💡 กำลังหาข้อมูลทำวิจัยอยู่ใช่ไหม? อ่านบทความนี้จบ ทำตามได้เลย!
แต่ถ้า "ไม่มีเวลา" ให้เราช่วยดูแลให้ไหม?
📋 ประเมินราคาวิจัย (ฟรี)

น้องๆ เคยไหมครับ…

ทำวิจัยแทบตาย 📚 วิเคราะห์ข้อมูลก็ผ่าน
แต่พอถึงวัน สรุปผลการวิจัยเป็น PowerPoint
อาจารย์ถามคำเดียว

“สรุปอะไรจากงานของเรา?”

แล้วน้องยืนเหวอ… เหงื่อตก 😅

พี่บอกเลยนะครับ ปัญหานี้พี่เจอบ่อยมาก
เพราะหลายคน รู้ผลวิจัย แต่ไม่รู้จะเล่าอย่างไรให้เข้าใจใน 10–15 นาที

บทความนี้พี่จะพาน้องๆ ไล่ตั้งแต่

  • ต้องมีสไลด์อะไรบ้าง
  • สรุป “ข้อค้นพบที่สำคัญ” ยังไงไม่โดนซัก
  • จัดโครง PowerPoint ให้ดูเป็นนักวิจัยมืออาชีพ

อ่านจบ = เอาไปใช้ได้ทันทีครับ 💪

1️⃣ ระบุ “ข้อค้นพบที่สำคัญ” ก่อน อย่าเพิ่งเปิด PowerPoint ครับ

พี่ขอเตือนแรง ๆ ก่อนเลยนะครับ
❌ อย่าเพิ่งเปิด PowerPoint ถ้ายังตอบไม่ได้ว่า

“งานวิจัยนี้ค้นพบอะไรใหม่ หรือยืนยันอะไรได้บ้าง?”

ข้อค้นพบที่สำคัญ (Key Findings) มักจะมาจาก

  • ผลการทดสอบสมมติฐาน
  • ค่าเฉลี่ย / ค่าแตกต่าง / ความสัมพันธ์
  • แนวโน้ม หรือรูปแบบที่เห็นชัดจากข้อมูล

📌 หลักคิดง่ายๆ

1 สมมติฐาน = 1 ข้อค้นพบ = 1–2 สไลด์พอครับ

2️⃣ จัดระเบียบข้อมูลให้เล่าเป็นเรื่องเดียวกัน

เมื่อรู้แล้วว่าข้อค้นพบคืออะไร
ขั้นต่อไปคือ จัดลำดับการเล่า ครับ

พี่แนะนำโครงนี้นะครับ

  • เริ่มจากภาพรวม → ลงรายละเอียด
  • เรียงตามวัตถุประสงค์การวิจัย
  • อย่าข้ามไปข้ามมา (อาจารย์งง = เราโดนถาม 😅)

ตัวอย่าง

วัตถุประสงค์ข้อที่ 1 → ผลที่พบ → ตาราง/กราฟ → สรุปสั้นๆ

3️⃣ โครงสร้าง PowerPoint สรุปผลการวิจัย (ที่อาจารย์ชอบ)

นี่คือ Template มาตรฐานที่พี่ใช้จริง ครับ

  1. สไลด์ชื่อเรื่อง
  2. ที่มาและความสำคัญ (สั้นมาก!)
  3. วัตถุประสงค์การวิจัย
  4. วิธีดำเนินการวิจัย (ย่อ)
    5–8. ผลการวิจัย (หัวใจหลัก 🔥)
  5. อภิปรายผล (เชื่อมงานเก่า/ทฤษฎี)
  6. สรุปและข้อเสนอแนะ

📌 ถ้าเป็นสอบปากเปล่า
พี่บอกเลยครับ ผลการวิจัยต้องกินพื้นที่ 50–60% ของสไลด์ทั้งหมด

4️⃣ เตรียมเนื้อหาแต่ละสไลด์: น้อยแต่ได้ใจ

กฎเหล็กของพี่คือ

❌ 1 สไลด์ = ไม่เกิน 5–6 บรรทัด

ใช้

  • กราฟแทนข้อความยาวๆ
  • ไฮไลต์ตัวเลขสำคัญ
  • ใส่ “สรุปจากตารางนี้พบว่า…” ทุกครั้ง

