💡 กำลังหาข้อมูลทำวิจัยอยู่ใช่ไหม? อ่านบทความนี้จบ ทำตามได้เลย!
แต่ถ้า "ไม่มีเวลา" ให้เราช่วยดูแลให้ไหม?
📋 ประเมินราคาวิจัย (ฟรี)

Table of Contents

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยในการใช้ Regression Analysis ในงานวิจัย

เข้าใจผิดเพียงจุดเดียว อาจทำให้งานวิจัยทั้งชิ้นคลาดเคลื่อนได้

https://www.ltcconline.net/greenl/courses/201/regression/scatte6.gif?utm_source=chatgpt.comhttps://towardsdatascience.com/wp-content/uploads/2020/11/1N1-K-A43_98pYZ27fnupDA-scaled.jpeg?utm_source=chatgpt.com
 

Regression Analysis หรือการวิเคราะห์ถดถอย เป็นเทคนิคทางสถิติที่ได้รับความนิยมอย่างมากในงานวิจัยเชิงปริมาณ ไม่ว่าจะเป็นงานวิจัยด้านการบริหารธุรกิจ การศึกษา เศรษฐศาสตร์ สังคมศาสตร์ หรือสาขาอื่น ๆ ที่ต้องการอธิบายความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปรอิสระกับตัวแปรตาม

แม้ Regression Analysis จะเป็นเครื่องมือที่ทรงพลัง แต่ในทางปฏิบัติกลับพบว่า งานวิจัยจำนวนมากมีข้อผิดพลาดในการใช้และแปลผลการวิเคราะห์ถดถอย ซึ่งอาจนำไปสู่ข้อสรุปที่คลาดเคลื่อน ขาดความน่าเชื่อถือ หรือถูกกรรมการสอบและผู้ทรงคุณวุฒิตั้งข้อสังเกตอย่างหนัก

บทความนี้จะอธิบาย ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยในการใช้ Regression Analysis ในงานวิจัย อย่างเป็นระบบ ตั้งแต่ระดับแนวคิด การเตรียมข้อมูล การตรวจสอบสมมติฐาน ไปจนถึงการแปลผล เพื่อช่วยให้นักศึกษาและนักวิจัยสามารถหลีกเลี่ยงจุดผิดพลาดสำคัญ และยกระดับคุณภาพงานวิจัยได้อย่างแท้จริง


ทำความเข้าใจ Regression Analysis อย่างถูกต้องก่อนใช้งาน

ก่อนจะพูดถึงข้อผิดพลาด จำเป็นต้องเข้าใจก่อนว่า Regression Analysis มีเป้าหมายหลักคือ

  • อธิบายความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปร

  • ทำนายค่าของตัวแปรตามจากตัวแปรอิสระ

  • ทดสอบสมมติฐานเชิงสาเหตุ (ในเชิงสถิติ)

อย่างไรก็ตาม Regression ไม่ใช่เครื่องมือพิสูจน์เหตุและผลโดยสมบูรณ์ หากขาดกรอบแนวคิด ทฤษฎี และการออกแบบการวิจัยที่เหมาะสม


ข้อผิดพลาดที่ 1 ใช้ Regression โดยไม่มีกรอบแนวคิดและทฤษฎีรองรับ

ลักษณะของความผิดพลาด

นักวิจัยบางคนเลือกใช้ Regression เพราะ “นิยมใช้” หรือ “อาจารย์แนะนำ” โดยไม่ได้อธิบายว่า

  • ตัวแปรอิสระเกี่ยวข้องกับตัวแปรตามอย่างไร

  • มีทฤษฎีหรือผลการวิจัยใดรองรับความสัมพันธ์นั้น

ผลกระทบต่อคุณภาพงานวิจัย

  • งานขาดความเป็นวิชาการ

  • สมมติฐานดูไม่มีที่มา

  • ผลการวิเคราะห์ขาดน้ำหนักในการอภิปราย

แนวทางแก้ไข

  • สร้างกรอบแนวคิดการวิจัย (Conceptual Framework) ให้ชัดเจน

  • เชื่อมโยงตัวแปรกับทฤษฎีหรือวรรณกรรมที่เกี่ยวข้อง

  • ใช้ Regression เป็น “เครื่องมือทดสอบ” ไม่ใช่ “เครื่องมือสร้างเหตุผล”


ข้อผิดพลาดที่ 2 เลือกประเภท Regression ไม่เหมาะกับข้อมูล

ตัวอย่างที่พบบ่อย

  • ใช้ Linear Regression ทั้งที่ตัวแปรตามเป็นข้อมูลกลุ่ม (Categorical)

