💡 กำลังหาข้อมูลทำวิจัยอยู่ใช่ไหม? อ่านบทความนี้จบ ทำตามได้เลย!
แต่ถ้า "ไม่มีเวลา" ให้เราช่วยดูแลให้ไหม?
📋 ประเมินราคาวิจัย (ฟรี)

น้องๆ เคยไหมครับ…
ทำงานวิจัยไปเรื่อยๆ แล้วอยู่ดีๆ สมองก็ “ว่างเปล่า” 💭
คิดอะไรไม่ออก ไอเดียไม่มา งาน R&D กลายเป็นงาน R (ซ้ำ) & D (เดิม)

พี่เจอแบบนี้มาไม่รู้กี่รุ่นแล้วครับ โดยเฉพาะน้องๆ ที่ทำวิจัย ทำวิทยานิพนธ์ หรือทำงานพัฒนานวัตกรรม
ข่าวดีคือ ความคิดสร้างสรรค์มันฝึกได้ และเครื่องมือที่ทรงพลังที่สุดก็คือ “การวิจัยและพัฒนา” นี่แหละครับ

บทความนี้ พี่จะพาน้องๆ มาดู 4 วิธีพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ด้วยการวิจัยและพัฒนา แบบที่ทำได้จริง ไม่เพ้อ ไม่ทฤษฎีล้วนครับ

1️⃣ เรียนรู้อย่างต่อเนื่อง เติมสมองก่อนจะเติมไอเดีย

พี่ขอพูดตรงๆ เลยนะครับ
ไอเดียใหม่ๆ ไม่ได้เกิดจากการ “นั่งคิด” อย่างเดียว แต่มาจากการ รับข้อมูลใหม่เข้ามาเรื่อยๆ

พี่แนะนำว่าให้น้องๆ

  • ติดตามงานวิจัยใหม่ในสาขาของเรา
  • อ่านบทความ วิชาการ หรือรายงาน R&D จากต่างประเทศ
  • เปิดใจดูงานข้ามศาสตร์บ้าง

บางทีไอเดียเทพๆ ไม่ได้มาจากสาขาเราโดยตรง แต่มาจากการ “เอาของคนอื่นมาประยุกต์” นี่แหละครับ

2️⃣ ทดลองและสำรวจ อย่ากลัวพลาด (งานวิจัยไม่ใช่งานโชว์หล่อ)

ความคิดสร้างสรรค์จะไม่เกิด ถ้าน้องๆ กลัวผิดครับ 😅

งานวิจัยและพัฒนาที่ดี ต้องยอมให้มี

  • การทดลอง
  • การลองผิดลองถูก
  • การตั้งคำถามกับสิ่งเดิมๆ

พี่มักบอกลูกศิษย์เสมอว่า

“ถ้าทดลองแล้วไม่เวิร์ก นั่นไม่ใช่ความล้มเหลว แต่มันคือข้อมูลครับ”

ข้อมูลพวกนี้แหละ ที่ต่อยอดเป็นไอเดียใหม่ได้ในรอบถัดไป

3️⃣ ทำงานร่วมกับผู้อื่น เปิดมุมมองใหม่ให้สมอง

น้องๆ เชื่อไหมครับว่า
ความคิดสร้างสรรค์จำนวนมาก ไม่ได้เกิดตอนอยู่คนเดียว

พี่แนะนำให้ลอง

  • ทำงานกับคนต่างสาขา
  • คุยกับคนต่างวัย ต่างประสบการณ์
  • เปิดรับมุมมองที่ไม่เหมือนเรา

บางไอเดียที่เราคิดไม่ออก แต่อีกคนเห็นแป๊บเดียวแล้วร้อง “เฮ้ย! ง่ายมาก” 🤯
นี่แหละครับ พลังของการทำงานร่วมกัน

