💡 กำลังหาข้อมูลทำวิจัยอยู่ใช่ไหม? อ่านบทความนี้จบ ทำตามได้เลย!
แต่ถ้า "ไม่มีเวลา" ให้เราช่วยดูแลให้ไหม?
📋 ประเมินราคาวิจัย (ฟรี)

น้องๆ เคยไหม… เปิด SPSS แล้วใจสั่นยิ่งกว่าดูเกรดครับ 😅

พี่บอกเลยว่า “การวิเคราะห์ข้อมูล” คือด่านอรหันต์ของวิทยานิพนธ์
หลายคนรู้ว่าต้องใช้สถิติ แต่ไม่รู้จะ เขียนอธิบายยังไงให้ดูเป็นงานวิจัยจริง ไม่ใช่รายงานส่งครู ครับ

บทความนี้พี่จะพาน้องๆ ดู ตัวอย่างการวิเคราะห์ข้อมูลวิทยานิพนธ์สาขาจิตวิทยา แบบเข้าใจง่าย
ตั้งแต่ตั้งโจทย์ → เลือกสถิติ → อธิบายผล → ต่อยอดอภิปราย
อ่านจบแล้ว น้องจะรู้ว่า “อ๋อ… มันต้องเขียนแบบนี้นี่เอง” ครับ

ตัวอย่างโจทย์วิทยานิพนธ์ (สมมติ แต่ใช้ได้จริง)

สมมติว่าวิทยานิพนธ์ของเราศึกษาเรื่อง

ความสัมพันธ์ระหว่างความเครียดกับผลการเรียนของนักศึกษา

ตัวแปรในการวิจัย

  • ตัวแปรอิสระ: ระดับความเครียด
  • ตัวแปรตาม: ผลการเรียน (เกรดเฉลี่ยสะสม GPA)

กลุ่มตัวอย่าง

  • นักศึกษาจำนวน 100 คน
  • เก็บข้อมูลด้วยแบบสอบถามวัดความเครียด
  • GPA เป็นข้อมูลรายงานตนเอง

แค่นี้ก็เริ่มวิเคราะห์ได้แล้วครับ ไม่ต้องคิดซับซ้อนเกินเหตุ

ขั้นตอนที่ 1: วิเคราะห์สถิติเชิงพรรณนา (Descriptive Statistics)

พี่แนะนำว่า ก่อนจะไปสถิติขั้นเทพ
ต้องเริ่มจาก “รู้จักข้อมูลตัวเองก่อน” ครับ

สิ่งที่ใช้บ่อย ได้แก่

  • ค่าเฉลี่ย (Mean)
  • ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation)

ตัวอย่างการเขียนเชิงวิชาการแบบเข้าใจง่าย

ผลการวิเคราะห์พบว่า นักศึกษามีระดับความเครียดเฉลี่ยอยู่ในระดับปานกลาง และมีเกรดเฉลี่ยอยู่ในระดับค่อนข้างดี

แค่นี้กรรมการก็เห็นภาพรวมแล้วครับ

ขั้นตอนที่ 2: วิเคราะห์ความสัมพันธ์ด้วย Pearson’s Correlation

เมื่อข้อมูลเป็นตัวแปรเชิงปริมาณทั้งคู่
พี่จะหยิบ Pearson’s correlation (r) มาใช้ครับ

จุดประสงค์คือ
👉 ดูว่า ความเครียดกับ GPA สัมพันธ์กันไหม และไปทิศทางไหน

ตัวอย่างผลลัพธ์

  • ค่า r = -0.45
  • p < .05

การตีความแบบไม่โดนตัดคะแนน

ผลการวิเคราะห์พบว่า ระดับความเครียดมีความสัมพันธ์เชิงลบกับผลการเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ

พูดง่ายๆ คือ เครียดมาก เกรดมีแนวโน้มลดลง ครับ

ถ้าอ่านมาถึงตรงนี้แล้วยังรู้สึกมึนๆ หรืออยากหาคนช่วย [รับทำวิจัย] แบบมืออาชีพ ที่การันตีผลงาน ทักหาพี่ได้เลยนะครับ

