💡 กำลังหาข้อมูลทำวิจัยอยู่ใช่ไหม? อ่านบทความนี้จบ ทำตามได้เลย!
แต่ถ้า "ไม่มีเวลา" ให้เราช่วยดูแลให้ไหม?
📋 ประเมินราคาวิจัย (ฟรี)

น้องๆ เคยไหมครับ…
เปิดบทที่ 2 แล้วสมองดับเหมือน Wi-Fi หลุด 🤯
อยากหางานวิจัยมารีวิว แต่หาเท่าไหร่ก็เจอแต่ “ไม่เกี่ยว” หรือ “โหลดไม่ได้”

พี่เข้าใจสุดๆ ครับ เพราะการ หาข้อมูลวรรณกรรมมาเขียนรีวิว (Literature Review) คือด่านโหดอันดับต้นๆ ของงานวิจัยเลยครับ

วันนี้พี่จะพาน้องๆ มาดูแบบจับมือทำ ว่าต้องหายังไง ใช้แหล่งไหน และทำให้บทที่ 2 แน่นแบบอาจารย์อ่านแล้วพยักหน้าครับ 😄

✅ ทำไมการหาวรรณกรรมถึงสำคัญมากครับ?

พี่บอกตรงๆ เลยนะครับ
บทที่ 2 ไม่ใช่แค่ “ก็อปงานคนอื่นมาแปะ”

แต่มันคือการโชว์ว่า…

  • เรารู้ว่าคนก่อนหน้าศึกษาอะไรไว้แล้ว
  • งานเราจะต่อยอดตรงไหน
  • งานเรามีคุณค่า ไม่ใช่ทำซ้ำครับ

📌 7 วิธีหาข้อมูลวรรณกรรมและไฟล์งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง (แบบมือโปร)

1. ใช้ฐานข้อมูลห้องสมุดมหาวิทยาลัยก่อนเลยครับ

น้องๆ หลายคนมองข้าม แต่ของดีสุดๆ คือฐานข้อมูลที่มหาลัยสมัครไว้ เช่น

  • JSTOR
  • ProQuest
  • EBSCOhost

พี่แนะนำว่าเริ่มจากตรงนี้ เพราะบทความส่วนใหญ่ “เชื่อถือได้” และเป็นงานวิชาการจริงครับ

2. Google Scholar = เพื่อนแท้สายบทที่ 2

ให้พิมพ์ Keyword แบบตรงประเด็น เช่น

“online learning satisfaction Thailand”
“logistics management supply chain research”

แล้วอย่าลืมกดดูปีล่าสุด 5 ปีหลังนะครับ จะได้ไม่เอางานเก่าจนตกยุคครับ

3. ใช้ Scopus และ Web of Science ถ้าอยากได้งานระดับอินเตอร์

สองตัวนี้คือฐานข้อมูลโหดๆ สำหรับงานตีพิมพ์คุณภาพสูงครับ

เหมาะกับน้องๆ ป.โท-เอก ที่ต้องการงานระดับ Q1/Q2 ครับ

4. หา “คลังงานวิจัยเปิด” โหลดฟรีได้เลยครับ

ถ้างบน้อย แต่อยากได้ไฟล์เต็ม แนะนำ

  • ThaiJO
  • TDC (Thai Digital Collection)
  • Institutional Repository ของมหาลัยต่างๆ

บางทีเจองานดีแบบไม่ต้องเสียเงินเลยครับ

5. ใช้เทคนิค “ตามรอยบรรณานุกรม”

เจอบทความดี 1 ชิ้นแล้วทำไงต่อ?

