💡 กำลังหาข้อมูลทำวิจัยอยู่ใช่ไหม? อ่านบทความนี้จบ ทำตามได้เลย!
แต่ถ้า "ไม่มีเวลา" ให้เราช่วยดูแลให้ไหม?
📋 ประเมินราคาวิจัย (ฟรี)

น้องๆ เคยไหมครับ…
ตอนทำวิจัยอยู่ดีๆ ก็รู้สึกว่า “หัวข้อนี้แหละใช่เลย” แต่พอทำไปทำมา อ้าว…ทำไมผลมันเหมือนจะเข้าข้างตัวเองตลอด 🤣

พี่บอกเลยครับ…นี่แหละคือ อคติส่วนตัวในงานวิจัย ตัวร้ายเงียบๆ ที่ทำให้งาน MBA หลายคน “เกือบไม่ผ่าน” มาแล้วครับ

บทความนี้พี่จะพาน้องๆ มารู้จักว่า

  • อคติส่วนตัวคืออะไร
  • ส่งผลยังไงกับงานวิจัย
  • และหลีกเลี่ยงยังไงให้วิทยานิพนธ์ออกมาน่าเชื่อถือสุดๆครับ

อคติส่วนตัวในงานวิจัย คืออะไรครับ?

พูดง่ายๆ แบบพี่สอนน้องนะครับ

อคติส่วนตัว (Personal Bias) คือการที่นักวิจัยเผลอเอาความคิด ความเชื่อ หรือประสบการณ์ส่วนตัว
ไปมีผลต่อการเลือกหัวข้อ การเก็บข้อมูล หรือการแปลผลครับ

บางทีไม่ได้ตั้งใจนะครับ
แต่มันแอบซึมเหมือนกาแฟหยดลงวิทยานิพนธ์เฉยเลย 😅

ผลกระทบของอคติส่วนตัวในงานวิจัย

1. ทำให้งานไม่น่าเชื่อถือครับ

กรรมการอ่านปุ๊บจะรู้เลยว่า “งานนี้เหมือนตั้งใจให้ผลออกมาแบบนี้”

2. ข้อมูลอาจผิดเพี้ยนครับ

เลือกแต่ข้อมูลที่สนับสนุนความคิดตัวเอง
แต่ไม่ดูข้อมูลอีกฝั่ง งานจะไม่สมดุลครับ

3. วิทยานิพนธ์อาจโดนตีกลับครับ

พี่เคยเห็นหลายเคสเลยครับ
ทำมาเกือบจบ แต่ต้องแก้ใหม่เพราะ “Bias หนักเกินไป”

วิธีหลีกเลี่ยงอคติส่วนตัวในงานวิจัย (พี่แนะนำแบบใช้ได้จริง)ครับ

✅ 1. เริ่มจากตั้งคำถามแบบเป็นกลาง

แทนที่จะถามว่า
“กลยุทธ์นี้ดีที่สุดใช่ไหม?”

ลองเปลี่ยนเป็น
“กลยุทธ์นี้ส่งผลต่อองค์กรอย่างไร?”

ต่างกันนิดเดียว แต่งานดูมืออาชีพขึ้นมากครับ

✅ 2. ใช้กรอบทฤษฎีช่วยล็อกทิศทาง

อย่าใช้ความรู้สึกนำครับ
ใช้ Framework เช่น SWOT, Porter, RBV มาช่วยกำกับ

งานจะดูเป็นวิชาการ ไม่ใช่งานเล่าเรื่องครับ

✅ 3. เก็บข้อมูลจากหลายแหล่ง

อย่าฟังแค่ “คนในบริษัทเรา” อย่างเดียวครับ
ลองเพิ่มลูกค้า คู่แข่ง หรือผู้เชี่ยวชาญเข้าไปด้วย

ข้อมูลจะบาลานซ์ขึ้นมากครับ

ถ้าอ่านมาถึงตรงนี้แล้วยังรู้สึกมึนๆ หรืออยากหาคนช่วย [รับทำวิจัย] แบบมืออาชีพ ที่การันตีผลงาน ทักหาพี่ได้เลยนะครับ

