💡 กำลังหาข้อมูลทำวิจัยอยู่ใช่ไหม? อ่านบทความนี้จบ ทำตามได้เลย!
แต่ถ้า "ไม่มีเวลา" ให้เราช่วยดูแลให้ไหม?
📋 ประเมินราคาวิจัย (ฟรี)

การเลือกประเภทการวิจัยเป็นหนึ่งในขั้นตอนที่สำคัญที่สุดของกระบวนการทำวิจัย เพราะเป็นตัวกำหนดทิศทางของการออกแบบงานวิจัย การเก็บข้อมูล การวิเคราะห์ และการตีความผลลัพธ์ ในบรรดาประเภทการวิจัยทั้งหมด การวิจัยเชิงทดลอง (Experimental Research) มักถูกมองว่าเป็นรูปแบบที่มีความเข้มแข็งสูงสุดในการอธิบายความสัมพันธ์เชิงเหตุและผล อย่างไรก็ตาม การวิจัยเชิงทดลองไม่ใช่วิธีที่เหมาะสมสำหรับทุกคำถามวิจัย

ในทางปฏิบัติ นักวิจัยยังมีทางเลือกอื่นอีกมาก เช่น การวิจัยเชิงสำรวจ การวิจัยเชิงสหสัมพันธ์ การวิจัยเชิงคุณภาพ และการวิจัยเชิงผสม ซึ่งแต่ละประเภทมีจุดเด่น จุดจำกัด และวัตถุประสงค์ที่แตกต่างกัน การทำความเข้าใจความแตกต่างระหว่างการวิจัยเชิงทดลองกับประเภทการวิจัยอื่นๆ จึงเป็นสิ่งจำเป็น เพื่อให้นักวิจัยสามารถเลือกใช้ระเบียบวิธีวิจัยได้อย่างเหมาะสม สอดคล้องกับคำถามวิจัยและบริบทของการศึกษา

บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ เปรียบเทียบการวิจัยเชิงทดลองกับประเภทการวิจัยอื่นๆ อย่างเป็นระบบ โดยพิจารณาจากวัตถุประสงค์ วิธีการ ลักษณะข้อมูล ความสามารถในการอธิบายเหตุและผล ตลอดจนข้อดีและข้อจำกัด เพื่อเป็นแนวทางในการตัดสินใจสำหรับนักวิจัยทุกระดับ


Table of Contents

ภาพรวมของการวิจัยเชิงทดลอง

การวิจัยเชิงทดลองเป็นการวิจัยที่นักวิจัย จงใจจัดการหรือเปลี่ยนแปลงตัวแปรอิสระ และควบคุมตัวแปรแทรกซ้อน เพื่อสังเกตผลที่เกิดขึ้นกับตัวแปรตาม จุดเด่นสำคัญของการวิจัยเชิงทดลองคือความสามารถในการอธิบายความสัมพันธ์เชิงเหตุและผลได้อย่างมีหลักฐานรองรับ

ลักษณะสำคัญของการวิจัยเชิงทดลอง ได้แก่

  • การจัดการตัวแปรอิสระ

  • การมีกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุม

  • การควบคุมสภาพแวดล้อมการวิจัย

  • การใช้สถิติทดสอบความแตกต่างของผลลัพธ์

จากลักษณะดังกล่าว การวิจัยเชิงทดลองจึงเหมาะอย่างยิ่งกับงานวิจัยที่ต้องการพิสูจน์ผลของการแทรกแซง นโยบาย หรือโปรแกรมใหม่


การวิจัยเชิงสำรวจ (Survey Research) กับการวิจัยเชิงทดลอง

ลักษณะของการวิจัยเชิงสำรวจ

การวิจัยเชิงสำรวจมุ่งเก็บข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่างจำนวนมาก เพื่ออธิบายลักษณะ สถานการณ์ หรือความคิดเห็นของประชากรในช่วงเวลาหนึ่ง โดยไม่จัดการตัวแปรใดโดยตรง

ความแตกต่างที่สำคัญ

  • การวิจัยเชิงทดลองเน้น “การจัดการตัวแปร”

  • การวิจัยเชิงสำรวจเน้น “การเก็บข้อมูลตามสภาพจริง”

