แต่ถ้า "ไม่มีเวลา" ให้เราช่วยดูแลให้ไหม?
น้องๆ เคยเป็นไหม…
เขียนบทที่ 2 แล้วงงว่า
“ทฤษฎีพฤติกรรมมันมีตั้งเยอะแยะ จะเอาอันไหนวะ?” 😵💫
บางคนก็ยัดไปหมด…
สุดท้ายกลายเป็น “มั่วแต่ดูเยอะ” 😅
พี่บอกเลยนะครับ
แนวคิดและทฤษฎีเกี่ยวกับพฤติกรรม คือ “หัวใจของบทที่ 2”
ถ้าเลือกผิด = งานหลุดธีมทันที
บทความนี้พี่จะสรุปให้แบบเข้าใจง่าย
เอาเฉพาะ “ตัวที่ใช้จริงในงานวิจัย”
อ่านจบ น้องจะเลือกใช้ได้ถูก และเขียนได้แบบดูโปรครับ
1. ทฤษฎีพฤติกรรมนิยม (Behaviorism)
สายนี้เน้นคำว่า “สิ่งเร้า → การตอบสนอง”
พูดง่ายๆ คือ
👉 คนเราทำอะไร เพราะมีสิ่งมากระตุ้น
เช่น
- โปรโมชั่น → ซื้อ
- การลงโทษ → หยุดพฤติกรรม
พี่แนะนำว่า
👉 เหมาะกับงานที่เน้น “พฤติกรรมที่สังเกตได้” เช่น การซื้อ การใช้บริการครับ
2. ทฤษฎีการเรียนรู้ทางสังคม (Social Learning Theory)
อันนี้คือ…
“คนเราเรียนรู้จากคนอื่น”
เช่น
👉 เห็นเพื่อนทำ → เราทำตาม
👉 เห็น Influencer ใช้ → อยากใช้
เหมาะกับงานวิจัยที่เกี่ยวกับ
📌 โซเชียลมีเดีย
📌 พฤติกรรมเลียนแบบ
3. ทฤษฎีการวางแผนพฤติกรรม (Theory of Planned Behavior – TPB)
ตัวนี้ “โคตรฮิต” ในงานวิจัย 😎
แนวคิดคือ
พฤติกรรมเกิดจาก 3 อย่าง
- ทัศนคติ (Attitude)
- บรรทัดฐานสังคม (Subjective Norm)
- การควบคุมพฤติกรรม (Perceived Control)
พี่แนะนำว่า
👉 เหมาะกับงานที่ต้องการ “อธิบายเหตุผลก่อนเกิดพฤติกรรม” ครับ
ถ้าอ่านมาถึงตรงนี้แล้วยังรู้สึกมึนๆ หรืออยากหาคนช่วย [รับทำวิจัย] แบบมืออาชีพ ที่การันตีผลงาน ทักหาพี่ได้เลยนะครับ
4. ทฤษฎีแรงจูงใจ (Motivation Theory)
พูดง่ายๆ คือ
“อะไรผลักให้คนทำสิ่งนั้น”
เช่น
👉 อยากสำเร็จ
👉 อยากได้เงิน
👉 อยากได้รับการยอมรับ
พี่แนะนำว่า
👉 ใช้กับงานที่ต้องการรู้ “แรงผลักดันภายใน” ครับ
5. ทฤษฎีความต้องการของมาสโลว์ (Maslow’s Hierarchy)
ตัวนี้หลายคนน่าจะเคยเห็น
เป็นลำดับขั้นความต้องการ
- พื้นฐาน (อาหาร/ความปลอดภัย)
- ความรัก
- การยอมรับ
- ความสำเร็จ
พี่แนะนำว่า
👉 เหมาะกับงานด้านพฤติกรรมผู้บริโภค หรือจิตวิทยาครับ
6. ทฤษฎีการตัดสินใจ (Decision-Making Theory)
เน้นว่า
“คนเลือกทำอะไร เพราะอะไร”
เช่น
👉 เปรียบเทียบราคา
👉 ดูรีวิว
👉 วิเคราะห์ความคุ้มค่า
พี่แนะนำว่า
👉 ใช้กับงานที่เกี่ยวกับการเลือกซื้อ หรือการตัดสินใจครับ
💡 มุมมองจากพี่ (ประสบการณ์ 15 ปี)
พี่เคยเจอน้องคนนึง…
ใส่ทฤษฎีไป 10 ตัว 😱
อ่านแล้วดูเหมือนเก่งมาก
แต่พออาจารย์ถามว่า
“ตัวไหนเป็นแกนหลักของงาน?”
น้องตอบไม่ได้…
❌ โดนให้กลับไปเขียนใหม่ครับ
พี่เลยอยากบอกว่า
👉 “ทฤษฎีไม่ต้องเยอะ แต่ต้อง ‘ตรง’”
เลือกแค่ 2–3 ตัวที่เกี่ยวจริง
แล้วอธิบายให้ลึก
ดีกว่ายัดเยอะแล้วมั่วครับ
Summary (สรุป)
น้องๆ จำง่ายๆ เลย
- เลือกทฤษฎีให้ตรงกับงาน
- ไม่ต้องเยอะ แต่ต้องลึก
- เข้าใจ ไม่ใช่แค่ลอกมา
- เชื่อมกับตัวแปรวิจัยให้ได้
ทำแบบนี้
บทที่ 2 จะ “ดูโปรทันที” ครับ 💪
บทที่ 2 ยังงงอยู่? ให้พี่ช่วยเลือกทฤษฎี + เขียนให้ตรงโจทย์ ปรึกษาฟรีครับ!
FAQ (คำถามที่พบบ่อย)
A: ปกติ 2–4 ทฤษฎีก็พอครับ เน้นที่เกี่ยวข้องจริง
A: ได้ครับ ถ้ายังมีความเกี่ยวข้องและได้รับการยอมรับ
A: ไม่จำเป็นครับ ใช้เฉพาะถ้าเหมาะกับงาน
A: จากงานวิจัยเดิม หรือหนังสือวิชาการครับ