ สร้าง → ใช้ → เก็บ → วิเคราะห์
แบบที่อาจารย์อ่านแล้วไม่ขมวดคิ้วครับ 😉

Google Forms คืออะไร? ทำไมนักวิจัยต้องใช้ครับ

พูดกันแบบบ้านๆ Google Forms คือเครื่องมือสร้างแบบสอบถามออนไลน์ฟรี
ใช้ง่าย ไม่ต้องติดตั้ง เก็บข้อมูลได้แบบเรียลไทม์ครับ

พี่ขอสรุปสั้นๆ ว่าเหมาะมาก เพราะ

  • แจกแบบสอบถามได้ไว
  • กลุ่มตัวอย่างตอบจากที่ไหนก็ได้
  • ข้อมูลไม่หาย ไม่เลื่อน ไม่เพี้ยน
  • เอาไปวิเคราะห์ต่อใน Excel / Google Sheets / SPSS ได้สบายครับ

ขั้นตอนที่ 1: สร้าง Google Forms ใหม่ (เริ่มให้ถูกตั้งแต่แรกครับ)

  1. ล็อกอินบัญชี Google
  2. เข้า Google Forms
  3. กดปุ่ม “+” เพื่อสร้างฟอร์มใหม่

ตรงนี้พี่แนะนำว่า อย่ารีบพิมพ์คำถามทันที
ให้ตั้งชื่อฟอร์ม + คำอธิบายวัตถุประสงค์สั้นๆ ก่อนครับ
เพราะอาจารย์ชอบดูจุดนี้มากกว่าที่คิดครับ

ขั้นตอนที่ 2: เพิ่มคำถามแบบไม่หลอกกลุ่มตัวอย่าง

Google Forms มีประเภทคำถามให้เลือกเพียบครับ เช่น

  • คำตอบสั้น
  • หลายตัวเลือก
  • มาตรประมาณค่า (Likert Scale)
  • ย่อหน้า

พี่เตือนเลยนะครับ ❗

คำถามดี = ข้อมูลดี

อย่าใช้คำถามกำกวม อย่าใส่อคติลงไป
และอย่าลืมจัดกลุ่มคำถามเป็น “ตอน” เพื่อให้อ่านง่ายครับ

ขั้นตอนที่ 3: ตั้งค่าฟอร์มให้รอด ไม่โดนอาจารย์ทัก

ลองเช็กสิ่งนี้ก่อนแชร์ครับ

  • บังคับตอบคำถามสำคัญหรือยัง
  • จำกัด 1 คนตอบ 1 ครั้งไหม
  • ต้องการเก็บอีเมลผู้ตอบหรือเปล่า (เรื่องจริยธรรมสำคัญมากครับ)

📌 ตรงนี้แหละครับที่หลายงาน “ตกม้าตาย” โดยไม่รู้ตัว

ถ้าอ่านมาถึงตรงนี้แล้วยังรู้สึกมึนๆ หรืออยากหาคนช่วย [รับทำวิจัย] แบบมืออาชีพ ที่การันตีผลงาน ทักหาพี่ได้เลยนะครับ

ขั้นตอนที่ 4: ทดลองก่อนใช้จริง (อย่าข้ามนะครับ)

พี่ขอเน้นตัวโตๆ เลยครับ
👉 ต้องกดดูตัวอย่างและลองกรอกเองทุกครั้ง

เพราะบางที

  • ตัวเลือกไม่ครบ
  • คำถามเรียงผิด
  • ตอบแล้วไปหน้าต่อไปไม่ได้

เช็กตอนนี้ ดีกว่าแก้หลังเก็บข้อมูลแล้วครับ

ขั้นตอนที่ 5: แชร์ฟอร์มแบบมืออาชีพ

Google Forms แชร์ได้หลายทางครับ

  • ส่งลิงก์ทาง Line / Email
  • ฝังในเว็บไซต์
  • จำกัดเฉพาะอีเมลที่เชิญ

พี่แนะนำว่า ถ้าเป็นงานวิจัยจริง
ควรแนบ คำชี้แจงงานวิจัย + ความยินยอม (Consent) ไปด้วยครับ

ขั้นตอนที่ 6–7: เก็บ วิเคราะห์ และส่งต่อข้อมูล

เมื่อมีคนตอบ

  • ข้อมูลจะเข้าแท็บ “การตอบกลับ” ทันที
  • ดูกราฟสรุปได้เลย
  • หรือกดเชื่อม Google Sheets เพื่อวิเคราะห์ต่อ

ข้อดีมากคือ
👉 ข้อมูลไม่ต้องมานั่งพิมพ์ใหม่
👉 ลด Human Error ไปเยอะมากครับ

💡 มุมมองจากพี่ (ประสบการณ์ 15 ปี)

พี่เคยเจอน้องทำวิจัยดีมาก แต่ใช้ Google Forms แบบ “ถามอะไรก็ได้”
ผลคือข้อมูลวิเคราะห์ไม่ได้ ต้องกลับไปเก็บใหม่ทั้งชุดครับ 😢

เทคนิคลับของพี่คือ

  • ออกแบบคำถามจาก “ตัวแปร” ก่อน
  • ทำ Flow คำถามเหมือนเล่าเรื่อง
  • ให้คนทั่วไปอ่านแล้วเข้าใจใน 10 วินาทีครับ

จำไว้นะครับ

Google Forms ไม่ได้ช่วยงานวิจัย ถ้าน้องไม่คิดแบบนักวิจัยก่อนครับ

สรุปส่งท้ายจากพี่ครับ 💙

  • Google Forms คือเครื่องมือที่ทรงพลังมาก
  • ใช้ง่าย ฟรี และเหมาะกับงานวิจัยทุกระดับ
  • ถ้าออกแบบดี = วิเคราะห์ง่าย = งานผ่านเร็ว
  • ใช้ให้ถูกตั้งแต่แรก ช่วยประหยัดเวลาไปเป็นเดือนครับ

พี่เป็นกำลังใจให้น้องๆ ทุกคนครับ ✌️

“แบบสอบถามพัง งานวิจัยไม่ผ่าน? ให้พี่ช่วยออกแบบ Google Forms ให้ผ่านตั้งแต่รอบแรกครับ”

FAQ คำถามที่น้องๆ ถามพี่บ่อยครับ

Q1: Google Forms ใช้ทำวิจัยจริงได้ไหมครับ

ได้แน่นอนครับ ถ้าออกแบบคำถามถูกต้องและมีจริยธรรมการวิจัยครบครับ

Q2: ใช้ Google Forms กับงานวิจัยเชิงปริมาณได้ไหม

ได้ดีมากครับ โดยเฉพาะแบบสอบถามมาตรประมาณค่า

Q3: ข้อมูลจาก Google Forms เอาไปใช้ SPSS ได้ไหม

ได้ครับ ดาวน์โหลดเป็น Excel แล้วนำเข้า SPSS ได้เลยครับ

Q4: จำเป็นต้องเก็บอีเมลผู้ตอบไหม

ไม่จำเป็นเสมอไปครับ ขึ้นกับงานวิจัยและจริยธรรมที่กำหนดครับ

RESEARCH

⚡ อ่านจบแล้ว... ยังรู้สึกว่า "งานวิจัย" เป็นเรื่องยาก? ⚡

อย่าปล่อยให้ความเครียดเรื่องธีซิสกัดกินเวลาของคุณ ให้ทีมงานมืออาชีพจาก อิมเพรส เลกาซี่ เป็นที่ปรึกษา เราพร้อมดูแลคุณทุกขั้นตอน

Line ID: @impressedu | Tel: 092-476-6638
Scroll to Top