การวิจัยเชิงสำรวจสามารถอธิบายแนวโน้มหรือสภาพการณ์ได้ดี แต่ไม่สามารถยืนยันเหตุและผลได้อย่างชัดเจน ในขณะที่การวิจัยเชิงทดลองสามารถอธิบายเหตุและผลได้ แต่ต้องอาศัยการควบคุมและทรัพยากรมากกว่า


การวิจัยเชิงสหสัมพันธ์ (Correlational Research) กับการวิจัยเชิงทดลอง

ลักษณะของการวิจัยเชิงสหสัมพันธ์

การวิจัยเชิงสหสัมพันธ์มุ่งศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปรตั้งแต่สองตัวขึ้นไป โดยไม่จัดการหรือควบคุมตัวแปรใด เป็นการอธิบายว่าตัวแปรมีความสัมพันธ์กันมากน้อยเพียงใด

ความแตกต่างที่สำคัญ

  • การวิจัยเชิงสหสัมพันธ์บอกได้เพียง “มีความสัมพันธ์”

  • การวิจัยเชิงทดลองมุ่งอธิบาย “เหตุและผล”

การวิจัยเชิงสหสัมพันธ์เหมาะสำหรับการศึกษาความสัมพันธ์เบื้องต้นหรือการสร้างสมมติฐาน ขณะที่การวิจัยเชิงทดลองเหมาะสำหรับการทดสอบสมมติฐานเชิงเหตุและผลอย่างเป็นระบบ


การวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) กับการวิจัยเชิงทดลอง

ลักษณะของการวิจัยเชิงคุณภาพ

การวิจัยเชิงคุณภาพมุ่งทำความเข้าใจปรากฏการณ์เชิงลึกในบริบทจริง ผ่านการสัมภาษณ์ การสังเกต และการวิเคราะห์เนื้อหา โดยเน้นความหมาย ประสบการณ์ และมุมมองของผู้ให้ข้อมูล

ความแตกต่างที่สำคัญ

  • การวิจัยเชิงทดลองเน้นข้อมูลเชิงปริมาณและการทดสอบสมมติฐาน

  • การวิจัยเชิงคุณภาพเน้นความเข้าใจเชิงลึกและบริบท

การวิจัยเชิงคุณภาพไม่มุ่งพิสูจน์เหตุและผลเชิงสถิติ แต่ช่วยอธิบาย “ทำไม” และ “อย่างไร” ในเชิงประสบการณ์ ซึ่งแตกต่างจากการวิจัยเชิงทดลองที่เน้น “ผลลัพธ์ที่วัดได้”


การวิจัยเชิงเอกสาร (Documentary Research) กับการวิจัยเชิงทดลอง

ลักษณะของการวิจัยเชิงเอกสาร

การวิจัยเชิงเอกสารใช้ข้อมูลทุติยภูมิ เช่น เอกสาร รายงาน งานวิจัย หรือฐานข้อมูล เพื่อวิเคราะห์แนวคิด แนวโน้ม หรือพัฒนากรอบแนวคิดทางทฤษฎี

ความแตกต่างที่สำคัญ

  • การวิจัยเชิงทดลองใช้ข้อมูลปฐมภูมิจากการทดลองจริง

  • การวิจัยเชิงเอกสารไม่จัดการตัวแปรและไม่สร้างข้อมูลใหม่

การวิจัยเชิงเอกสารเหมาะสำหรับการพัฒนาทฤษฎีหรือการทบทวนองค์ความรู้ ขณะที่การวิจัยเชิงทดลองเหมาะสำหรับการทดสอบแนวคิดในทางปฏิบัติ


การวิจัยเชิงผสม (Mixed Methods Research) กับการวิจัยเชิงทดลอง

ลักษณะของการวิจัยเชิงผสม

การวิจัยเชิงผสมผสานการวิจัยเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพเข้าด้วยกัน เพื่อให้ได้ความเข้าใจที่ครอบคลุมทั้งเชิงกว้างและเชิงลึก