  • ใช้ Multiple Regression ทั้งที่โครงสร้างข้อมูลเหมาะกับ SEM หรือ Logistic Regression

  • ใช้ Regression กับข้อมูลอันดับ (Ordinal) โดยไม่พิจารณาข้อจำกัด

ผลกระทบ

  • ผลการวิเคราะห์ผิดประเภท

  • ค่าสัมประสิทธิ์ไม่มีความหมาย

  • การแปลผลคลาดเคลื่อน

แนวทางแก้ไข

  • ตรวจสอบระดับการวัดของตัวแปร (Nominal, Ordinal, Interval, Ratio)

  • เลือกเทคนิคให้เหมาะ เช่น

    • ตัวแปรตามเป็นกลุ่ม → Logistic Regression

    • ตัวแปรหลายตัวและโครงสร้างซับซ้อน → SEM


ข้อผิดพลาดที่ 3 ไม่ตรวจสอบสมมติฐานของ Regression

Regression Analysis มีสมมติฐานสำคัญหลายประการ เช่น

  • ความเป็นเส้นตรง (Linearity)

  • ความเป็นอิสระของค่าคลาดเคลื่อน (Independence)

  • ความแปรปรวนคงที่ (Homoscedasticity)

  • การแจกแจงปกติของค่าคลาดเคลื่อน (Normality)

  • ไม่มีปัญหา Multicollinearity

สิ่งที่นักวิจัยมักพลาด

  • วิเคราะห์ Regression โดยไม่รายงานการตรวจสมมติฐาน

  • ไม่ทราบว่าสมมติฐานแต่ละข้อคืออะไร

  • ตรวจแต่ไม่เข้าใจความหมาย

ผลกระทบ

  • ผลลัพธ์ทางสถิติไม่น่าเชื่อถือ

  • กรรมการสอบมักตั้งคำถามทันที

แนวทางแก้ไข

  • ตรวจสอบสมมติฐานทุกครั้ง

  • รายงานผลอย่างเป็นระบบ

  • อธิบายผลการตรวจสมมติฐานในบทที่ 4 หรือภาคผนวก


ข้อผิดพลาดที่ 4 มองข้ามปัญหา Multicollinearity

Multicollinearity คืออะไร

คือภาวะที่ตัวแปรอิสระมีความสัมพันธ์กันสูงเกินไป ทำให้

  • ค่าสัมประสิทธิ์ Regression ไม่เสถียร

  • ค่า t-test ไม่แม่นยำ

ความผิดพลาดที่พบบ่อย

  • ไม่ตรวจค่า VIF / Tolerance

  • เห็นค่า R² สูงแล้วคิดว่างานดี

  • ไม่ตัดหรือปรับตัวแปรที่ซ้ำซ้อน

แนวทางแก้ไข

  • ตรวจค่า VIF (ไม่ควรเกิน 10 หรือ 5 ตามเกณฑ์ที่ใช้)

  • พิจารณาตัดหรือรวมตัวแปรที่ซ้ำซ้อน

  • อธิบายเหตุผลเชิงทฤษฎีในการคงตัวแปรไว้


ข้อผิดพลาดที่ 5 แปลผล Regression Coefficient ผิด

ตัวอย่างการแปลผลที่ผิด

  • “ตัวแปร X มีผลต่อ Y 80%” (สับสนกับค่า R²)

  • “ถ้า X เพิ่ม 1 หน่วย Y จะเพิ่ม 1%” (ไม่ตรงกับหน่วยวัด)

  • แปลเครื่องหมายบวก/ลบผิดทิศทาง

แนวทางแปลผลที่ถูกต้อง

  • แปลผลตามหน่วยวัดของตัวแปร

  • แยกความหมายของ

    • Unstandardized Coefficients (B)

    • Standardized Coefficients (Beta)

  • เชื่อมโยงผลกับสมมติฐานการวิจัย


ข้อผิดพลาดที่ 6 ให้ความสำคัญกับค่า p-value มากเกินไป

ปัญหาที่พบ

  • ดูแค่ p < .05 แล้วสรุปว่ามีผล

  • ไม่พิจารณาขนาดอิทธิพล (Effect Size)

  • ไม่สนใจความหมายเชิงทฤษฎี

แนวคิดที่ถูกต้อง

  • p-value บอก “นัยสำคัญทางสถิติ” ไม่ใช่ “ความสำคัญทางปฏิบัติ”

