💡 กำลังหาข้อมูลทำวิจัยอยู่ใช่ไหม? อ่านบทความนี้จบ ทำตามได้เลย!
แต่ถ้า "ไม่มีเวลา" ให้เราช่วยดูแลให้ไหม?
📋 ประเมินราคาวิจัย (ฟรี)

น้องๆ เคยไหมครับ…เปิดบทที่ 2 แล้วอยากปิดคอมทันที 😅

เวลาทำ วิจัยในชั้นเรียน สิ่งที่ทำให้น้องๆ ปวดหัวที่สุดอย่างหนึ่งคือ “บทที่ 2 หรือการเขียนรีวิววรรณกรรม” ครับ

หลายคนงงว่า

  • ต้องไปหาอะไรมาเขียน
  • อ่านงานวิจัยตั้งเยอะ แล้วจะสรุปยังไง
  • เขียนยังไงไม่ให้เหมือนลอกคนอื่น

พี่บอกตรงๆ เลยครับว่า 90% ของงานวิจัยที่โดนแก้หนักที่สุดคือบทนี้

แต่ข่าวดีคือ…
ถ้าน้องๆ เข้าใจ “โครงสร้างที่ถูกต้อง” การเขียนรีวิววรรณกรรมจะง่ายขึ้นเยอะครับ

ในบทความนี้ พี่จะสอน วิธีเขียนรีวิววรรณกรรมสำหรับงานวิจัยในชั้นเรียนแบบทีละขั้นตอน ที่พี่ใช้สอนนักศึกษามาเกือบ 15 ปี อ่านจบเอาไปใช้ได้จริงครับ

Table of Contents

วิธีเขียนรีวิววรรณกรรมสำหรับงานวิจัยในชั้นเรียน (Step-by-Step)

1. เริ่มจากกำหนด “หัวข้อและคำถามวิจัย” ให้ชัดก่อน

ก่อนจะไปอ่านงานวิจัยคนอื่น น้องๆ ต้องรู้ก่อนว่า

เรากำลังหาคำตอบเรื่องอะไร

ตัวอย่างเช่น

หัวข้อ

  • การใช้เกมเพื่อพัฒนาทักษะการอ่านภาษาอังกฤษ

คำถามวิจัย

  • เกมช่วยเพิ่มผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนได้หรือไม่
  • นักเรียนมีทัศนคติอย่างไรต่อการใช้เกม

พี่แนะนำว่า
หัวข้อควรเฉพาะเจาะจง เพราะถ้ากว้างเกินไป เวลาไปหาวรรณกรรมจะหลงทางครับ

2. ค้นคว้างานวิจัยและทฤษฎีที่เกี่ยวข้อง

ขั้นตอนต่อไปคือ การรวบรวมวรรณกรรม ครับ

แหล่งที่พี่แนะนำ เช่น

  • Google Scholar
  • ThaiJO
  • TCI
  • ฐานข้อมูลมหาวิทยาลัย

สิ่งที่ควรมองหา

  • งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง
  • ทฤษฎีที่ใช้ในงานวิจัย
  • แนวคิดสำคัญของตัวแปร

ย้ำอีกครั้งครับ
เลือกแหล่งที่น่าเชื่อถือ และไม่เก่าเกินไป (ส่วนใหญ่ใช้ไม่เกิน 10 ปี)

3. วิเคราะห์และประเมินคุณภาพแหล่งข้อมูล

นี่คือจุดที่ทำให้บทที่ 2 ดู “มืออาชีพ” หรือ “ดูเหมือนลอกมา” ครับ

อย่าแค่สรุปงานวิจัยว่า

ใครทำอะไร ผลเป็นอย่างไร

แต่ต้องเพิ่มการ วิเคราะห์

เช่น

  • งานวิจัยนี้ใช้วิธีอะไร
  • จุดแข็งคืออะไร
  • มีข้อจำกัดอะไร

พี่แนะนำว่าให้ถามตัวเองว่า

งานวิจัยนี้ช่วยตอบคำถามวิจัยของเราอย่างไร

ถ้าตอบไม่ได้ อาจไม่จำเป็นต้องเอามาใช้ครับ

4. จัดหมวดหมู่วรรณกรรมให้เป็นระบบ

นักศึกษาหลายคนพลาดตรงนี้ครับ

คือ เอางานวิจัยมาเรียงยาวๆ เหมือนรายงาน

จริงๆ แล้วต้อง จัดโครงสร้างก่อนเขียน

วิธีที่นิยมมี 3 แบบ

1. เรียงตามเวลา (Chronological)

เหมาะกับงานวิจัยที่มีพัฒนาการตามช่วงเวลา

2. เรียงตามประเด็น (Thematic)

จัดกลุ่มตามหัวข้อ เช่น

  • ทฤษฎีเกี่ยวกับการเรียนรู้
  • งานวิจัยเกี่ยวกับเกมการเรียนรู้
  • งานวิจัยด้านผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน

วิธีนี้ใช้บ่อยที่สุดครับ

3. เรียงตามวิธีวิจัย (Methodology)

เช่น

  • งานวิจัยเชิงทดลอง
  • งานวิจัยเชิงสำรวจ
  • งานวิจัยเชิงคุณภาพ

ถ้าอ่านมาถึงตรงนี้แล้วยังรู้สึกมึนๆ หรืออยากหาคนช่วย รับทำวิจัย แบบมืออาชีพ ที่การันตีผลงาน ทักหาพี่ได้เลยนะครับ

