💡 กำลังหาข้อมูลทำวิจัยอยู่ใช่ไหม? อ่านบทความนี้จบ ทำตามได้เลย!
แต่ถ้า "ไม่มีเวลา" ให้เราช่วยดูแลให้ไหม?
📋 ประเมินราคาวิจัย (ฟรี)

น้องๆ เคยไหมครับ… เปิด Google หา “Growth Mindset” แล้วเจอบทความเป็นร้อย อ่านไปอ่านมาเหมือนวนอยู่ในเขาวงกต 🤯
สุดท้ายสรุปไม่ถูกว่า “ต้องเขียนทบทวนวรรณกรรมยังไงให้อาจารย์พยักหน้า”

ไม่ต้องห่วงครับ พี่อยู่ตรงนี้เอง 😄
บทความนี้พี่จะพาน้องๆ ทำแบบ step-by-step ว่า ทบทวนวรรณกรรมในหัวข้อความคิดในการเติบโต ต้องทำยังไงให้เป๊ะ อ่านง่าย และดูเป็นงานวิจัยมือโปรครับ

1. เริ่มจากคำถามวิจัยให้ชัดก่อนครับ

ก่อนจะไปหาเอกสาร น้องต้องตอบให้ได้ว่า…

👉 “เราจะศึกษาความคิดในการเติบโตในมุมไหน?”

ตัวอย่างเช่น

  • Growth Mindset ส่งผลต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนไหม
  • Growth Mindset เกี่ยวกับแรงจูงใจของนักเรียนยังไง
  • ครูสามารถพัฒนา Growth Mindset ได้ด้วยวิธีไหน

คำถามชัด = ทบทวนวรรณกรรมไม่หลงทางครับ

2. ค้นหาวรรณกรรมแบบมีเป้าหมายครับ

พี่แนะนำว่าอย่าเสิร์ชมั่วๆ นะครับ เดี๋ยวตาลายก่อนจบบทที่ 2 😂

แหล่งที่ควรใช้ เช่น

  • Google Scholar
  • ฐานข้อมูล Scopus / ERIC
  • วารสารด้านจิตวิทยาการศึกษา

Keyword ที่ลองใช้ได้

  • Growth Mindset AND Academic Achievement
  • Mindset Theory Carol Dweck
  • Fixed vs Growth Mindset in Education

3. อ่านแล้วต้อง “คัดกรอง” ไม่ใช่เก็บหมดครับ

ไม่ใช่ทุกบทความจะเหมาะกับงานเรา

น้องลองเช็ก 3 อย่างนี้ครับ
✅ งานใหม่ไม่เก่าเกินไป (5-10 ปีล่าสุด)
✅ ผู้เขียนน่าเชื่อถือ
✅ วิธีวิจัยชัดเจน มีข้อมูลรองรับ

อ่านแบบเลือก ไม่ใช่อ่านแบบแบกทั้งห้องสมุดครับ 😅

4. สรุปและจัดกลุ่มเนื้อหาให้อ่านง่ายครับ

ตรงนี้สำคัญมาก เพราะบทที่ 2 ไม่ใช่ที่ก๊อปบทความมาแปะนะครับ

พี่แนะนำให้จัดเป็นหัวข้อย่อย เช่น

  • แนวคิด Growth Mindset คืออะไร
  • ทฤษฎีของ Carol Dweck
  • งานวิจัยที่สนับสนุน Growth Mindset
  • งานวิจัยที่พบผลต่างหรือขัดแย้ง

แบบนี้อาจารย์อ่านแล้วจับประเด็นง่ายครับ

ถ้าอ่านมาถึงตรงนี้แล้วยังรู้สึกมึนๆ หรืออยากหาคนช่วย [รับทำวิจัย] แบบมืออาชีพ ที่การันตีผลงาน ทักหาพี่ได้เลยนะครับ

5. อย่าลืมหาช่องว่างงานวิจัยครับ

การทบทวนวรรณกรรมที่ดีต้องตอบได้ว่า…

📌 “แล้วมันยังขาดอะไร?”