ถ้าอ่านมาถึงตรงนี้แล้วยังรู้สึกมึนๆ หรืออยากหาคนช่วย [รับทำวิจัย] แบบมืออาชีพ ที่การันตีผลงาน ทักหาพี่ได้เลยนะครับ

4️⃣ พักสมองและฝึกสติ ไอเดียดีไม่ชอบสมองล้า

ข้อนี้หลายคนมองข้าม แต่พี่บอกเลยว่า โคตรสำคัญ ครับ

สมองที่ล้า = ไอเดียตัน
พี่แนะนำให้น้องๆ

  • พักเป็นช่วงๆ
  • ฝึกสมาธิ
  • เดินเล่น ออกกำลังกายเบาๆ
  • หรือจดบันทึกความคิดแบบไม่ต้องคิดเยอะ

ไอเดียดีๆ มักโผล่มาตอนที่เรา “ไม่บังคับมัน” นะครับ

💡 มุมมองจากพี่ (ประสบการณ์ 15 ปี)

พี่เคยดูแลงานวิจัย R&D โครงการหนึ่งครับ ทีมงานเก่งมาก แต่ไอเดียไม่ไปไหนสักที
ปัญหาไม่ใช่ความรู้ครับ แต่คือ ทำงานหนักเกินไปจนสมองไม่มีพื้นที่คิด

พอพี่บังคับให้

  • เปลี่ยนทีมย่อย
  • ลดเวลานั่งหน้าคอม
  • เพิ่มการคุยแลกเปลี่ยนแบบไม่เป็นทางการ

ผ่านไปแค่ 2 สัปดาห์ ไอเดียใหม่ออกมาเป็นชุดครับ
บทเรียนคือ ความคิดสร้างสรรค์ต้องมีทั้งวินัย และพื้นที่หายใจ ครับ

สรุปให้เข้าใจง่าย

การพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ด้วยการวิจัยและพัฒนา ไม่ใช่เรื่องฟลุ๊คครับ
น้องๆ ต้อง

  • เรียนรู้อย่างต่อเนื่อง
  • กล้าทดลอง
  • เปิดรับคนอื่น
  • และดูแลสมองของตัวเอง

ทำครบ 4 ข้อนี้ พี่รับรองว่างานวิจัยจะ “มีชีวิต” มากขึ้นแน่นอนครับ 💪

“ไอเดียวิจัยตัน งาน R&D ไม่ไปไหน? ให้พี่ช่วยวางแผนงานวิจัยแบบมืออาชีพ ปรึกษาฟรีครับ”

❓ FAQ คำถามที่พบบ่อย

Q1: การวิจัยช่วยเพิ่มความคิดสร้างสรรค์ได้จริงไหมครับ?

A: ได้จริงครับ เพราะการวิจัยคือการตั้งคำถามใหม่กับความรู้เดิม

Q2: ถ้าไม่ใช่นักวิจัย จะใช้แนวคิดนี้ได้ไหม?

A: ได้แน่นอนครับ ใช้ได้กับงานพัฒนา งานนวัตกรรม และงานคิดกลยุทธ์

Q3: ต้องอ่านงานวิจัยเยอะแค่ไหนถึงจะพอ?

A: ไม่ต้องเยอะครับ แต่ต้องอ่านอย่างมีเป้าหมาย

Q4: ทำงานคนเดียว ไอเดียจะตันไหม?

A: มีโอกาสครับ พี่แนะนำให้หาคนคุย แลกเปลี่ยนมุมมองเสมอ

RESEARCH

⚡ อ่านจบแล้ว... ยังรู้สึกว่า "งานวิจัย" เป็นเรื่องยาก? ⚡

อย่าปล่อยให้ความเครียดเรื่องธีซิสกัดกินเวลาของคุณ ให้ทีมงานมืออาชีพจาก อิมเพรส เลกาซี่ เป็นที่ปรึกษา เราพร้อมดูแลคุณทุกขั้นตอน

Line ID: @impressedu | Tel: 092-476-6638
Scroll to Top