แต่ถ้า "ไม่มีเวลา" ให้เราช่วยดูแลให้ไหม?
น้องๆ เคยไหมครับ…
เขียน “ที่มาและความสำคัญของปัญหาการวิจัย” ไปส่งอาจารย์ด้วยความมั่นใจ
แต่โดนคอมเมนต์กลับมาสั้นๆ ว่า…
👉 “ยังไม่ชัดเจน”
👉 “ขยายความอีก”
👉 “ไม่เห็นความสำคัญ”
โอ้โห…เหมือนโดนบอกว่า “เล่าใหม่!” แบบไม่บอกบทเลยครับ 😂
วันนี้พี่จะพาน้องๆ มาดูแบบชัดๆ ว่า
ต้องขยายตรงไหน คิดยังไง และเขียนแบบไหนถึงจะ “ผ่าน” แบบมืออาชีพครับ
1. เริ่มจาก “บริบทของปัญหา” ก่อนครับ
พี่แนะนำว่าอย่าเริ่มแบบลอยๆ
แต่ให้เล่าว่า “ปัญหานี้เกิดขึ้นในโลกจริงตรงไหน”
เช่น
- ในโรงเรียน
- ในองค์กร
- ในชุมชน
- ในสังคมปัจจุบัน
เหมือนเราพาน้องๆ ผู้อ่านเข้าไปอยู่ในสถานการณ์จริงครับ
2. ทำให้เห็นว่า “ปัญหานี้สำคัญกับสาขาวิชา” ยังไง
น้องต้องตอบให้ได้ว่า…
📌 ถ้าไม่ทำวิจัยเรื่องนี้ จะเกิดอะไรขึ้น?
📌 วงการนี้กำลังเจอปัญหานี้อยู่ไหม?
ยิ่งเชื่อมกับประเด็นใหม่ๆ หรือปัญหาปัจจุบันได้
อาจารย์จะพยักหน้าทันทีครับ
3. เชื่อมกับ “ผลกระทบต่อสังคม” ด้วยนะครับ
งานวิจัยที่ดีต้องไม่ใช่แค่ “ทำเพื่อจบ”
แต่ต้องตอบว่า…
- ช่วยใครได้บ้าง
- แก้ปัญหาอะไรในชีวิตจริง
- มีประโยชน์กับชุมชนหรือองค์กรยังไง
ตรงนี้คือจุดที่ทำให้งานดูมีคุณค่าครับ
4. ใช้ภาษาคน ไม่ใช่ภาษาหุ่นยนต์ครับ 😄
อย่าเขียนแบบตำราแข็งๆ จนคนอ่านหลับ
พี่แนะนำว่าเขียนให้เหมือน “เล่าให้เพื่อนฟัง”
แทนคำว่า
- “พิจารณา” → “ลองดูนะครับ”
- “ควรจะ” → “พี่แนะนำว่า”
- “ดังนั้น” → “เพราะฉะนั้นนั่นเองครับ”
อ่านง่าย = ผ่านง่ายครับ
5. ใส่ “ช่องว่างของงานวิจัย” ให้ชัด
นี่คือหัวใจเลยครับ
น้องต้องบอกว่า…
📌 งานเก่าศึกษาอะไรไปแล้ว
📌 แต่ยังขาดอะไรอยู่
📌 แล้วงานของเราจะเติมเต็มตรงนั้น
ถ้าไม่เขียนช่องว่าง = อาจารย์จะถามว่า
“แล้วทำใหม่ทำไมครับ?” 😂
ถ้าอ่านมาถึงตรงนี้แล้วยังรู้สึกมึนๆ หรืออยากหาคนช่วย [รับทำวิจัย] แบบมืออาชีพ ที่การันตีผลงาน ทักหาพี่ได้เลยนะครับ
6. บอก “ประโยชน์เชิงปฏิบัติ” ให้เห็นภาพ
อย่าเขียนแค่ว่า “เป็นประโยชน์ต่อการศึกษา”
พี่อยากให้น้องลงรายละเอียดว่า…
- งานนี้ช่วยปรับปรุงนโยบายได้ไหม
- ช่วยพัฒนาการเรียนการสอนได้ไหม
- ช่วยแก้ปัญหาในองค์กรได้จริงไหม
ยิ่งเห็นภาพ = ยิ่งน่าเชื่อถือครับ
7. ใช้กรอบทฤษฎีช่วยพยุงงาน
กรอบทฤษฎีคือ “ไม้ค้ำ” ให้ปัญหาดูมีเหตุผล
เช่น
- ทฤษฎีแรงจูงใจ
- ทฤษฎีภาวะผู้นำ
- ทฤษฎีพฤติกรรมผู้บริโภค
พี่แนะนำว่าใส่พอเหมาะ ไม่ต้องยัดจนแน่นครับ
💡 มุมมองจากพี่ (ประสบการณ์ 15 ปี)
พี่เคยเจอน้องคนนึงโดนอาจารย์แก้ “ที่มาและความสำคัญ” ถึง 6 รอบครับ 😅
สาเหตุคือเขาเขียนเหมือนรายงานทั่วไป
พี่เลยบอกเขาแค่ประโยคเดียว…
👉 “เล่าให้เห็นว่า ถ้าไม่ทำวิจัยนี้ จะเกิดปัญหาอะไรต่อ”
พอเขาเติม “ผลกระทบ + ช่องว่าง + ประโยชน์จริง” เข้าไป
ผ่านทันทีครับ
จำไว้นะครับ
อาจารย์ไม่ได้อยากให้ยาว
แต่อยากให้ “มีน้ำหนัก” ครับ
บทสรุป
การขยายที่มาและความสำคัญของปัญหาการวิจัยให้ผ่าน ต้องทำให้ชัดว่า
- ปัญหานี้เกิดในบริบทไหน
- สำคัญกับสาขาและสังคมยังไง
- มีช่องว่างอะไรที่งานเราจะเติม
- มีประโยชน์เชิงปฏิบัติจริง
- ใช้ภาษาง่าย อ่านแล้วเข้าใจทันที
น้องทำได้แน่นอนครับ พี่อยู่ตรงนี้ช่วยเสมอครับ 💪
📌 “ที่มาและความสำคัญยังไม่ผ่าน? งานวิจัยมันยาก ให้พี่ช่วยไหมครับ ปรึกษาฟรีได้ที่ Line เลยครับ”
FAQ (คำถามที่พบบ่อย)
ประมาณ 2–4 หน้า หรือ 5–8 ย่อหน้ากำลังดีครับ
ให้เริ่มจาก “ปัญหาจริงคืออะไร และสำคัญกับใคร” ก่อนครับ
มีจะดีมากครับ เพราะช่วยเพิ่มน้ำหนักให้ปัญหาดูจริง
เปรียบเทียบงานเก่ากับสิ่งที่ยังไม่มี แล้วบอกว่างานเราจะเติมตรงนั้นครับ
ทักพี่ได้ครับ พี่ช่วยดูให้จนผ่านครับ