พี่ช่วยตั้งแต่

  • วางโครง
  • หาวรรณกรรม
  • เขียนบทที่ 1–5

และพี่ดูแลจนกว่าจะผ่านครับ

5. เขียนรีวิววรรณกรรมให้เป็น “การวิเคราะห์” ไม่ใช่การเล่า

ตอนเริ่มเขียน พี่แนะนำโครงแบบนี้ครับ

ส่วนที่ 1 บทนำบทที่ 2

อธิบายว่า
บทนี้จะนำเสนอ

  • แนวคิด
  • ทฤษฎี
  • งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง

ส่วนที่ 2 แนวคิดและทฤษฎี

เช่น

  • ทฤษฎีการเรียนรู้
  • แนวคิดการจัดการเรียนการสอน

ส่วนที่ 3 งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง

แบ่งเป็น

  • งานวิจัยในประเทศ
  • งานวิจัยต่างประเทศ

ส่วนที่ 4 สรุปวรรณกรรม

ตรงนี้สำคัญมากครับ

ต้องเชื่อมโยงว่า

จากวรรณกรรมทั้งหมด จึงนำไปสู่การออกแบบการวิจัยครั้งนี้

นี่คือสิ่งที่อาจารย์อยากเห็นครับ

💡มุมมองจากพี่ (ประสบการณ์ 15 ปี)

พี่เคยเจอนักศึกษาคนหนึ่งครับ

เขาหาวรรณกรรมมา 30 เรื่อง

แต่บทที่ 2 โดนอาจารย์แก้หมด 😅

เหตุผลคือ

เขาเขียนแบบ “สรุปทีละงาน”

เช่น

  • งานวิจัย A พบว่า…
  • งานวิจัย B พบว่า…
  • งานวิจัย C พบว่า…

มันเลยดูเหมือน รายงานสรุปงานวิจัย

พี่เลยให้เขาแก้ใหม่เป็นแบบนี้

  • กลุ่มงานวิจัยที่ใช้เกมการเรียนรู้
  • กลุ่มงานวิจัยด้านผลสัมฤทธิ์
  • กลุ่มงานวิจัยด้านแรงจูงใจ

พอจัดกลุ่มแบบนี้

บทที่ 2 ดูเป็นนักวิจัยทันทีครับ

จำสูตรพี่ไว้เลย

บทที่ 2 ที่ดี = วิเคราะห์ + เชื่อมโยง + สังเคราะห์

ไม่ใช่แค่สรุปครับ

สรุป

ถ้าน้องๆ อยากให้ บทที่ 2 ผ่านง่ายและดูมืออาชีพ ให้จำ 5 ขั้นตอนนี้ครับ

  1. กำหนดหัวข้อและคำถามวิจัยให้ชัด
  2. ค้นคว้าวรรณกรรมจากแหล่งที่น่าเชื่อถือ
  3. วิเคราะห์คุณภาพของงานวิจัย
  4. จัดหมวดหมู่วรรณกรรมให้เป็นระบบ
  5. เขียนแบบวิเคราะห์และสังเคราะห์

ถ้าทำครบตามนี้

บทที่ 2 ของน้องๆ จะไม่ใช่แค่ “ผ่าน” แต่จะ ดูเป็นงานวิจัยจริงๆ ครับ

พี่เป็นกำลังใจให้ทุกคนทำวิจัยให้จบไวๆ และส่งงานทันนะครับ ✌️

เขียนบทที่ 2 ไม่ออก? งานวิจัยมันยาก ให้พี่ช่วยไหมครับ
ปรึกษาฟรี รับทำวิจัยครบทุกบท ดูแลจนกว่าจะผ่าน

FAQ คำถามที่นักศึกษาถามบ่อย

1.รีวิววรรณกรรมต้องใช้กี่งานวิจัย?

โดยทั่วไปควรใช้ประมาณ 15–30 เรื่อง ขึ้นอยู่กับระดับงานวิจัยครับ

2.งานวิจัยที่ใช้ควรเก่ากี่ปี?

พี่แนะนำว่า ไม่เกิน 10 ปี เพื่อให้ข้อมูลทันสมัยครับ

3.บทที่ 2 ต้องมีกี่หน้า?

ส่วนใหญ่จะอยู่ประมาณ 15–30 หน้า ขึ้นอยู่กับข้อกำหนดของมหาวิทยาลัยครับ

4.จำเป็นต้องมีงานวิจัยต่างประเทศไหม?

ควรมีครับ เพราะช่วยเพิ่ม ความน่าเชื่อถือและมุมมองทางวิชาการ

5.สามารถใช้เว็บไซต์ทั่วไปเป็นวรรณกรรมได้ไหม?

ไม่แนะนำครับ
-ควรใช้
-วารสารวิชาการ
-งานวิจัย
-หนังสือวิชาการ
-เป็นหลักครับ

RESEARCH

⚡ อ่านจบแล้ว... ยังรู้สึกว่า "งานวิจัย" เป็นเรื่องยาก? ⚡

อย่าปล่อยให้ความเครียดเรื่องธีซิสกัดกินเวลาของคุณ ให้ทีมงานมืออาชีพจาก อิมเพรส เลกาซี่ เป็นที่ปรึกษา เราพร้อมดูแลคุณทุกขั้นตอน

Line ID: @impressedu | Tel: 092-476-6638
Scroll to Top