👉 เปิดท้ายเล่มดู References
แล้วตามไปอ่านต้นทางต่อครับ

พี่เรียกวิธีนี้ว่า “ขุดเหมืองทอง” เพราะเจองานเทพๆ เพียบครับ 😄

ถ้าอ่านมาถึงตรงนี้แล้วยังรู้สึกมึนๆ หรืออยากหาคนช่วย [รับทำวิจัย] แบบมืออาชีพ ที่การันตีผลงาน ทักหาพี่ได้เลยนะครับ

พี่ดูแลตั้งแต่หางาน เขียนรีวิว จัดบทที่ 2 ให้ครบ จนกว่าจะผ่านจริงครับ

6. ปรึกษาอาจารย์หรือบรรณารักษ์ อย่าอายครับ

น้องๆ หลายคนคิดว่า “ถามแล้วดูไม่เก่ง”

พี่บอกเลย…คนเก่งจริงคือคนที่ถามเป็นครับ 😄
บรรณารักษ์นี่แหละ เซียนหางานวิจัยตัวจริงครับ

7. เข้ากลุ่มนักวิชาการ เพิ่ม Connection

ลองเข้ากลุ่ม Facebook หรือ ResearchGate
บางทีนักวิจัยเจ้าของงานส่ง PDF ให้เองเลยครับ

โลกวิชาการเขาช่วยกันครับ ไม่ต้องสู้คนเดียว

💡 มุมมองจากพี่ (ประสบการณ์ 15 ปี)

พี่เคยเจอน้องคนนึงทำบทที่ 2 อยู่ 3 เดือน
เพราะ “หาไม่เป็น” และใช้แต่ Google ธรรมดา

พอพี่สอนให้ใช้ Google Scholar + ตาม References
แค่ 1 อาทิตย์ บทที่ 2 แน่นขึ้นแบบคนละเรื่องครับ

เคล็ดลับจริงๆ คือ…

อย่าหาแบบกว้างๆ
ให้หาแบบเจาะจง + ใช้ฐานข้อมูลถูกที่ครับ

บทที่ 2 จะกลายเป็นของง่ายทันทีครับ 😄

✅ สรุปส่งท้าย

  • Literature Review คือหัวใจของบทที่ 2
  • ใช้ Google Scholar + ฐานข้อมูลมหาลัยให้เป็น
  • ตาม References คือเทคนิคลับของสายโปร
  • ถ้างง อย่าดันทุรังคนเดียว ปรึกษาพี่ได้ครับ

งานวิจัยมันไม่ต้องทรมาน ถ้ารู้วิธีครับ 💪

📍 “บทที่ 2 หาไม่เจอ? Literature Review มึนทั้งคืน? ให้พี่ช่วยดูฟรี ทัก Line ได้เลยครับ”

❓ FAQ (คำถามยอดฮิต)

Q1: หา Literature Review ต้องใช้กี่แหล่งครับ?

A: พี่แนะนำอย่างน้อย 15–30 แหล่ง ขึ้นกับระดับงานครับ

Q2: ใช้ Google ปกติได้ไหมครับ?

A: ได้บางส่วน แต่ไม่ควรหลักๆ เพราะความน่าเชื่อถือไม่เท่า Scholar ครับ

Q3: งานวิจัยเก่ากว่า 10 ปีใช้ได้ไหม?

A: ใช้ได้ถ้าเป็นทฤษฎีหลัก แต่ข้อมูลควรอัปเดตใน 5 ปีล่าสุดครับ

Q4: โหลด Full Text ไม่ได้ทำไงครับ?

A: ลองหาใน ResearchGate หรือคลังมหาลัย หรือทักผู้เขียนโดยตรงครับ

Q5: ถ้าไม่ถนัดบทที่ 2 เลยทำยังไงดีครับ?

A: ปรึกษาพี่ได้เลยครับ พี่ช่วยวางโครงให้ครบจนผ่านครับ

RESEARCH

⚡ อ่านจบแล้ว... ยังรู้สึกว่า "งานวิจัย" เป็นเรื่องยาก? ⚡

อย่าปล่อยให้ความเครียดเรื่องธีซิสกัดกินเวลาของคุณ ให้ทีมงานมืออาชีพจาก อิมเพรส เลกาซี่ เป็นที่ปรึกษา เราพร้อมดูแลคุณทุกขั้นตอน

Line ID: @impressedu | Tel: 092-476-6638
Scroll to Top