  • ควรพิจารณาร่วมกับ

    • ค่า Beta

    • ค่า R²

    • บริบทของงานวิจัย


ข้อผิดพลาดที่ 7 ใช้ Regression กับขนาดกลุ่มตัวอย่างไม่เหมาะสม

ลักษณะปัญหา

  • กลุ่มตัวอย่างน้อย แต่ใช้ตัวแปรอิสระหลายตัว

  • ไม่ตรวจสอบอัตราส่วนตัวอย่างต่อตัวแปร

แนวทางทั่วไป

  • ควรมีอย่างน้อย 10–20 ตัวอย่างต่อตัวแปรอิสระ 1 ตัว

  • กลุ่มตัวอย่างน้อยเกินไปทำให้

    • ค่าไม่เสถียร

    • ผลลัพธ์ไม่น่าเชื่อถือ


ข้อผิดพลาดที่ 8 ใช้ Regression แทนการออกแบบการวิจัยที่ดี

Regression ไม่สามารถชดเชย

  • การตั้งคำถามวิจัยที่ไม่ชัด

  • เครื่องมือวัดที่ไม่มีคุณภาพ

  • การเก็บข้อมูลที่มีอคติ

สถิติที่ซับซ้อน ไม่สามารถแก้ปัญหาการออกแบบวิจัยที่อ่อนแอได้


ข้อผิดพลาดที่ 9 รายงานผล Regression ไม่ครบถ้วน

เช่น

  • ไม่รายงานค่า R² / Adjusted R²

  • ไม่รายงานค่า F-test

  • ไม่รายงานค่าสัมประสิทธิ์อย่างเป็นระบบ

แนวทางที่ถูกต้อง

  • รายงานผลเป็นตาราง

  • ใช้รูปแบบมาตรฐาน (เช่น APA)

  • อธิบายผลเป็นภาษาเข้าใจง่าย


ข้อผิดพลาดที่ 10 ใช้โปรแกรมโดยไม่เข้าใจหลักสถิติ

นักวิจัยจำนวนมากใช้โปรแกรม เช่น SPSS โดย

  • กดตามขั้นตอน

  • อ่านผลตามตัวอย่าง

  • ไม่เข้าใจความหมายเชิงสถิติ

แนวทางแก้ไข

  • เรียนรู้หลักสถิติควบคู่กับการใช้โปรแกรม

  • เข้าใจเหตุผลของตัวเลข ไม่ใช่แค่ผลลัพธ์


ตารางสรุปข้อผิดพลาดที่พบบ่อยในการใช้ Regression Analysis

ข้อผิดพลาด ผลกระทบ
ไม่มีทฤษฎีรองรับ งานขาดน้ำหนัก
เลือก Regression ผิด ผลคลาดเคลื่อน
ไม่ตรวจสมมติฐาน ผลไม่น่าเชื่อถือ
มองข้าม Multicollinearity ค่าผิดเพี้ยน
แปลผลผิด สรุปผิด
เน้น p-value อย่างเดียว ขาดมิติ
กลุ่มตัวอย่างน้อย ความแม่นยำต่ำ
รายงานผลไม่ครบ ถูกตั้งคำถาม

แนวทางปฏิบัติที่ดีในการใช้ Regression Analysis

  • เริ่มจากทฤษฎีและกรอบแนวคิด

  • ตรวจสอบข้อมูลและสมมติฐานทุกครั้ง

  • แปลผลอย่างระมัดระวังและมีเหตุผล

  • ใช้ Regression เป็น “เครื่องมือสนับสนุนการอธิบาย” ไม่ใช่ “คำตอบสุดท้าย”


สรุป

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยในการใช้ Regression Analysis ในงานวิจัย มักไม่ได้เกิดจากความยากของสถิติ แต่เกิดจากความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน ตั้งแต่ระดับแนวคิดไปจนถึงการแปลผล หากนักวิจัยสามารถหลีกเลี่ยงข้อผิดพลาดเหล่านี้ และใช้ Regression อย่างมีหลักการ งานวิจัยจะมีความถูกต้อง น่าเชื่อถือ และได้รับการยอมรับมากยิ่งขึ้น

Regression Analysis เป็นเครื่องมือที่ทรงพลัง แต่จะทรงพลังอย่างแท้จริงก็ต่อเมื่อผู้ใช้เข้าใจ “เหตุผลเบื้องหลังตัวเลข” มากกว่าการมองเพียงผลลัพธ์บนหน้าจอ

RESEARCH

⚡ อ่านจบแล้ว... ยังรู้สึกว่า "งานวิจัย" เป็นเรื่องยาก? ⚡

อย่าปล่อยให้ความเครียดเรื่องธีซิสกัดกินเวลาของคุณ ให้ทีมงานมืออาชีพจาก อิมเพรส เลกาซี่ เป็นที่ปรึกษา เราพร้อมดูแลคุณทุกขั้นตอน

Line ID: @impressedu | Tel: 092-476-6638
Scroll to Top