แต่ถ้า "ไม่มีเวลา" ให้เราช่วยดูแลให้ไหม?
น้องๆ เคยไหมครับ…
เขียนงานวิจัยแทบตาย ส่ง Turnitin ปุ๊บ คะแนนเด้งขึ้นเหมือนหัวใจตอนเจออาจารย์เรียกพบ 😅
พี่เข้าใจเลยครับ เพราะ Turnitin นี่แหละคือ “ด่านสุดท้าย” ที่ทำให้น้องๆ หลายคนเครียดหนักมาก
วันนี้พี่จะพามาดู ข้อเสนอแนะในการใช้งานระบบ Turnitin แบบเข้าใจง่าย สไตล์พี่สอนน้อง
อ่านจบแล้วน้องจะรู้เลยว่า…ทำยังไงให้คะแนนไม่พุ่ง และส่งงานได้แบบมั่นใจครับ
1. เข้าใจก่อนว่า “การลอกเลียนแบบ” คืออะไรครับ
Turnitin ไม่ได้จับแค่การก๊อปวางนะครับ
แต่ยังรวมถึงการเขียนคล้ายต้นฉบับเกินไปแบบไม่ได้อ้างอิงด้วย
พี่แนะนำว่า น้องต้องแยกให้ออกว่า
- ถอดความ = เขียนใหม่ด้วยภาษาตัวเอง
- สรุป = ย่อใจความสำคัญ
- อ้างอิง = ให้เครดิตแหล่งข้อมูล
ถ้าทำถูก Turnitin ก็ไม่โหดครับ
2. อ้างอิงให้ถูกต้อง = ช่วยชีวิตที่สุดครับ
น้องๆ อย่าลืมว่า Turnitin ไม่ได้เกลียดการนะครับ
มันเกลียด “ไม่บอกที่มา” มากกว่า
พี่แนะนำว่าใช้รูปแบบอ้างอิงให้สม่ำเสมอ เช่น APA, Vancouver หรือที่มหาวิทยาลัยกำหนดครับ
3. ถอดความให้เป็น อย่าก๊อปตรงๆ ครับ
แทนที่จะยกประโยคจากงานวิจัยมาแบบเดิม
ลองเขียนใหม่ด้วยคำพูดของเราเองครับ
ข้อดีคือ
- คะแนน similarity ลดลง
- งานดูเป็นความคิดของเรา
- อาจารย์อ่านแล้วเชื่อว่า “ทำเองจริง” ครับ
4. ตรวจคะแนน Similarity หลังส่งทุกครั้งครับ
พอระบบขึ้นรายงานแล้ว น้องต้องดูเลยว่า
ตรงไหนถูก highlight บ้าง
บางทีเป็นแค่
- บรรณานุกรม
- คำศัพท์เฉพาะ
- ชื่อหัวข้อ
ซึ่งไม่ต้องตกใจครับ แต่ถ้ามีส่วนที่ยังไม่ได้อ้างอิง ต้องรีบแก้ครับ
ถ้าอ่านมาถึงตรงนี้แล้วยังรู้สึกมึนๆ หรืออยากหาคนช่วย [รับทำวิจัย] แบบมืออาชีพ ที่การันตีผลงาน ทักหาพี่ได้เลยนะครับ
5. เข้าใจข้อจำกัดของ Turnitin ด้วยครับ
Turnitin ไม่ได้แม่น 100% นะครับ
บางทีอ้างอิงถูกแล้วก็ยังขึ้น similarity ได้
เพราะระบบมันจับ “ความเหมือนของข้อความ” ไม่ได้จับ “เจตนา” ครับ
ดังนั้นอย่าเครียดเกินไปครับ
6. ใช้หลายเครื่องมือช่วยเช็กก็ได้ครับ
ถ้าน้องอยากมั่นใจขึ้น
ลองตรวจจากเครื่องมืออื่นร่วมด้วย เช่น Grammarly หรือ Plagiarism Checker บางตัวครับ
แต่สุดท้าย Turnitin ก็ยังเป็นด่านหลักอยู่ดีครับ
7. ถ้าไม่มั่นใจ ให้ปรึกษาอาจารย์หรือพี่ครับ
พี่เจอบ่อยมาก น้องๆ แก้เองจนเละเพราะกลัวคะแนนสูง
พี่แนะนำว่า ถามอาจารย์ก่อนดีที่สุดครับ
หรือให้พี่ช่วยดูแนวทางก็ได้ครับ
💡 มุมมองจากพี่ (ประสบการณ์ 15 ปี)
พี่เคยเจอน้องคนนึงครับ
ทำวิทยานิพนธ์แทบเสร็จหมดแล้ว แต่ Turnitin ขึ้น 45%
น้องตกใจมาก คิดว่าตัวเองโดนแน่ๆ
พี่เปิดรายงานดู…
กลายเป็นว่า 30% มาจาก
- บรรณานุกรม
- คำว่า “การวิจัยเชิงคุณภาพ” ซ้ำๆ
- ชื่อเครื่องมือมาตรฐาน
พอจัด format ใหม่ ใส่อ้างอิงเพิ่ม คะแนนเหลือ 12% ครับ
เพราะฉะนั้นน้องๆ อย่าดูแค่ “เปอร์เซ็นต์”
ให้ดู “เนื้อหาที่ระบบจับ” ด้วยครับ
บทสรุป
Turnitin ไม่ได้น่ากลัว ถ้าเราเข้าใจมันครับ
จำง่ายๆ เลยครับ
- อ้างอิงให้ถูกต้อง
- ถอดความแทนการก๊อป
- ตรวจ similarity อย่างมีสติ
- เข้าใจข้อจำกัดของระบบ
- ไม่มั่นใจถามผู้เชี่ยวชาญได้ครับ
น้องๆ ทำได้แน่นอนครับ ส่งงานแบบมั่นใจได้เลยครับ
📌 Turnitin คะแนนพุ่งจนเครียดใช่ไหม?
ให้พี่ช่วยดูงานวิจัยให้ผ่านแบบมืออาชีพ ปรึกษาฟรีได้ที่ Line เลยครับ
FAQ (คำถามที่พบบ่อย)
ขึ้นอยู่กับมหาวิทยาลัยครับ ส่วนมากไม่เกิน 20% จะปลอดภัยครับ
จริงครับ เพราะระบบจับข้อความเหมือนกันได้ แต่ส่วนนี้มักไม่นับเป็น plagiarism ครับ
เพราะบางคำศัพท์เฉพาะหรือโครงสร้างประโยคยังคล้ายต้นฉบับครับ ต้องปรับภาษาให้เป็นของเรามากขึ้นครับ
แม่นขึ้นมากครับ แต่ยังมีบางจุดที่จับคลาดเคลื่อนได้ครับ
อย่าเพิ่งตกใจครับ เปิดรายงานดูว่าจับส่วนไหน แล้วแก้ทีละจุดครับ