ตัวอย่างช่องว่าง เช่น

  • ยังไม่มีงานวิจัยในบริบทโรงเรียนไทย
  • งานส่วนใหญ่ศึกษาในมหาวิทยาลัย ไม่ใช่มัธยม
  • ผลการวิจัยบางชิ้นขัดแย้งกัน

ช่องว่างนี่แหละครับ คือจุดขายของงานเรา

6. ปิดท้ายด้วยการอ้างอิงให้ถูกต้องครับ

อย่าลืมใส่ Reference ตามรูปแบบที่มหาลัยกำหนด เช่น APA, MLA

เพราะอ้างอิงผิดนี่… อาจารย์ไม่ขำด้วยนะครับ 😭

💡 มุมมองจากพี่ (ประสบการณ์ 15 ปี)

พี่เจอน้องหลายคน “บทที่ 2 ไม่ผ่าน” ไม่ใช่เพราะหาเอกสารไม่เจอครับ
แต่เพราะ สรุปไม่เป็น และ เรียงเนื้อหาไม่เป็นระบบ

เคสหนึ่ง น้องรวบรวมมา 40 งานวิจัย แต่เขียนเหมือนเล่าเรียงทีละบทความ
อาจารย์บอกเลยว่า “นี่ไม่ใช่ทบทวนวรรณกรรม นี่คือกองเอกสารครับ” 😂

เทคนิคพี่คือ
👉 จัดเป็น Theme
👉 เชื่อมโยงงานวิจัยเข้าหากัน
👉 ปิดท้ายด้วยช่องว่างเสมอ

ทำแบบนี้ บทที่ 2 ผ่านง่ายขึ้นเยอะครับ

บทสรุป

การทบทวนวรรณกรรมเรื่อง ความคิดในการเติบโต ต้องทำแบบมีระบบครับ

  1. ตั้งคำถามวิจัยให้ชัด
  2. ค้นเอกสารจากแหล่งน่าเชื่อถือ
  3. คัดกรองงานคุณภาพ
  4. สรุปแบบจัดหมวดหมู่
  5. หา Research Gap ให้เจอ
  6. อ้างอิงให้ถูกต้อง

ทำได้แบบนี้ บทที่ 2 จะเป็นอาวุธสำคัญให้งานวิจัยผ่านฉลุยครับ 💪

📌 “บทที่ 2 ยังไม่ผ่าน? งานวิจัยมันยาก ให้พี่ช่วยไหมครับ ปรึกษาฟรีได้ที่ Line เลย!”

❓ FAQ (คำถามที่พบบ่อย)

Q1: Growth Mindset คืออะไรครับ

A: คือแนวคิดที่เชื่อว่าความสามารถพัฒนาได้ผ่านความพยายามและการเรียนรู้ครับ

Q2: ทบทวนวรรณกรรมต้องใช้กี่งานวิจัยครับ

A: โดยทั่วไปประมาณ 15-30 แหล่ง ขึ้นอยู่กับระดับปริญญาและหัวข้อครับ

Q3: ต้องใช้บทความใหม่แค่ไหนครับ

A: พี่แนะนำไม่เกิน 5-10 ปีล่าสุด ยกเว้นทฤษฎีหลักครับ

Q4: ถ้าสรุปวรรณกรรมไม่เก่งทำยังไงครับ

A: ใช้วิธีจัดกลุ่มเป็น Theme แล้วเขียนเชื่อมโยงแทนการเล่าทีละเรื่องครับ

Q5: Growth Mindset เหมาะกับงานวิจัยด้านการศึกษาหรือไม่ครับ

A: เหมาะมากครับ เพราะเกี่ยวกับการพัฒนาผู้เรียนโดยตรง

RESEARCH

⚡ อ่านจบแล้ว... ยังรู้สึกว่า "งานวิจัย" เป็นเรื่องยาก? ⚡

อย่าปล่อยให้ความเครียดเรื่องธีซิสกัดกินเวลาของคุณ ให้ทีมงานมืออาชีพจาก อิมเพรส เลกาซี่ เป็นที่ปรึกษา เราพร้อมดูแลคุณทุกขั้นตอน

Line ID: @impressedu | Tel: 092-476-6638
Scroll to Top