💡 กำลังหาข้อมูลทำวิจัยอยู่ใช่ไหม? อ่านบทความนี้จบ ทำตามได้เลย!
แต่ถ้า "ไม่มีเวลา" ให้เราช่วยดูแลให้ไหม?
📋 ประเมินราคาวิจัย (ฟรี)

น้องๆ เคยไหมครับ…เขียนวิทยานิพนธ์แทบตาย
พอถึงวันตรวจ i-Thesis คะแนนเด้งขึ้นเหมือนหุ้นคริปโต 😂

บางคนถึงขั้นคิดว่า “หรือเราจะไม่จบแล้ว?”

ใจเย็นครับน้องๆ พี่อยู่ตรงนี้แล้วครับ
บทความนี้พี่จะพาไปรู้วิธี ทำอย่างไรให้ผ่านผลการตรวจโปรแกรม i-Thesis แบบถูกต้อง ไม่ต้องแก้จนตาแห้งครับ

✅ทำอย่างไรให้ผ่านผลการตรวจโปรแกรม i-Thesis แบบชัวร์ๆ

พี่ขอพูดแบบบ้านๆ เลยนะครับ
i-Thesis ไม่ได้ต้องการจับผิดเรา
แต่มันต้องการดูว่า “งานนี้เป็นของเราจริงไหม” ครับ

1. เข้าใจกฎของมหาวิทยาลัยก่อนครับ

แต่ละที่กำหนดไม่เหมือนกันนะครับ
บางมหาวิทยาลัยรับไม่เกิน 20%
บางที่เข้มมาก 10% ก็ยังโดนแก้

พี่แนะนำว่าเปิดคู่มือก่อนเลยครับ จะได้ไม่เสียเวลาย้อนกลับครับ

2. เริ่มเขียนให้ไว อย่ารอไฟไหม้ครับ

น้องๆ หลายคนชอบเริ่มตอนใกล้ส่ง
แล้วพอคะแนนไม่ผ่านก็แก้ไม่ทัน

พี่พูดตรงๆ เลยนะครับ
งานวิจัยไม่ใช่มาม่า 3 นาทีเสร็จครับ 😂

3. เลือกหัวข้อที่มีแหล่งข้อมูลรองรับครับ

ถ้าหัวข้อดีแต่ไม่มีเอกสารอ้างอิง
สุดท้ายจะเขียนเองล้วนๆ แล้วเสี่ยง similarity สูงครับ

เลือกหัวข้อที่ “มีงานเก่าให้ต่อยอด” จะปลอดภัยกว่าครับ

4. อ้างอิงให้ถูกต้องตั้งแต่ต้นครับ

i-Thesis ไม่ได้จับแค่การก็อปนะครับ
มันจับ “การยืมคำคนอื่นแล้วไม่บอกที่มา” ด้วย

ใส่ Citation ทุกครั้งที่ใช้แนวคิดคนอื่นครับ
อย่าคิดว่าเปลี่ยนคำแล้วรอดนะครับ โปรแกรมมันฉลาดกว่าที่เราคิดครับ 😅

5. เขียนให้เป็นภาษาของเราเองครับ

พี่แนะนำว่าอย่า Copy & Paste จากบทความหรือวิจัยเก่า
ให้อ่านแล้วเล่าใหม่แบบสไตล์เรา

เขียนเหมือนเล่าให้อาจารย์ฟังครับ
คะแนนจะลดลงเยอะมากครับ

ถ้าอ่านมาถึงตรงนี้แล้วยังรู้สึกมึนๆ หรืออยากหาคนช่วย [รับทำวิจัย] แบบมืออาชีพ ที่การันตีผลงาน ทักหาพี่ได้เลยนะครับ

6. ตรวจเองก่อนส่งจริงครับ

ก่อนส่งให้อาจารย์ตรวจ i-Thesis
พี่แนะนำให้ลองเช็กกับ Turnitin หรือโปรแกรมตรวจอื่นก่อน

