แต่ถ้า "ไม่มีเวลา" ให้เราช่วยดูแลให้ไหม?
จุดที่นักวิจัยมือใหม่ “พลาด” กันมากที่สุด
พี่กล้าพูดเลยครับว่า
บทที่ 1 คือด่านแรกที่ทำให้งานวิจัยรอดหรือร่วง
น้องๆ หลายคนมักจะเจอปัญหาเดียวกัน
-
ไม่รู้จะเริ่มเขียนตรงไหน
-
รู้คร่าวๆ แต่ไม่รู้ว่าอะไรต้องมีบ้าง
-
เขียนไปแล้วอาจารย์บอกว่า “ยังไม่ตรงประเด็น”
บทความนี้พี่เลยตั้งใจเขียนมาเพื่อ นักวิจัยมือใหม่โดยเฉพาะ
อ่านแล้วจะรู้เลยว่า บทที่ 1 ต้องมีอะไรบ้าง และควรเรียงยังไงถึงจะไม่งงครับ
1️⃣ ความเป็นมาและความสำคัญของปัญหาการวิจัย
หัวข้อนี้ถือว่าเป็น หัวใจของบทที่ 1 เลยครับ
เพราะเป็นส่วนที่ใช้ตอบคำถามว่า
“ทำไมต้องทำวิจัยเรื่องนี้?”
พี่แนะนำให้คิดง่ายๆ แบบนี้ครับ
เขียนจากกว้าง → แคบ → ปัญหา → ทางออก
โครงสร้างที่พี่ใช้แล้วผ่านมาทุกยุค
-
ย่อหน้า 1
เกริ่นภาพรวมของเรื่องที่ศึกษา และความสำคัญในระดับกว้าง -
ย่อหน้า 2–3
ชี้ให้เห็นปัญหาที่เกิดขึ้นจริง พร้อมข้อมูลหรือเอกสารอ้างอิง -
ย่อหน้า 4
สรุปปัญหา + ตั้งคำถามวิจัย + ชี้แนวทางแก้ไข
👉 อย่าลืมนะครับ
ความเป็นมา = ต้องมีเอกสารอ้างอิง ไม่ใช่ความรู้สึกส่วนตัวล้วนๆ ครับ
2️⃣ วัตถุประสงค์ของการวิจัย
วัตถุประสงค์คือคำตอบของคำถามว่า
“งานวิจัยนี้อยากรู้อะไรบ้าง?”
เขียนให้ ชัด สั้น และตรงชื่อเรื่อง ครับ
นิยมเขียนขึ้นต้นด้วยคำว่า “เพื่อ…”
ตัวอย่างเช่น
-
เพื่อศึกษาสภาพหรือปัญหา…
-
เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ของ…
-
เพื่อเสนอแนวทางในการแก้ไขปัญหา…
พี่เตือนนิดนึงครับ
❌ อย่าเขียนวัตถุประสงค์เกินขอบเขต
❌ อย่าเขียนกว้างเกินจนวัดผลไม่ได้
3️⃣ การตั้งสมมติฐานการวิจัย
สมมติฐานคือ การคาดคะเนคำตอบล่วงหน้า
ก่อนจะลงมือเก็บข้อมูลจริงครับ
โดยทั่วไปแบ่งออกเป็น 2 แบบ
🔹 สมมติฐานการวิจัย
เป็นการเขียนเชิงบรรยาย เช่น
-
ตัวแปร A มีความสัมพันธ์กับตัวแปร B
-
กลุ่มที่แตกต่างกันมีผลต่อ…
🔹 สมมติฐานทางสถิติ
เป็นการแปลงสมมติฐานให้อยู่ในรูปสัญลักษณ์
ใช้กับงานที่ต้องทดสอบทางสถิติครับ
พี่แนะนำว่า
ถ้าเป็น งานเชิงสำรวจบางประเภท อาจไม่จำเป็นต้องตั้งสมมติฐานก็ได้ครับ
4️⃣ ขอบเขตการวิจัย
ขอบเขตการวิจัยคือ
“เราจะศึกษาอะไร และไม่ศึกษาอะไร”