อาจารย์อยากเห็นว่า น้องอ่านผลเป็น ไม่ใช่แค่ก๊อป SPSS มาวาง ครับ

👉 ถ้าอ่านมาถึงตรงนี้แล้วยังรู้สึกมึนๆ หรืออยากหาคนช่วย [รับทำวิจัย] แบบมืออาชีพ ที่การันตีผลงาน ทักหาพี่ได้เลยนะครับ

5️⃣ ตรวจสไลด์ก่อนส่ง = ลดโอกาสโดนจี้คำถาม

ก่อนวันจริง พี่ให้น้องๆ เช็ก 3 เรื่องนี้ครับ

  • ตัวเลขตรงกับเล่มวิจัยไหม
  • คำสะกด / หน่วย / ตาราง เพี้ยนหรือเปล่า
  • สไลด์นี้ “เล่าเองได้ไหม” ถ้าเปิดดูเฉยๆ

ถ้ายังต้องอธิบายยาว = สไลด์ยังไม่ผ่านครับ

6️⃣ ฝึกนำเสนอ = ผ่านหรือไม่ผ่าน อยู่ตรงนี้

พี่พูดตรงๆ นะครับ
PowerPoint ดีแค่ไหน ถ้าพูดไม่รู้เรื่อง ก็ไม่รอด

พี่แนะนำ

  • ซ้อมจับเวลา
  • ฝึกตอบคำถามว่า “ผลนี้บอกอะไร”
  • อย่าท่องสไลด์ ให้อธิบายเหมือนเล่าให้เพื่อนฟัง

💡 มุมมองจากพี่ (ประสบการณ์ 15 ปี)

เคสจริงที่พี่เจอ
น้องคนนึงทำวิจัยดีมาก ข้อมูลแน่น
แต่สไลด์ผลวิจัยยาว 40 หน้า 😱

วันสอบ อาจารย์ถามคำเดียว

“สรุปมา 3 ประโยค ว่างานนี้ได้อะไร?”

น้องตอบไม่ได้… ทั้งที่ข้อมูลอยู่ตรงหน้า

📌 บทเรียนคือ
อาจารย์ไม่ได้อยากเห็นข้อมูลทั้งหมด
แต่อยากเห็น “สมองนักวิจัย” ของเรา
ครับ

✅ สรุปให้จำง่ายๆ

  • สรุปผลการวิจัยต้องเริ่มจาก “ข้อค้นพบสำคัญ”
  • โครงสร้างสไลด์ต้องเล่าเป็นเรื่องเดียวกัน
  • ผลการวิจัยคือพระเอก อย่าให้กลายเป็นตัวประกอบ
  • ซ้อมพูดสำคัญพอๆ กับทำสไลด์ครับ

พี่เชื่อว่าน้องๆ ทำได้ครับ ขอแค่จัดโครงให้ถูกทาง 💙

“สรุปผลวิจัยไม่ผ่าน เพราะสไลด์? ให้พี่ช่วยดูให้ก่อนสอบ ทัก Line ได้เลยครับ”

❓ FAQ คำถามที่พบบ่อย

Q1: สรุปผลการวิจัยควรกี่สไลด์?

A: โดยทั่วไป 8–12 สไลด์ กำลังดีครับ

Q2: ต้องใส่ตารางทุกอันจากเล่มไหม?

A: ไม่ต้องครับ เลือกเฉพาะที่ตอบวัตถุประสงค์

Q3: อภิปรายผลต่างจากสรุปผลยังไง?

A: สรุปผล = พบอะไร / อภิปรายผล = ทำไมถึงเป็นแบบนั้นครับ

Q4: ใช้กราฟอะไรดีที่สุด?

A: Bar / Line ที่ดูเข้าใจง่าย อาจารย์เห็นปุ๊บเข้าใจปั๊บครับ

RESEARCH

⚡ อ่านจบแล้ว... ยังรู้สึกว่า "งานวิจัย" เป็นเรื่องยาก? ⚡

อย่าปล่อยให้ความเครียดเรื่องธีซิสกัดกินเวลาของคุณ ให้ทีมงานมืออาชีพจาก อิมเพรส เลกาซี่ เป็นที่ปรึกษา เราพร้อมดูแลคุณทุกขั้นตอน

Line ID: @impressedu | Tel: 092-476-6638
Scroll to Top