เหมือนซ้อมก่อนสอบครับ
ดีกว่าไปลุ้นตอนวันจริงครับ

7. แก้ไขหลายรอบ อย่าหวังรอบเดียวผ่านครับ

งานวิจัยไม่มีคำว่า “เขียนครั้งเดียวจบ” ครับ

พี่เห็นนักศึกษาปริญญาเอกยังแก้ 4–5 รอบเลยครับ
น้องๆ ไม่ต้องเครียดครับ แก้คือเรื่องปกติครับ

8. ขอ Feedback จากอาจารย์และเพื่อนครับ

บางทีเราอ่านงานตัวเองจนชิน
ไม่รู้ว่าตรงไหนเหมือนคนอื่น

ให้คนอื่นช่วยดู จะเจอจุดเสี่ยงเร็วขึ้นครับ

9. บริหารเวลาให้ดีครับ

อย่าปล่อยให้ตรวจ i-Thesis เป็นงานสุดท้ายก่อนส่งเล่มครับ

พี่แนะนำว่า
✔ ตรวจล่วงหน้า 2–3 สัปดาห์
✔ เผื่อเวลาแก้ไข
✔ ส่งงานแบบมืออาชีพครับ

💡มุมมองจากพี่ (ประสบการณ์ 15 ปี)

พี่เคยเจอน้องคนนึงครับ
Similarity ขึ้น 38% เพราะอะไร?

ไม่ใช่ก็อปทั้งดุ้นนะครับ
แต่เพราะ “บทที่ 2 ใช้คำเดิมจากงานเก่าเยอะมาก”

พี่ให้แก้แค่ 2 อย่างครับ

  1. เล่าใหม่ด้วยภาษาตัวเอง
  2. ใส่อ้างอิงให้ครบ

สุดท้ายคะแนนเหลือ 12% ผ่านฉลุยครับ

จำไว้นะครับน้องๆ
i-Thesis ไม่ได้โหด…แต่เราต้องทำให้ถูกตั้งแต่แรกครับ

สรุป

สรุปง่ายๆ เลยนะครับ
การจะผ่าน i-Thesis ต้องทำ 3 เรื่องหลักครับ

  • อ้างอิงให้ถูกต้องทุกครั้ง
  • เขียนด้วยภาษาของเราเอง
  • ตรวจและแก้ล่วงหน้า อย่ารอใกล้ส่ง

ทำตามนี้ น้องๆ ผ่านแน่นอนครับ 💪

📌 “i-Thesis ไม่ผ่าน งานวิจัยอาจไม่จบ! ให้พี่ช่วยดูฟรี ปรึกษาได้เลยครับ”

FAQ (คำถามยอดฮิต)

Q1: คะแนน i-Thesis ต้องต่ำกี่เปอร์เซ็นต์ถึงผ่านครับ?

ขึ้นอยู่กับมหาวิทยาลัยครับ ส่วนใหญ่ไม่เกิน 10–20% ครับ

Q2: เปลี่ยนคำเฉยๆ จะช่วยลด similarity ไหมครับ?

ช่วยได้นิดหน่อยครับ แต่ต้อง “เขียนใหม่จริงๆ” ถึงจะปลอดภัยครับ

Q3: บทที่ 2 ทำไมคะแนนชอบสูงที่สุดครับ?

เพราะเป็นส่วนที่งานคนอื่นเยอะครับ ต้องอ้างอิงให้ครบครับ

Q4: ตรวจหลายรอบได้ไหมครับ?

ได้ครับ ยิ่งตรวจหลายรอบก่อนส่งจริง ยิ่งปลอดภัยครับ

Q5: ถ้าคะแนนไม่ผ่านควรทำไงครับ?

อย่าเพิ่งตกใจครับ แก้ภาษาซ้ำ เติมอ้างอิง แล้วตรวจใหม่ครับ

RESEARCH

⚡ อ่านจบแล้ว... ยังรู้สึกว่า "งานวิจัย" เป็นเรื่องยาก? ⚡

อย่าปล่อยให้ความเครียดเรื่องธีซิสกัดกินเวลาของคุณ ให้ทีมงานมืออาชีพจาก อิมเพรส เลกาซี่ เป็นที่ปรึกษา เราพร้อมดูแลคุณทุกขั้นตอน

Line ID: @impressedu | Tel: 092-476-6638
Scroll to Top