✅ 4. ให้คนอื่นช่วยตรวจงาน

พี่บอกเลยครับ “เรามองงานตัวเองไม่ออก”
ให้เพื่อนหรืออาจารย์ช่วยอ่าน จะเห็นจุด Bias ชัดมากครับ

✅ 5. เขียน Discussion แบบยอมรับข้อจำกัด

งานวิจัยที่ดีไม่ใช่งานที่เพอร์เฟกต์ครับ
แต่งานที่ “รู้ข้อจำกัดของตัวเอง” และเขียนออกมาตรงๆ

กรรมการชอบมากครับ

💡 มุมมองจากพี่ (ประสบการณ์ 15 ปี)

พี่เคยเจอน้อง MBA คนหนึ่งครับ
ทำหัวข้อ “ธุรกิจครอบครัว” แล้วเจ้าตัวเป็นทายาทบริษัทพอดี

ตอนแรกเขียนออกมาเหมือนบริษัทตัวเองดีที่สุดในโลก 🤣
กรรมการถามแค่ประโยคเดียวครับ

“แล้วคู่แข่งล่ะ ทำไมไม่พูดถึง?”

สุดท้ายต้องกลับไปเก็บข้อมูลใหม่หมดครับ

พี่เลยอยากฝากน้องๆ ว่า
👉 งานวิจัยที่ผ่าน ไม่ใช่งานที่เข้าข้างตัวเอง
แต่งานที่ “เป็นกลางและตรวจสอบได้” ครับ

บทสรุป

อคติส่วนตัวในงานวิจัย เป็นภัยเงียบที่ทำให้งานดูไม่น่าเชื่อถือครับ
น้องๆ ต้องระวังตั้งแต่เลือกหัวข้อ เก็บข้อมูล ไปจนถึงการสรุปผลครับ
ใช้ทฤษฎีช่วยกำกับ เก็บข้อมูลหลายด้าน และให้คนอื่นช่วยตรวจครับ
ทำแบบนี้ งานจะดูโปร และผ่านง่ายขึ้นแน่นอนครับ

“กลัวงานวิจัยโดนตีกลับเพราะ Bias ใช่ไหม? ปรึกษาพี่ฟรีครับ รับทำวิจัยครบวงจร งานผ่านจริง!”

❓ FAQ (คำถามที่พบบ่อย)

Q1: อคติส่วนตัวในงานวิจัยผิดไหมครับ?

ไม่ผิดครับ แต่ถ้าไม่ควบคุม จะทำให้งานขาดความน่าเชื่อถือครับ

Q2: งานเชิงคุณภาพมีโอกาส Bias มากกว่าจริงไหมครับ?

จริงครับ เพราะต้องใช้การตีความสูง พี่ยิ่งแนะนำให้ตรวจสอบหลายรอบครับ

Q3: วิธีง่ายที่สุดในการลด Bias คืออะไรครับ?

ให้คนอื่นช่วยอ่านครับ เพราะเรามักไม่เห็นอคติของตัวเองครับ

Q4: ถ้ารู้ตัวว่า Bias ไปแล้ว แก้ทันไหมครับ?

ทันครับ รีบกลับไปปรับคำถามวิจัยและเพิ่มข้อมูลอีกด้านครับ

Q5: พี่ช่วยดูโครงร่างวิทยานิพนธ์ได้ไหมครับ?

ได้เลยครับ ทักมาได้ พี่ดูให้แบบพี่ชายช่วยน้องจริงๆครับ

RESEARCH

⚡ อ่านจบแล้ว... ยังรู้สึกว่า "งานวิจัย" เป็นเรื่องยาก? ⚡

อย่าปล่อยให้ความเครียดเรื่องธีซิสกัดกินเวลาของคุณ ให้ทีมงานมืออาชีพจาก อิมเพรส เลกาซี่ เป็นที่ปรึกษา เราพร้อมดูแลคุณทุกขั้นตอน

Line ID: @impressedu | Tel: 092-476-6638
Scroll to Top