พี่ช่วยตั้งแต่คิดสถิติ → วิเคราะห์ → เขียนอธิบาย → แก้ตามคอมเมนต์อาจารย์ครับ

ขั้นตอนที่ 3: สถิติเชิงอนุมาน (Inferential Statistics)

บางงานวิจัยอาจต้องการ “ยืนยัน” เพิ่ม
เช่น แบ่งกลุ่มนักศึกษาที่

  • เครียดสูง
  • เครียดต่ำ

แล้วใช้ t-test เปรียบเทียบ GPA ระหว่างสองกลุ่มครับ

ตัวอย่างการเขียน

ผลการทดสอบ t-test พบว่า นักศึกษาที่มีความเครียดสูงมีผลการเรียนต่ำกว่านักศึกษาที่มีความเครียดต่ำอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ

ตรงนี้กรรมการจะเริ่มพยักหน้าแล้วครับ 😄

การตีความผลและอภิปราย (Discussion แบบมีชั้นเชิง)

พี่เตือนน้องๆ เสมอว่า
สถิติดีอย่างเดียวไม่พอ ต้องเล่าเรื่องให้เป็น ครับ

แนวทางอภิปราย

  • เชื่อมโยงผลกับงานวิจัยเดิม
  • อธิบายเชิงจิตวิทยา เช่น ความเครียดกระทบสมาธิ
  • ชี้ข้อจำกัดของการวิจัย เช่น การใช้ GPA รายงานตนเอง

แบบนี้เรียกว่า “นักวิจัยตัวจริง” ครับ

💡 มุมมองจากพี่ (ประสบการณ์ 15 ปี)

พี่เคยเจองานหนึ่ง
สถิติออกมาสวยมาก r แรง p ต่ำ
แต่ นักศึกษาตอบคำถามกรรมการไม่ได้ว่า “แล้วไงต่อ?”

พี่เลยสอนเสมอว่า

อย่าแค่รายงานตัวเลข แต่ต้องตอบให้ได้ว่า
“ผลนี้มีความหมายอะไรต่อคนจริงๆ”

ถ้าน้องอธิบายได้ งานแทบไม่มีทางตกครับ

สรุปสั้นๆ แต่ใช้ได้จริง

  • งานวิทยานิพนธ์จิตวิทยา เริ่มจากสถิติเชิงพรรณนา
  • ใช้ Pearson’s r วิเคราะห์ความสัมพันธ์
  • เสริม t-test หากมีการเปรียบเทียบกลุ่ม
  • อภิปรายผลให้เชื่อมโยงทฤษฎีและงานวิจัยเดิม

เข้าใจหลักนี้ งานวิเคราะห์ไม่ใช่เรื่องน่ากลัวอีกต่อไปครับ 💪

“วิเคราะห์ข้อมูลไม่ผ่าน = แก้ไม่รู้จบ ให้พี่ช่วยดู SPSS และเขียนผลวิจัยให้ไหมครับ?”

FAQ: คำถามที่น้องๆ ถามพี่บ่อยมาก

Q1: งานแบบนี้จำเป็นต้องใช้ SPSS ไหม?

A: ใช้จะสะดวกและเป็นมาตรฐานมากครับ

Q2: ค่า r ติดลบ แปลว่างานแย่ไหม?

A: ไม่เลยครับ แปลว่าความสัมพันธ์เป็นคนละทิศ แค่นั้นเอง

Q3: จำเป็นต้องใช้ t-test ทุกงานไหม?

A: ไม่จำเป็นครับ ใช้เฉพาะเมื่อมีการแบ่งกลุ่มเปรียบเทียบ

Q4: ถ้าเขียนอภิปรายไม่เป็น ทำยังไงดี?

A: ปรึกษาพี่ได้ครับ เดี๋ยวพี่ไล่โครงให้เป็นข้อๆ

RESEARCH

⚡ อ่านจบแล้ว... ยังรู้สึกว่า "งานวิจัย" เป็นเรื่องยาก? ⚡

อย่าปล่อยให้ความเครียดเรื่องธีซิสกัดกินเวลาของคุณ ให้ทีมงานมืออาชีพจาก อิมเพรส เลกาซี่ เป็นที่ปรึกษา เราพร้อมดูแลคุณทุกขั้นตอน

Line ID: @impressedu | Tel: 092-476-6638
Scroll to Top