ความแตกต่างที่สำคัญ

  • การวิจัยเชิงทดลองเป็นส่วนหนึ่งของการวิจัยเชิงปริมาณ

  • การวิจัยเชิงผสมเปิดโอกาสให้ใช้การทดลองควบคู่กับการอธิบายเชิงคุณภาพ

การวิจัยเชิงผสมเหมาะสำหรับงานวิจัยที่ต้องการทั้งการพิสูจน์เชิงเหตุและผล และความเข้าใจเชิงบริบท


เปรียบเทียบความสามารถในการอธิบายเหตุและผล

เมื่อพิจารณาความสามารถในการอธิบายเหตุและผล

  • การวิจัยเชิงทดลอง: สูงที่สุด

  • การวิจัยเชิงสหสัมพันธ์: ต่ำ

  • การวิจัยเชิงสำรวจ: ต่ำ

  • การวิจัยเชิงคุณภาพ: ไม่เน้นเหตุและผลเชิงสถิติ

  • การวิจัยเชิงผสม: ปานกลางถึงสูง ขึ้นกับการออกแบบ

ดังนั้น หากเป้าหมายหลักของงานวิจัยคือการพิสูจน์เหตุและผล การวิจัยเชิงทดลองจะเป็นตัวเลือกที่เหมาะสมที่สุด


การเลือกประเภทการวิจัยให้เหมาะสมกับคำถามวิจัย

นักวิจัยควรเลือกประเภทการวิจัยโดยพิจารณาจาก

  • วัตถุประสงค์ของการวิจัย

  • ลักษณะของคำถามวิจัย

  • ข้อจำกัดด้านทรัพยากรและจริยธรรม

  • บริบทของการศึกษา

ไม่มีประเภทการวิจัยใด “ดีที่สุด” สำหรับทุกสถานการณ์ แต่มีเพียงประเภทที่ “เหมาะสมที่สุด” สำหรับคำถามวิจัยนั้นๆ


ตารางเปรียบเทียบโดยสรุป (เชิงแนวคิด)

  • การวิจัยเชิงทดลอง: เหตุและผล / ควบคุมตัวแปร / ความเข้มแข็งสูง

  • การวิจัยเชิงสำรวจ: สภาพการณ์ / ความคิดเห็น / ความยืดหยุ่นสูง

  • การวิจัยเชิงสหสัมพันธ์: ความสัมพันธ์ / การพยากรณ์

  • การวิจัยเชิงคุณภาพ: ความหมาย / ประสบการณ์ / บริบท

  • การวิจัยเชิงผสม: ครอบคลุมหลายมิติ


บทสรุป

การวิจัยเชิงทดลองมีจุดเด่นด้านความสามารถในการอธิบายความสัมพันธ์เชิงเหตุและผลอย่างเป็นระบบ แต่ก็มีข้อจำกัดด้านความซับซ้อน ทรัพยากร และการนำผลไปใช้ทั่วไป เมื่อเปรียบเทียบกับประเภทการวิจัยอื่นๆ จะเห็นได้ว่าทุกประเภทมีบทบาทและคุณค่าในบริบทที่แตกต่างกัน

การเป็นนักวิจัยที่มีคุณภาพไม่ได้หมายถึงการเลือกใช้วิธีวิจัยที่ซับซ้อนที่สุดเสมอไป แต่คือการเลือกใช้ระเบียบวิธีวิจัยที่ เหมาะสมที่สุดกับคำถามวิจัย บริบท และเป้าหมายของการศึกษา เมื่อเข้าใจความแตกต่างของการวิจัยแต่ละประเภทอย่างถ่องแท้ นักวิจัยจะสามารถออกแบบงานวิจัยที่มีความน่าเชื่อถือและสร้างคุณค่าทางวิชาการได้อย่างแท้จริง

RESEARCH

⚡ อ่านจบแล้ว... ยังรู้สึกว่า "งานวิจัย" เป็นเรื่องยาก? ⚡

อย่าปล่อยให้ความเครียดเรื่องธีซิสกัดกินเวลาของคุณ ให้ทีมงานมืออาชีพจาก อิมเพรส เลกาซี่ เป็นที่ปรึกษา เราพร้อมดูแลคุณทุกขั้นตอน

Line ID: @impressedu | Tel: 092-476-6638
Scroll to Top