พี่มักให้ลูกศิษย์ดู 4 อย่างนี้ครับ
-
ขอบเขตด้านเนื้อหา
-
ขอบเขตด้านประชากร/กลุ่มตัวอย่าง
-
ขอบเขตด้านพื้นที่
-
ขอบเขตด้านเวลา
เขียนให้พอดีครับ
❌ กว้างเกิน = ทำไม่จบ
❌ แคบเกิน = งานไม่แข็งแรง
⚡ พี่ขอแทรกตรงนี้นิดนึงนะครับ
ถ้าน้องอ่านมาถึงตรงนี้แล้ว
-
ยังไม่มั่นใจว่าบทที่ 1 ของตัวเอง “ครบองค์ประกอบ” หรือยัง
-
หรือเขียนแล้วโดนอาจารย์แก้หลายรอบ
พี่ช่วยดูให้ได้ครับ เรื่อง [รับทำวิจัย] พี่เน้นช่วยปรับโครงสร้างให้ตรงหลัก ไม่เขียนมั่ว และไม่ทิ้งงานกลางทางครับ
5️⃣ คำนิยามศัพท์เฉพาะ
คำนิยามศัพท์มีไว้เพื่อ
ป้องกันการตีความไม่ตรงกัน ระหว่างผู้เขียนกับผู้อ่านครับ
แบ่งได้เป็น 2 แบบ
-
นิยามศัพท์ตามทฤษฎี → อ้างอิงแนวคิดของนักวิชาการ
-
นิยามศัพท์ปฏิบัติการ → บอกชัดว่าวัดหรือสังเกตอย่างไร
โดยเฉพาะตัวแปรนามธรรม
👉 จำเป็นต้องมีนิยามปฏิบัติการครับ
6️⃣ ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับจากการวิจัย
หัวข้อนี้เป็น หัวข้อปิดท้ายบทที่ 1
เขียนเพื่อบอกว่า
“งานวิจัยนี้มีค่าอะไร?”
พี่แนะนำให้เขียน
-
สั้น
-
ชัด
-
เป็นไปได้จริง
-
สอดคล้องกับวัตถุประสงค์
จะเขียนเป็นข้อ หรือเป็นย่อหน้าก็ได้ครับ
💡 มุมมองจากพี่ (ประสบการณ์ 15 ปี)
พี่บอกตรงๆ เลยนะครับ
บทที่ 1 ไม่ต้องสวย แต่ต้องชัด
งานที่ผ่านง่าย
ไม่ใช่งานที่ภาษาอลังการ
แต่คืองานที่
-
โครงสร้างถูก
-
เหตุผลชัด
-
อ่านแล้วรู้ทันทีว่าจะทำอะไร
ถ้าบทที่ 1 แน่น
บทที่ 2–5 จะเขียนง่ายขึ้นเกินครึ่งครับ
Summary: สรุปสั้นๆ ให้จำง่ายครับ
-
บทที่ 1 คือแผนที่ของงานวิจัย
-
ต้องมี 6 องค์ประกอบหลัก
-
เขียนจากกว้างไปแคบ
-
ทุกอย่างต้องโยงกับชื่อเรื่องเสมอครับ
“บทที่ 1 ยังไม่มั่นใจ เดี๋ยวพี่ช่วยจัดโครงสร้างให้ครับ ปรึกษาฟรีก่อนเริ่มงาน”
ถ้าน้องอยากให้พี่
-
ตรวจบทที่ 1 ที่เขียนมาแล้ว
-
หรือเขียนบทที่ 1 ใหม่ให้ตรงเกณฑ์มหาวิทยาลัย
-
หรือวางโครงทั้งเล่มตั้งแต่บทที่ 1–5
ทักพี่มาได้เลยครับ พี่ดูแลจนงานผ่านจริงครับ 💪📘
FAQ (คำถามที่น้องๆ ถามพี่บ่อย)
ไม่มีตายตัวครับ แต่ต้องครบองค์ประกอบ
ได้ครับ ขึ้นกับประเภทงานวิจัย
เช็กความสอดคล้องระหว่าง ชื่อเรื่อง–วัตถุประสงค์–ขอบเขตครับ